
ตั้งเป้ายอดนักลงทุนภูธร20%
สมาคมโบรกฯหวังผลปี2558 งัดกลยุทธ์เพิ่มคุณค่าเจ้าหน้าที่
สมาคมโบรกฯหวังผลปี2558 งัดกลยุทธ์เพิ่มคุณค่าเจ้าหน้าที่
สมาคมโบรกเกอร์ตั้งเป้าปี 2558 ต่างจังหวัดซื้อขายหุ้นเพิ่มเป็น20% เน้นกลยุทธ์สร้างเครือข่ายมหาวิทยาลัย ใช้สาขา บล.เต็มที่
นางภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า สมาคมตั้งเป้าว่าภายในปี 2558 หรืออีก 3 ปีข้างหน้า จะต้องมีสัดส่วนมูลค่าการซื้อขายจากนักลงทุนต่างจังหวัดเป็น 20% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมด จากปัจจุบันมีเพียง 10% เท่านั้น ส่วนที่เหลือ 90% เป็นมูลค่าซื้อขายจากนักลงทุนในเขตกรุงเทพฯ
นายกสมาคม บล. กล่าวว่า ตลาดต่างจังหวัดหลายแห่งมีศักยภาพสูง โดยเฉพาะตามหัวเมืองใหญ่ ซึ่งผลการประชุมกับสมาชิกครั้งที่ผ่านมาได้มีการหารือถึงเรื่องนี้แล้ว ซึ่งเบื้องต้นจะเป็นการให้ความรู้หรือให้ข้อมูลทันสถานการณ์การแข่งขันกับบุคลากรในอุตสาหกรรมก่อน เพราะเจ้าหน้าที่ของบริษัทหลักทรัพย์ถือเป็นด่านหน้าในการให้ความรู้ความเข้าใจกับนักลงทุน
ขณะเดียวกันก็จะพยายามสร้างเครือข่ายกับมหาวิทยาลัยต่างๆ ในจังหวัดที่เข้าไปจัดสัมมนา ทำกิจกรรม หรือฝึกอบรม ทั้งนิสิต นักศึกษา และบุคคลทั่วไปด้วย เพราะจุดประสงค์ของโครงการนี้คือการเน้นสร้างฐานผู้ลงทุนระยะยาวมากกว่าระยะสั้น
“ที่ผ่านมาโบรกเกอร์แต่ละแห่งต่างคนต่างทำการตลาด ให้ความรู้กับบุคลากรและนักลงทุนเอง จากนี้ไปจะรวมตัวกันไปแบบเป็นคณะ เช่น การไปให้ความรู้กับบุคลากรในจังหวัดนั้นก็จะเป็นการไปให้ความรู้กับเจ้าหน้าที่สาขาต่างจังหวัดของแต่ละโบรกเกอร์ที่มีการตั้งไว้อยู่แล้ว สิ่งเหล่านี้จะเป็นการสร้างเครือข่ายทั้งอุตสาหกรรมโดยไม่ต้องให้ความรู้แบบกระจัดกระจายอีกต่อไป ซึ่งจะได้ผลที่ดีกว่า” นางภัทธีรา กล่าว
นอกจากนี้ มองว่า การรุกตลาดต่างจังหวัด บล.ไม่จำเป็นต้องเปิดสาขาใหม่เพิ่มขึ้น แต่เพียงใช้ระบบเทคโนโลยีที่มีอยู่ให้เป็นประโยชน์มากที่สุด เพื่อช่วยลดต้นทุนการดำเนินงาน ขณะเดียวกันเชื่อว่าจะเป็นการช่วยเพิ่มมูลค่าการซื้อขายของนักลงทุนจากการสั่งซื้อขายทางอินเทอร์เน็ตด้วย
ทั้งนี้ เดือน ส.ค. นี้จะเริ่มทำกิจกรรมนี้ครั้งแรกกันที่ จ.เชียงใหม่ และคาดว่าช่วงที่เหลือของปีจะไปใน จ.สุราษฎร์ธานี อีกหนึ่งแห่ง
ทางด้านผลงาน บล.งวดไตรมาส 2 ปีนี้ พบว่าลดลงทั้งหมด โดย บล.เมย์แบงก์กิมเอ็ง ลดลง 4.41% เหลือ 173 ล้านบาท บล.เอเซีย พลัส ลดลงเฉียด 40% เหลือ 67 ล้านบาท และบริษัท ทุนภัทร มีกำไรสุทธิ 103 ล้านบาท ลดลงถึง 55% เทียบกับกำไรสุทธิ 232 ล้านบาท ในไตรมาส 2 ปีที่ผ่านมา







