posttoday
ตลาดฯ จบรอบขาขึ้น รอลุ้นขึ้นรอบใหม่ต้นเดือน ส.ค.

ตลาดฯ จบรอบขาขึ้น รอลุ้นขึ้นรอบใหม่ต้นเดือน ส.ค.

26 กรกฎาคม 2555

สวัสดีครับทุกท่าน การปรับตัวขึ้นของตลาดในรอบนี้จบลงในสัปดาห์ที่ผ่านมา

โดย...สุกิจ อุดมศิริกุล

สวัสดีครับทุกท่าน การปรับตัวขึ้นของตลาดในรอบนี้จบลงในสัปดาห์ที่ผ่านมา ตามที่ผมได้เคยคาดการณ์ไว้ในบทความฉบับสัปดาห์ที่แล้ว โดย SET Index ปรับตัวขึ้นไปได้สูงสุดที่ 1,228.80 จุด ทำให้คงมีคำถามต่อมาว่าการปรับฐานจะมากแค่ไหนและนานเท่าไหร่??? ทั้งนี้ในเบื้องต้นผมประเมินว่าการฟื้นตัวคงต้องรอถึงต้นเดือนหน้า

ภาพรวมของตลาดปัจจุบัน ผมประเมินว่าตลาดหุ้นไทยอยู่ในช่วงปรับฐาน หลังจากฟื้นตัวขึ้นได้ 11.79% จากระดับ 1,099 จุด (วันที่ 5/6/2555) โดยการปรับฐานเริ่มต้นตั้งแต่ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาจากปัจจัยกดดันภายในประเทศ ได้แก่ ความกังวลเกี่ยวกับการเพิ่มทุนของหุ้น PTTEP และความไม่ชัดเจนเกี่ยวกับการที่รัฐบาลอาจจะกลับมาเก็บภาษีสรรพสามิตกับผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ การปรับตัวลดลงของตลาดต่อเนื่องมาถึงในสัปดาห์นี้ โดยส่งผลให้ดัชนีลดลงต่ำกว่าระดับแนวรับสำคัญทางด้านเทคนิคที่ 1,193 จุด โดยเกิดจากปัจจัยภายนอก ได้แก่ ความกังวลเกี่ยวกับฐานะทางการคลังของรัฐบาลท้องถิ่นของสเปน ซึ่งอาจทำให้รัฐบาลกลางของสเปนต้องขอเงินกู้รอบใหม่ หลังจากที่ในสัปดาห์ที่ผ่านมาเพิ่งได้รับเงินกู้เพื่อใช้ในการเพิ่มทุน ปัจจัยดังกล่าวกดดันให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีของสเปน ปรับตัวขึ้นถึง 7.57% ทั้งนี้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่เกินกว่าระดับ 7% ถือว่าเป็นความเสี่ยงที่อาจบังคับให้รัฐบาลต้องขอความช่วยเหลือทางการเงินจากกลุ่มประเทศยุโรปและไอเอ็มเอฟ ด้านปัจจัยภายในยังคงมีแรงขายในหุ้น PTTEP หลังจากบริษัทประกาศเพิ่มทุนในช่วงเย็นวันศุกร์ เพื่อนำเงินไปลงทุนในหุ้น Cove Energy การเพิ่มทุนดังกล่าวคาดว่าจะส่งผลให้เกิดผลกระทบในระยะสั้นให้เกิด Dilution ต่อ EPS ของบริษัทประมาณ 16% (ราคาหุ้น PTTEP ลดลงมาแล้วกว่า 12% จากระดับราคาสูงสุดของเดือนนี้)

lแนวโน้มตลาด ตลาดมีแนวโน้มปรับฐานต่อไปประเมินแนวรับสำคัญไว้บริเวณ 1,180 และ 1,165 จุด ตามลำดับ ส่วนแนวต้านอยู่บริเวณ 1,1931,200 จุด ทั้งนี้คาดว่าตลาดมีโอกาสกลับมาฟื้นตัวขึ้นได้เร็วที่สุดในช่วงต้นเดือน ส.ค. เนื่องจากเป็นช่วงที่จะมีการประชุม FOMC (31 ก.ค.-1 ส.ค.) และ ECB (2 ส.ค.) โดยนักลงทุนกำลังรอการส่งสัญญาณการออกมาตรการรอบใหม่ของเฟด หลังจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐส่งสัญญาณชะลอตัว ทั้งนี้หากตัวเลข GDP ไตรมาส 2/2555 ซึ่งจะประกาศในวันศุกร์นี้ ออกมาแย่กว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ประมาณ 1.4%QoQ ก็ยิ่งเป็นการตอกย้ำโอกาสของมาตรการมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ผมคาดว่าเฟดจะยังคงไม่มีการพูดถึงมาตรการที่ชัดเจน แต่เชื่อว่าการส่งสัญญาณที่ชัดเจนขึ้นกว่าการประชุม FOMC ในช่วงที่ผ่านมา จะช่วยกระตุ้นบรรยากาศการลงทุนได้ ส่วนการประชุม ECB นั้นถือว่ามีความสำคัญมาก โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่มีความกังวลเกี่ยวกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสเปนที่เพิ่มขึ้นเกิน 7% ทั้งนี้ ECB ถือเป็นความหวังเดียวในช่วงนี้ที่จะเข้าช่วยซื้อพันธบัตรของสเปน เพื่อดึงให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรลดลงต่ำกว่า 7% ในขณะที่ภาพรวมของนโยบายนั้น ผลการสำรวจล่าสุดโดย Bloomberg คาดว่า ECB จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 0.75% แต่ผมคาดว่ายังคงมีโอกาสที่ ECB จะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอีก เนื่องจากแนวโน้มเศรษฐกิจในยุโรปยังคงมีความเสี่ยง

ด้านความเสี่ยง

1.เศรษฐกิจจีนในช่วงต้นเดือน ส.ค. ยังคงต้องลุ้น ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ เช่น PMI (เดือน มิ.ย. อยู่ที่ 50.2) ซึ่งเป็นตัวเลขของเดือนแรกในไตรมาส 3 (HSBC Flash PMI ออกมาดีเกินคาด โดยมีสัญญาณบวกเกี่ยวกับ New Order และ New Export Order) โดยหากตัวเลขดังกล่าวดีขึ้นถือว่าเป็นบวก เนื่องจากเป็นการยืนยันว่าเศรษฐกิจจีนผ่านจุดต่ำสุดแล้วในไตรมาส 2 อย่างไรก็ตาม ผมประเมินว่าทางการจีนยังคงจำเป็นต้องออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไป เพื่อให้มั่นใจว่า GDP จะขยายตัวได้ไม่ต่ำกว่า 7.5% ต่อปี ในปี 2555-2556

2.การเมืองในช่วงต้นเดือน ส.ค. สภาจะกลับมาเปิดอีกครั้ง ทำให้ความเสี่ยงการเมืองไทยจะกลับมากดดันตลาด ทั้งนี้ความเสี่ยงจะขึ้นกับระดับความรุนแรงของความขัดแย้งว่าจะมากแค่ไหน

ทั้งหมดเป็นความเห็นส่วนตัวของผมเองนะครับ

ข่าวล่าสุด

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า