
ธปท.เตือนเงินบาทครึ่งหลังผันผวนหนัก
ธปท.คาดแนวโน้มค่าเงินบาทในช่วงครึ่งปีหลังยังผันผวนต่อเนื่อง ปัจจัยลบในต่างประเทศยังยืดเยื้อ เผยไตรมาส 2 ปีนี้เงินบาทอ่อนค่าลง 2.3% แต่ค่าความผันผวนลดลงเหลือ 4.52%
ธปท.คาดแนวโน้มค่าเงินบาทในช่วงครึ่งปีหลังยังผันผวนต่อเนื่อง ปัจจัยลบในต่างประเทศยังยืดเยื้อ เผยไตรมาส 2 ปีนี้เงินบาทอ่อนค่าลง 2.3% แต่ค่าความผันผวนลดลงเหลือ 4.52%
นางผ่องเพ็ญ เรืองวีรยุทธ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายตลาดการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า คาดว่าแนวโน้มค่าเงินบาท ในช่วงครึ่งปีหลังน่าจะยังผันผวนอยู่ต่อไป โดยมีส่วนสำคัญมาจากปัจจัยภายนอกที่เป็นปัจจัยลบ เช่น ความเปราะบางของเศรษฐกิจโลก ปัญหาหนี้สาธารณะ และปัญหาสถาบันการเงินในยุโรปที่ยังยืดเยื้อ และยังมีความเป็นไปได้ที่นโยบายทางการเงินที่ผ่อนคลายมากขึ้นของสหรัฐ และยุโรป จะส่งผลให้เงินทุนย้ายการลงมายังประเทศเกิดใหม่ในเอเชีย
ทั้งนี้ ในไตรมาส 2 ปีนี้ที่ผ่านมาภาพรวมเศรษฐกิจโลกมีความเปราะบางมากขึ้น ผลกระทบปัญหาหนี้สาธารณะในยุโรปอาจขยายวงกว้าง ตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐและยุโรปอ่อนแอกว่าที่คาดไว้ เดิม ปัญหาหนี้สาธารณะในยูโรยังเป็นปัจจัยลบต่อความเชื่อมั่นนักลงทุน ทำให้มีการปรับลดประมาณการเติบโตของเศรษฐกิจโลกและภูมิภาคต่างๆ ลง ซึ่งปัญหาน่าจะยืดเยื้อ และสหรัฐยังรีรอที่จะใช้นโยบายผ่อนคลายพิเศษเพิ่มเติม (QE3)
“แต่ในภาวะเช่นนี้ เงินบาทยังเคลื่อนไหวมีเสถียรภาพ โดยสิ้นไตรมาส 2 ปีนี้เงินบาทอ่อนค่าลง 2.31% เมื่อเทียบกับไตรมาสแรก และตั้งแต่ต้นปีมาถึงปัจจุบันอ่อนค่าลง 0.22% แต่การเคลื่อนไหวเงินบาทมีค่าความผันผวนเฉลี่ยลดลงจาก 5.96% ในไตรมาสแรกปีนี้เหลือ 4.52% ในไตรมาส 2 เนื่องจากธุรกรรมการซื้อและขายค่อนข้างสมดุล จากการที่เงินทุนไหลเข้ามาในตลาดหุ้นและตลาดพันธบัตรของไทยเป็นช่วงๆ ขณะเดียวกันก็มีเงินทุนไทยออกไปลงทุนโดยตรงในต่างประเทศเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ และผู้ส่งออกมีการขายเงินเหรียญสหรัฐล่วงหน้าเพิ่มขึ้น” นางผ่องเพ็ญ กล่าว
ธปท.สนับสนุนให้การค้าระหว่างประเทศในภูมิภาคใช้เงินสกุลเดียวกันในภูมิภาคในการชำระค่าสินค้า เพื่อลดความผันผวนของเงินเหรียญสหรัฐ ซึ่งปัจจุบันค่าเงินบาทเทียบยูโรและการส่งออกไปยุโรปน้อยลง ทำให้รายได้ที่ได้กลับมาเป็นบาทลดลง







