posttoday
เตรียมให้พร้อมก่อนลุยพม่า

เตรียมให้พร้อมก่อนลุยพม่า

30 กรกฎาคม 2555

กระแสการลงทุนในพม่ากำลังมาแรงแซงทางโค้งประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ เต็งเส่ง ประธานาธิบดีพม่า

กระแสการลงทุนในพม่ากำลังมาแรงแซงทางโค้งประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ เต็งเส่ง ประธานาธิบดีพม่า

เดินทางมาเยือนไทยอย่างเป็นทางการ เพื่อหารือถึงความร่วมมือด้านการลงทุนและการค้า ทั้งกับภาครัฐและภาคเอกชน

นักลงทุนไทยที่มีความจำเป็นจะต้องย้ายการลงทุนไปยังประเทศเพื่อนบ้าน จึงหันมาโฟกัสไปที่พม่ากันไม่น้อย แต่การเข้าไปทำธุรกิจในต่างประเทศนั้นเป็นเรื่องยาก และพม่าที่เพิ่งเปิดประเทศใหม่ การเข้าไปลงทุนจึงจำเป็นต้องรู้ช่องทางการเข้าสู่แวดวง โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ที่ไม่ได้มีเครือข่ายหรือสายป่านยาว

สันติ วิลาสศักดานนท์ ประธานสภาธุรกิจไทย–พม่า กล่าวว่า สิ่งแรกที่นักลงทุนไทยต้องทำก่อนจะเข้าไปลงทุนในประเทศพม่า คือ ต้องเข้าไปหาตลาดในพม่าก่อน ดูว่าสินค้าควรจะไปอยู่ในส่วนไหนของตลาด เข้าไปแล้วจะขายได้หรือไม่ ซึ่งเรื่องดังกล่าวจำเป็นต้องศึกษาก่อนที่จะเข้าไปลงทุนตั้งโรงงานผลิตสินค้า หรือทางที่ดีควรนำสินค้าไปขายก่อน ถ้าตลาดยอมรับและมีการเจริญเติบโต จึงค่อยๆ เข้าไปลงทุนตั้งโรงงานทีหลัง เพื่อลดต้นทุนการผลิต ค่าขนส่ง ค่าจ้าง การทำธุรกิจต้องค่อยๆ ขยายจากเล็กไปใหญ่ ต่างจากรายใหญ่ที่สามารถเข้าไปได้แบบใหญ่ได้เลย

เตรียมให้พร้อมก่อนลุยพม่า

 

การเริ่มต้นหาตลาดผู้ประกอบการควรจะติดตามขบวนของหน่วยงานภาครัฐไปหาตลาด หรือการไปออกงานแสดงสินค้า หรือเข้าไปติดต่อกับทูตพาณิชย์ไทยในพม่าก่อน เพื่อหาช่องทางการตลาด เพราะหากไปเป็นกลุ่มและมีภาครัฐเป็นหัวหน้าทัพนำไป การเข้าถึงตลาดจะง่ายขึ้น ก่อนที่จะออกไปหาตลาดด้วยตนเอง ขณะเดียวกันต้องคอยดูว่าสมาคมธุรกิจไหนมีแผนจะออกไปหาตลาดพม่า หรือไปจับคู่ธุรกิจ ก็ควรเข้าร่วมกลุ่มไปด้วย เพราะจะได้เข้าไปเจาะตลาดได้ตรงจุด

“การเข้าตลาดพม่าหากมีผู้ร่วมทุน หรือเครือข่ายทางธุรกิจช่วยเหลือจะไม่ยุ่งยาก ขนบธรรมเนียมประเพณีก็คล้ายกับไทย คุยกันรู้เรื่อง ไม่น่าเป็นห่วง สินค้าอุปโภคบริโภค อาหารการกินก็ไม่ต่างจากของคนไทย หากจะเข้าไปก็ต้องค่อยๆ ศึกษากันไปทีละนิด อย่ารีบร้อนเข้าไปเลย ซึ่งขณะนี้ระหว่างที่นักลงทุนไทยรอความชัดเจนในกฎหมายด้านการลงทุนของพม่า ก็ควรออกไปสำรวจตลาดไว้ล่วงหน้าก่อนได้ อย่าปล่อยให้เสียเวลาไป”

ในส่วนของบริษัท สหพัฒนพิบูล ที่ผ่านมาได้ส่งสินค้าอุปโภคบริโภคเข้าไปขายแล้ว ทั้งการส่งผ่านชายแดนและนำเข้าไปขายในเมือง เช่น สบู่ ผงซักฟอก ซึ่งคนพม่าก็นิยมสินค้าคล้ายๆ กับคนไทย และในอนาคตสหพัฒน์ก็จะไปลงทุนตั้งโรงงานผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคส่งขายตลาดในประเทศพม่า

ด้าน ธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ในฐานะเลขาธิการสภาธุรกิจไทย-พม่า กล่าวว่า พม่าเป็นประเทศที่เพิ่งเปิดรับการลงทุนจากต่างประเทศ ทำให้การเข้าไปทำธุรกิจบางครั้งจะต้องพบเจอกับความยุ่งยากหรือความไม่ชัดเจนอยู่บ้าง ขั้นตอนแรกผู้ประกอบการไทยจึงควรต้องหาผู้ร่วมทุน หรือพันธมิตรทางการค้าที่ดีก่อน เช่น ซัพพลายเออร์ หรือลูกค้าที่เคยทำธุรกิจกันมาให้ช่วยแนะนำช่องทางเข้าสู่ตลาด

หากเป็นนักลงทุนหน้าใหม่ที่ยังไม่เคยมีเครือข่ายในพม่าเลย ก็ควรจะมาเข้าร่วมกับทาง ส.อ.ท. หรือสภาธุรกิจไทย-พม่า เพื่อหาเครือข่ายหรือให้ช่วยแนะนำคนรู้จักให้ ซึ่งบริษัทที่อยู่ในเครือข่ายภาคธุรกิจก็จะค่อนข้างน่าเชื่อถือได้ในระดับหนึ่ง

ขณะเดียวกันการเข้าไปติดต่อทางธุรกิจกับภาครัฐของพม่า หรือการขออนุญาตดำเนินกิจการต่างๆ หากผู้ประกอบการไทยไม่เคยทำมาก่อน ก็ควรจะใช้บริการบริษัทที่ปรึกษาด้านการลงทุน หรือบริษัทที่รับปรึกษาการทำธุรกิจในต่างประเทศให้มาช่วยให้คำแนะนำ รวมถึงมาช่วยดูแลในข้อกฎหมาย เนื่องจากขณะนี้กฎหมายหลายตัวที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจในพม่าจะไม่ค่อยมีความชัดเจน ซึ่งบริษัทดังกล่าวก็มีให้บริการอยู่ในเมืองไทย เพื่อป้องกันการติดขัดทางด้านเอกสาร ขั้นตอนการดำเนินการ หรือด้านกฎหมายที่นักลงทุนไม่รู้

ตัวอย่างเช่น การจดทะเบียนธุรกิจต้องใช้เงินทุนขั้นต่ำ 5 แสนเหรียญสหรัฐ หากเป็นธุรกิจบริการต้องจดทะเบียนขั้นต่ำ 3 แสนเหรียญสหรัฐ โดยต้องโอนเงินขั้นต่ำทันทีอย่างน้อย 50% และในส่วนที่เหลือต้องโอนเงินส่งไปภายใน 180 วัน ซึ่งเป็นกฎที่ต่างจากการลงทุนในเมืองไทย ทำให้หลายบริษัทยังไม่แน่ใจ เพราะต้องโอนเงินไปก่อนตั้งแต่ยังไม่เริ่มทำธุรกิจ เป็นต้น ยิ่งถ้าเป็นบริษัทใหญ่เงินที่โอนไปก็จะมากขึ้น

นอกจากนี้ การนัดเจรจาธุรกิจบางครั้งต้องทำอย่างระมัดระวัง เพราะหลายบริษัทไม่ได้ส่งผู้บริหารมาเจรจา แต่เป็นนายหน้าหรือคนที่ไม่มีอำนาจในการตัดสินใจมาเจรจา ดังนั้นจึงต้องดูว่าคุยอยู่กับผู้บริหารของบริษัทนั้นๆ ส่วนใหญ่ทางพม่ายังต้องการทำธุรกิจในลักษณะที่ให้บริษัทป้อนงานให้ทำ แต่ไม่ได้ตั้งใจที่จะมาร่วมลงทุน จึงอาจจะไม่ตรงกับความต้องการของนักธุรกิจไทยที่อยากหาผู้ร่วมลงทุน

“พม่าเพิ่งเปิดประเทศ ที่ผ่านมายังขาดการพัฒนาคนและเศรษฐกิจ ทำให้ขาดธุรกิจที่เป็นเอสเอ็มอี หรือนักธุรกิจรายกลาง ซึ่งกลุ่มนี้จะเป็นเป้าหมายของนักลงทุนไทยที่ต้องการเข้าไปทำธุรกิจด้วย ส่วนใหญ่จะมีนักธุรกิจรายใหญ่ หรือเศรษฐีที่มีความใกล้ชิดกับรัฐบาลไปเลย กับผู้ประกอบการรายย่อยมาก ยังไม่กล้าพอที่จะลงทุน”

ดังนั้น ธุรกิจไทยที่ต้องการไปลงทุนในพม่า ในเบื้องต้นควรจะเป็นธุรกิจที่เป็นอุตสาหกรรมเบา ผลิตสินค้าเสร็จได้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องพึ่งพาซัพพลายเชน และผู้ประกอบการต้องค่อยๆ ศึกษาลู่ทาง หาพันธมิตรทางธุรกิจ เรียนรู้ตลาด ก่อนที่จะเข้าไปทำธุรกิจในพม่า เพื่อที่จะได้ทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ และการลงทุนในพม่าไม่ได้มีแค่การลงทุนในทวายเท่านั้น พื้นที่อื่นๆ ก็มีความเหมาะสมแตกต่างกันไปแล้วแต่ธุรกิจที่ต้องการไปลงทุน

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท