posttoday
เส้นทางทีวีดาวเทียม'เฮียฮ้อ''คอนเทนต์กีฬาเท่านั้นที่ขายได้'

เส้นทางทีวีดาวเทียม'เฮียฮ้อ''คอนเทนต์กีฬาเท่านั้นที่ขายได้'

30 กรกฎาคม 2555

กลายเป็นสมรภูมิที่แข่งขันกันอย่างดุเดือดเสียแล้ว สำหรับธุรกิจทีวีดาวเทียมที่ค่ายยักษ์ใหญ่

กลายเป็นสมรภูมิที่แข่งขันกันอย่างดุเดือดเสียแล้ว สำหรับธุรกิจทีวีดาวเทียมที่ค่ายยักษ์ใหญ่

อย่างแกรมมี่และอาร์เอส กระโดดลงมาสู่สงครามการขายกล่องดาวเทียม+ช่องรายการกันอย่างเต็มตัว

เดิมทีอุตสาหกรรมกล่องดาวเทียม+ช่องรายการนั้น ทรูวิชั่นส์ เป็นผู้นำตลาดนี้ด้วยรูปแบบธุรกิจโทรทัศน์บอกรับสมาชิก (เคเบิลทีวี) ด้วยจำนวนสมาชิกในระดับ 2 ล้านครัวเรือน โดยมีลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียร์ลีก เป็นแม่เหล็กดึงลูกค้าให้เสียค่าสมาชิกไว้เดือนละเกือบ 2,000 บาทเอาไว้ได้

อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้ทั้งแกรมมี่และอาร์เอส ต่างเปิดหน้ากระโดดเข้ามาในธุรกิจขายกล่องดาวเทียม โดยแกรมมี่มีกล่องจีเอ็มเอ็ม แซท เป็นหัวหมู่ทะลวงฟัน ขณะที่อาร์เอสมีกล่องซันบ็อกซ์ เป็นตัวรุก ซึ่งทั้งสองค่ายนี้เป็นผู้เล่นหน้าใหม่ในธุรกิจนี้ แต่กลับมี “อาวุธ” หนักที่จะบุกตลาด

เส้นทางทีวีดาวเทียม'เฮียฮ้อ''คอนเทนต์กีฬาเท่านั้นที่ขายได้'

 

โดยแกรมมี่ให้ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดการแข่งขันฟุตบอลยูโร 2012 เป็นตัว “เปิดตลาด” กล่องจีเอ็มเอ็ม แซท ซึ่งก็ประสบความสำเร็จไม่น้อยจากยอดขาย 1 ล้านกล่อง ขณะที่อาร์เอสมีลิขสิทธิ์ ฟุตบอล ลาลีกา สเปน และฟุตบอลโลก 2014 เป็นตัวเปิดตลาดเช่นเดียวกัน

สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาร์เอส ให้สัมภาษณ์ “โพสต์ทูเดย์” ถึงแนวทางการทำธุรกิจขายกล่อง+รายการ หรือจะให้เรียกตามศัพท์สวยๆ ว่าเป็น แพลตฟอร์ม โพรวายเดอร์ และคอนเทนต์ โพรวายเดอร์ ว่า การธุรกิจทั้งสองอย่างต้องเดินไปด้วยกัน จากเดิมที่เคยคิดว่าจะเป็นเพียงแค่ คอนเทนต์ โพรวายเดอร์ อย่างเดียว เพราะทั้งสองอย่างนี้เกื้อหนุนกัน

