
ชี้สัญญาใหม่กสท-กลุ่มทรูไตรมาส3เห็น
กสทฯ มั่นใจร่างสัญญาใหม่ ทรูกสทฯ เสร็จภายในไตรมาส 3 เปิดทางเอกชนทุกรายร่วมเช่าจี้
กสทฯ มั่นใจร่างสัญญาใหม่ ทรู-กสทฯ เสร็จภายในไตรมาส 3 เปิดทางเอกชนทุกรายร่วมเช่าจี้
ทอท.ถกกองทัพอากาศ ปิดสนามกอล์ฟงู กลางรันเวย์ดอนเมือง หวั่นกระทบความปลอดภัย
นายกิตติศักดิ์ ศรีประเสริฐ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม เปิดเผยว่า หากที่ประชุมบอร์ด กสทฯ ในวันที่ 8 ส.ค.นี้ เห็นชอบให้แก้ไขสัญญาการทำธุรกิจมือถือรูปแบบใหม่เพื่อให้บริการ 3G ด้วยเทคโนโลยี HSPA บนคลื่นความถี่ 850 MHz ระหว่าง กสทฯ กับกลุ่มบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น โดยเลือกแนวทางที่ 3 คือการทำสัญญาขึ้นมาใหม่ทั้งฉบับแทนที่สัญญาฉบับเดิมที่มีปัญหานั้น คาดว่า กสทฯ จะใช้เวลาร่างสัญญาฉบับใหม่ไม่เกินไตรมาส 3 ปีนี้
ทั้งนี้ สัญญาฉบับใหม่ที่จะทำขึ้นมาจะถือเป็นสัญญามาตรฐาน และเป็นสัญญาที่เปิดกว้างให้ผู้ประกอบการรายอื่นๆ นอกจากกลุ่มทรูเข้ามาทำตลาดด้วย ซึ่งมีสิทธิขอเข้าทำตลาดให้บริการขายต่อบริการ (MVNO) หรือทำตลาดขายส่ง (โฮลเซลส์) ได้โดยจะเปิดโอกาสให้ทุกรายที่สนใจเข้ามาเจรจา
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมช.คมนาคม เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้บริษัท ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) หารือร่วมกับกองทัพอากาศ (ทอ.) กระทรวงกลาโหม ทบทวนการเปิดให้บริการสนามกอล์ฟของสนามกานตรัตน์ หรือสนามงู ซึ่งเป็นสนามกอล์ฟที่ตั้งอยู่ระหว่างทางวิ่งของอากาศยานภายในสนามบินดอนเมือง เนื่องจากปัจจุบันต้นไม้บริเวณสนามกอล์ฟบังการมองเห็นทางวิ่ง (รันเวย์) ของหอบังคับการบิน อาจส่งผลต่อความปลอดภัย
นอกจากนี้ ยังพบว่ามีประชาชนที่เข้าไปใช้บริการเล่นกอล์ฟในสนามดังกล่าว สามารถเดินผ่านเข้ามายังรันเวย์สนามบินได้อิสระ ซึ่งมีความเสี่ยงมาก หากมีผู้ไม่หวังดีเข้าไปก่อเหตุจะกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว
“การแก้ปัญหาอาจยกเลิกการใช้สนาม หรือทำรั้วกั้นระหว่างสนามกับรันเวย์ ไม่ให้เดินผ่านเข้าไปถึงรันเวย์สนามบินได้” นายชัชชาติ กล่าว
ขณะที่การแก้ปัญหาความแออัดสนามบินสุวรรณภูมิ และเพิ่มศักยภาพการใช้บริการสนามบินดอนเมือง ได้มอบหมายให้ ทอท. หารือร่วมกับผู้รับสัมปทาน คือ บริษัท ดับบลิวเอฟเอสพีจี คาร์โก้ (WFSPG) และบริษัท การบินไทย เรื่องแก้ปัญหาความแออัดบริการขนส่งสินค้าทางอากาศของสนามบินสุวรรณภูมิ เนื่องจากมองว่าอีก 4 ปีข้างหน้า จะเต็มขีดความสามารถในการรองรับ
อย่างไรก็ตาม แนวทางการแก้ปัญหา อาจพิจารณาให้มีการขยายพื้นที่การให้บริการขนส่งทางอากาศเพิ่มเติม เบื้องต้นจะให้เจ้าของสัมปทานรายเดิมขยายพื้นที่การให้บริการ หรือเปิดสัมปทานให้รายใหม่ เข้ามาขยายพื้นที่การให้บริการให้เพียงพอต่อความต้องการในอนาคต
“ตอนนี้ผมเริ่มมีความกังวลว่าอีก 4 ปีข้างหน้า คาร์โก้สุวรรณภูมิ จะเต็มขีดความสามารถในการรองรับ ไม่เพียงพอต่อความต้องการ จนอาจส่งผลกระทบการส่งออกของประเทศ เนื่องจากปัจจุบันไทยมีการส่งออกสินค้าไปยังต่างประเทศ ผ่านสนามบินสุวรรภูมิมากถึง 24% ของสัดส่วนการส่งออกทั้งหมด โดยสินค้าส่วนใหญ่ที่ส่งออกผ่านทางอากาศเป็นสินค้าที่มีมูลค่าสูงและทำรายได้หลักเข้าประเทศคือ ชิ้นส่วนอิเล็คทรอนิกส์และชิ้นส่วนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ” นายชัชชาติ กล่าว
ทั้งนี้ใน ปัจจุบันไทยมีการส่งออกสินค้าทางอากาศผ่านสนามบินสุวรรณภูมิประมาณ 1.45 ล้านตันต่อปี ขณะที่มีความสามารถในการรองรับสินค้าได้1.7ล้านต่อต่อปี โดยผ่านทางบริษัทดับบลิวเอฟเอสพีจีฯ 0.5 ล้านตัน และการบินไทยอีก 1.4ล้านตัน และภายในอีก 4ปีข้างหน้าก็จะเต็มความสามารถที่ 1.7ล้านตันต่อปี จึงต้องเร่งขยายพื้นที่การให้บริการเพิ่มเติมซึ่งปัจจุบันเหลือที่ว่างที่สามารถพัฒนาและรองรับสินค้าได้อีก 1.3ล้านตันต่อปี







