
รื้อสัดส่วนเงินทุนสำรอง
ธปท.หันไปถือสกุลเงินอื่นเพิ่มลดการถือครองเงินดอลล์ยูโร
ธปท.หันไปถือสกุลเงินอื่นเพิ่มลดการถือครองเงินดอลล์ยูโร
ธปท. เผย ทยอยปรับสัดส่วนการถือครองสกุลเงินตราต่างประเทศในทุนสำรอง เปลี่ยนไปถือสกุลอื่นๆ ที่น่าเชื่อถือ
นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ในสถานการณ์ปัจจุบันที่ตลาดการเงินโลกมีความผันผวนมากขึ้น เนื่องจากมีความเสี่ยงจากเศรษฐกิจยูโรโซน เศรษฐกิจสหรัฐ รวมถึงเศรษฐกิจโลกชะลอลง ธปท.ได้มีการทยอยปรับการถือครองเงินสกุลต่างประเทศต่างๆ ในทุนสำรองระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง เพราะต้องดูแลทุนสำรองให้มีความมั่นคงและเหมาะสมกับการติดต่อค้าขายและการลงทุนในต่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันทางเลือกยังมีน้อย ทำให้ปรับสัดส่วนการถือครองสกุลเงินที่มีความน่าเชื่อถือยังทำได้น้อย
“เรามีการปรับการถือครองเงินสกุลต่างๆ ในทุนสำรองประเทศตลอด แต่เราก็ปรับได้น้อย ด้วยการหันไปกระจายออกไปซื้อสกุลเงินใหม่ๆ เยอะขึ้น แต่ถ้าเทียบกับ 4 สกุลใหญ่ อาทิ เงินเหรียญสหรัฐ ยูโร ปอนด์ เยน ถือว่าสกุลใหม่ๆ ที่เราทยอยกระจายออกไปยังมีสัดส่วนที่น้อย เราปรับการถือเงินในสกุลอื่นๆ นอกเหนือสกุลหลักๆ ของโลก เพราะจำเป็นต้องปรับตัวตามความเสี่ยง แต่เราคงบอกไม่ได้ว่าได้หันไปถือเงินสกุลไหนเพิ่มบ้างในจำนวนเท่าไหร่” นายประสาร กล่าว
ทั้งนี้ ธปท.รายงานปริมาณเงินทุนสำรองของประเทศ ณ วันที่ 20 ก.ค.ปีนี้ มีทั้งสิ้น 175,009.33 ล้านเหรียญสหรัฐ แบ่งเป็น ทองคำ 7,830.22 ล้านเหรียญสหรัฐ สิทธิพิเศษถอนเงิน 1,465.15 ล้านเหรียญสหรัฐ สินทรัพย์ส่งสมทบกองทุนการเงินระหว่างประเทศและเงินให้กู้แก่กองทุนฯ 701.87 ล้านเหรียญสหรัฐ และสินทรัพย์ต่างประเทศ 165,012.09 ล้านเหรียญสหรัฐ
ก่อนหน้านี้เมื่อ 22 ธ.ค. 2554 ธปท.ได้ลงนามทวิภาคี เพื่อแลกเปลี่ยนเงินตราสกุลหยวนและบาทกับธนาคารกลางแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนในวงเงิน 7 หมื่นล้านหยวน หรือประมาณ 3.2 แสนล้านบาท เพื่อให้ ธปท.และธนาคารกลางแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนสามารถเข้าถึงแหล่งเงินสกุลท้องถิ่นของคู่สัญญาได้มากขึ้น ช่วยสร้างความเชื่อมั่นในระบบการเงินและการใช้เงินสกุลท้องถิ่นระหว่างกันได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงมีการลงนามปล่อยสภาพคล่องข้ามพรมแดนระหว่างกัน ระหว่างเงินบาทและเงินริงกิตของประเทศมาเลเซียและประเทศอื่นๆ อย่างต่อเนื่องด้วย สะท้อนการเชื่อมโยงสกุลเงินในภูมิภาคเอเชียเพิ่มขึ้น