ทั้งนี้ หากมองในหมวกของการเป็นคอนเทนต์ โพรวายเดอร์ อาร์เอสต้องหาคอนเทนต์ที่กระจายไปถึงคนดูให้ได้มากที่สุด ทำให้เราเอาคอนเทนต์ของเราไปวางไว้ในทุกแพลตฟอร์มของกล่องดาวเทียม แต่หากในหมวกของแพลตฟอร์ม โพรวายเดอร์ อาร์เอสต้องคิดในมุมลูกค้าว่า ทำไมต้องเลือกกล่องซันบ็อกซ์ กล่องนี้ต้องคุ้มค่ามีความชัดเจนในเรื่องของหมวดหมู่รายการ มีเทคโนโลยีเรื่องความคมชัด ส่วนเรื่องช่องพิเศษ (เพย์ทีวี) เป็นตัวเสริมขึ้นมาเท่านั้น

ที่สำคัญแนวคิดในการวางคอนเทนต์ในกล่องซันบ็อกซ์นั้น “ไม่ธรรมดา” และน่าศึกษาไม่น้อย เพราะในขณะที่คู่แข่งต่างเร่งซื้อลิขสิทธิ์รายการมาจับใส่กล่องของตัวเองเพื่อสร้างจุดขาย แต่เฮียฮ้อมองว่าการทำอย่างนั้นเป็นการ “ยัดเข่ง” รายการให้กับลูกค้าที่ไม่ต้องการดู

“ผมไม่เชื่อเรื่องปริมาณ ผมไม่เชื่อเรื่องการขายเหมา แต่ผมเชื่อว่าของที่ดีมีเพียงอย่างเดียวก็ขายได้ แต่ของที่เกรดรองลงมา ก็ต้องเหมาขาย อย่างการถ่ายทอดฟุตบอล แน่นอนพรีเมียร์ลีกคือสุดยอด คนค่อนประเทศดู แต่ถ้าลีกไม่ดีก็ต้องขายเยอะไว้ก่อน ซึ่งต้องถามว่าเคยถามผู้ชมหรือเปล่าว่าอยากดูมั้ย ลีกเยอะๆ หรือรายการเยอะๆ ผมไม่เชื่อในคอนเซปต์ที่ลูกค้าถูกบังคับ เรามีหน้าที่เลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า”

สำหรับสภาพการแข่งขันในธุรกิจนี้ เฮียฮ้อ ยอมรับว่าแข่งดุแน่ๆ และถ้าถามว่าน่ากลัวหรือเปล่า ก็ต้องบอกว่าน่ากลัว แต่ทุกคนก็ต้องกลัวอาร์เอสเหมือนกัน ซึ่งอาร์เอสมั่นใจในกลยุทธ์ที่วางไว้ อยู่ที่ใครชนะใจลูกค้าได้คนนั้นคือผู้ชนะ

เฮียฮ้อ ย้ำว่าในไทย รายการที่ “ขายได้” มีเพียงรายการกีฬาเท่านั้น และต้องเป็นฟุตบอลเท่านั้น ซึ่งอาร์เอสเองมีลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลกปี 2014 ในมือ แน่นอนว่าจะต้องมีทั้งการแพร่ภาพแบบฟรีและเสียเงิน แต่ราคาที่จะคิดนั้นต้องเป็นราคาที่ลูกค้าสามารถเข้าถึงได้ ไม่รู้สึกว่าถูกเอาเปรียบ

และแน่นอนว่า อาร์เอสมีความพร้อมจะประมูลลิขสิทธิ์การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลหน้าด้วย แต่ยังไม่ขอเปิดเผยงบที่ตั้งไว้

“เราพร้อมสู้เต็มที่ แต่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ มีแผนกลยุทธ์ที่ชัดเจน ใครจะมองว่าแข่งกันประมูลแล้วค่าลิขสิทธิ์แพงขึ้น ก็แล้วแต่จะคิด แต่ผมคิดว่าถ้าประมูลมา 1,000 ขายได้ 1,500 ก็ถือว่าซื้อมาถูก แต่หากประมูลมา 100 แต่ขายได้แค่ 90 ก็ถือว่าซื้อมาแพง ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องของแนวความคิด ซึ่งต้องปล่อยให้กลไกตลาดเดินไปด้วยตัวของมันเอง”

 

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี