posttoday
รวมพลังปั้นตลาดทุนการเมืองฟังเตือนภัย

รวมพลังปั้นตลาดทุนการเมืองฟังเตือนภัย

28 กรกฎาคม 2555

ตลาดทุน-ตลาดเงินอาเซียนโตอีกมาก ภูมิภาคต้องรวมพลัง ภาครัฐเอกชนคุยภาษาเดียวกัน นักการเมืองต้องฟังผู้กำกับเมื่อเตือนปัญหา

ตลาดทุน-ตลาดเงินอาเซียนโตอีกมาก ภูมิภาคต้องรวมพลัง ภาครัฐเอกชนคุยภาษาเดียวกัน นักการเมืองต้องฟังผู้กำกับเมื่อเตือนปัญหา

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เป็นประธานเปิดงานสัมมนา SEC International Sym posium หัวข้อ “Asia : The Dynamic Capital Market Frontier” เมื่อวันที่ 27 ก.ค.ที่ผ่านมา ที่โรงแรมพลาซ่า แอทธินี รอยัล เมอริเดียน เนื่องในวาระครบรอบ 20 ปีแห่งการก่อตั้งสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)

นายกิตติรัตน์ กล่าวว่า ตลาดทุนไทยจะก้าวต่อไปข้างหน้าได้ควรให้ความสำคัญมากขึ้นเรื่องความรับผิดชอบของทุกฝ่าย เพื่อสร้างความมั่นใจ ความไว้วางใจ นอกจากนี้ยังต้องจัดสรรทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และให้คำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมด้วย

นายโฮเวิร์ด เดวีส์ ศาสตราจารย์ประจำวิทยาลัยรัฐศาสตร์ แห่งฝรั่งเศส ผู้เชี่ยวชาญด้านการกำกับดูแลและพัฒนาสถาบันการเงิน กล่าวในงานสัมมนาว่า ตลาดทุนทั่วโลกมีการเติบโตอย่างมากภายหลังวิกฤตการเงิน แต่มีคำถามว่าจะสร้างวินัยทางการเงินที่จะทำให้ตลาดทุนก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมีเสถียรภาพได้อย่างไร

นอกจากนี้ จะทำอย่างไรจึงจะเกิดความร่วมมือและความคิดเห็นระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนไปในทางเดียวกัน เพื่อเดินหน้าไปสู่ความมั่งคั่งโดยเป็นไปอย่างเสรีและแก้ไขข้อบกพร่องที่เกิดขึ้น

นายเดวีส์ เสนอว่า การที่จะก้าวไปข้างหน้าได้ ระบบการเงินต้องประกอบด้วย 1.การเปิดเสรีตลาดทุนยังเป็นวิธีที่มีประโยชน์มากที่สุดในระยะยาว 2.รัฐบาลควรให้ความสำคัญเรื่องความเชื่อมโยงของตลาดทุนต่างๆ โดยเรียนรู้จากบทเรียนและแนวทางแก้ไขปัญหาของประเทศอื่น 3.ควรมีองค์กรกลางประสานงานในการปรับปรุงกฎเกณฑ์ 4.ควรมีความร่วมมือในระดับภูมิภาคที่กว้างขวางยิ่งขึ้น

5.องค์กรกำกับดูแลจะต้องสร้างเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยงให้มากขึ้น ต้องเข้าใจเศรษฐกิจในภาพกว้างควรมีการตั้งคำถามให้มากขึ้นเกี่ยวกับความซับซ้อนของสินค้าในตลาดทุน เสริมสร้างความสามารถในการบริหารความเสี่ยงต่างๆ 6.ควรมีการกำกับดูแลและควบคุมการไหลเข้าออกของเงินทุนอย่างเหมาะสม ไม่เข้มงวดจนเกินไป 7.ผู้กำกับดูแลและองค์กรภาครัฐจะต้องมีความเชื่อมั่นที่จะเข้าไปแทรกแซงเมื่อมีสถานการณ์เกิดขึ้น และต้องได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ นักการเมืองต้องรับฟังผู้กำกับเตือนปัญหาที่จะเกิดขึ้น

นายโฆเซ อิซิโดเร กามาโช กรรมการผู้จัดการธนาคารเครดิต สวิส สิงคโปร์ และรองประธานธนาคารเครดิต สวิส ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า วิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 ช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้ภาครัฐและเอกชนอาเซียน โดยมีการออกตราสารหนี้เพิ่มขึ้นมาก และมีต้นทุนที่ต่ำ เนื่องจากอัตราผลตอบแทนตราสารหนี้สหรัฐที่ต่ำ

ตลาดตราสารหนี้สนับสนุนให้เอกชนมีเงินสดในมือสูง และมีเงินไหลเข้ามาในตลาดไทย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ โดยตลาดหุ้นไทยยังถูกเมื่อเทียบกับตลาดเอเชีย

“หวังว่าจะมีตราสารหนี้และกองทุนหุ้นออกมา กองทุนนี้จะระดมทุนระยะยาวสำหรับโครงการสาธารณูปโภค”

 

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี