
รวมพลังปั้นตลาดทุนการเมืองฟังเตือนภัย
ตลาดทุน-ตลาดเงินอาเซียนโตอีกมาก ภูมิภาคต้องรวมพลัง ภาครัฐเอกชนคุยภาษาเดียวกัน นักการเมืองต้องฟังผู้กำกับเมื่อเตือนปัญหา
ตลาดทุน-ตลาดเงินอาเซียนโตอีกมาก ภูมิภาคต้องรวมพลัง ภาครัฐเอกชนคุยภาษาเดียวกัน นักการเมืองต้องฟังผู้กำกับเมื่อเตือนปัญหา
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เป็นประธานเปิดงานสัมมนา SEC International Sym posium หัวข้อ “Asia : The Dynamic Capital Market Frontier” เมื่อวันที่ 27 ก.ค.ที่ผ่านมา ที่โรงแรมพลาซ่า แอทธินี รอยัล เมอริเดียน เนื่องในวาระครบรอบ 20 ปีแห่งการก่อตั้งสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)
นายกิตติรัตน์ กล่าวว่า ตลาดทุนไทยจะก้าวต่อไปข้างหน้าได้ควรให้ความสำคัญมากขึ้นเรื่องความรับผิดชอบของทุกฝ่าย เพื่อสร้างความมั่นใจ ความไว้วางใจ นอกจากนี้ยังต้องจัดสรรทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และให้คำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมด้วย
นายโฮเวิร์ด เดวีส์ ศาสตราจารย์ประจำวิทยาลัยรัฐศาสตร์ แห่งฝรั่งเศส ผู้เชี่ยวชาญด้านการกำกับดูแลและพัฒนาสถาบันการเงิน กล่าวในงานสัมมนาว่า ตลาดทุนทั่วโลกมีการเติบโตอย่างมากภายหลังวิกฤตการเงิน แต่มีคำถามว่าจะสร้างวินัยทางการเงินที่จะทำให้ตลาดทุนก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมีเสถียรภาพได้อย่างไร
นอกจากนี้ จะทำอย่างไรจึงจะเกิดความร่วมมือและความคิดเห็นระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนไปในทางเดียวกัน เพื่อเดินหน้าไปสู่ความมั่งคั่งโดยเป็นไปอย่างเสรีและแก้ไขข้อบกพร่องที่เกิดขึ้น
นายเดวีส์ เสนอว่า การที่จะก้าวไปข้างหน้าได้ ระบบการเงินต้องประกอบด้วย 1.การเปิดเสรีตลาดทุนยังเป็นวิธีที่มีประโยชน์มากที่สุดในระยะยาว 2.รัฐบาลควรให้ความสำคัญเรื่องความเชื่อมโยงของตลาดทุนต่างๆ โดยเรียนรู้จากบทเรียนและแนวทางแก้ไขปัญหาของประเทศอื่น 3.ควรมีองค์กรกลางประสานงานในการปรับปรุงกฎเกณฑ์ 4.ควรมีความร่วมมือในระดับภูมิภาคที่กว้างขวางยิ่งขึ้น
5.องค์กรกำกับดูแลจะต้องสร้างเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยงให้มากขึ้น ต้องเข้าใจเศรษฐกิจในภาพกว้างควรมีการตั้งคำถามให้มากขึ้นเกี่ยวกับความซับซ้อนของสินค้าในตลาดทุน เสริมสร้างความสามารถในการบริหารความเสี่ยงต่างๆ 6.ควรมีการกำกับดูแลและควบคุมการไหลเข้าออกของเงินทุนอย่างเหมาะสม ไม่เข้มงวดจนเกินไป 7.ผู้กำกับดูแลและองค์กรภาครัฐจะต้องมีความเชื่อมั่นที่จะเข้าไปแทรกแซงเมื่อมีสถานการณ์เกิดขึ้น และต้องได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ นักการเมืองต้องรับฟังผู้กำกับเตือนปัญหาที่จะเกิดขึ้น
นายโฆเซ อิซิโดเร กามาโช กรรมการผู้จัดการธนาคารเครดิต สวิส สิงคโปร์ และรองประธานธนาคารเครดิต สวิส ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า วิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 ช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้ภาครัฐและเอกชนอาเซียน โดยมีการออกตราสารหนี้เพิ่มขึ้นมาก และมีต้นทุนที่ต่ำ เนื่องจากอัตราผลตอบแทนตราสารหนี้สหรัฐที่ต่ำ
ตลาดตราสารหนี้สนับสนุนให้เอกชนมีเงินสดในมือสูง และมีเงินไหลเข้ามาในตลาดไทย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ โดยตลาดหุ้นไทยยังถูกเมื่อเทียบกับตลาดเอเชีย
“หวังว่าจะมีตราสารหนี้และกองทุนหุ้นออกมา กองทุนนี้จะระดมทุนระยะยาวสำหรับโครงการสาธารณูปโภค”







