posttoday
สามคมค้าปลีกไทย กระทุ้งรัฐนโยบาย-กม.สู่เออีซีชัดเจน

สามคมค้าปลีกไทย กระทุ้งรัฐนโยบาย-กม.สู่เออีซีชัดเจน

25 กรกฎาคม 2555

แม้ภาพรวมของอุตสาหกรรมค้าปลีกค้าส่ง ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งดัชนีสะท้อนอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่สำคัญของไทย ในปี 2554 ที่ผ่านมา ผลประกอบการอุตสาห กรรมค้าปลีกค้าส่งมียอดขายรวม 1.65 ล้านล้านบาท เติบโตเพียง 2.3% จากผลกระทบหลังเกิดอุทกภัยใหญ่ช่วงปลายปีก่อน

แม้ภาพรวมของอุตสาหกรรมค้าปลีกค้าส่ง ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งดัชนีสะท้อนอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่สำคัญของไทย ในปี 2554 ที่ผ่านมา ผลประกอบการอุตสาห กรรมค้าปลีกค้าส่งมียอดขายรวม 1.65 ล้านล้านบาท เติบโตเพียง 2.3% จากผลกระทบหลังเกิดอุทกภัยใหญ่ช่วงปลายปีก่อน

อย่างไรก็ตาม ในปี 2555 นี้ มีหลายปัจจัยบวกตั้งแต่ต้นปี 2555 ได้แก่ 1.มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐและความต้องการสินค้าเพื่อฟื้นฟูและซ่อมแซมที่อยู่อาศัย ที่เข้ามาเสริมความเชื่อมั่นของผู้บริโภค 2.การปรับขึ้นเงินเดือนของข้าราชการและค่าจ้างขั้นต่ำ ที่มีผลกระตุ้นการจับจ่าย 3.การจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคตามฤดูกาล รวมถึงกลยุทธ์การตลาดเพื่อดึงดูดลูกค้าของผู้ประกอบการค้าปลีกต่างๆ อาทิ ช่วงตรุษจีน วันสงกรานต์ ช่วงเปิดภาคการศึกษา และ 4.นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทยมากขึ้น เห็นได้จากนักท่องเที่ยวในครึ่งปีแรกอยู่ที่ 10.5 ล้านคน เข้ามาช่วยให้ค้าปลีกค้าส่งปีนี้น่าจะเด้งกลับไปเติบโตได้อัตราปกติ

บุษบา จิราธิวัฒน์ ประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย กล่าวว่า แนวโน้มอุตสาห กรรมค้าปลีกค้าส่งไทยในครึ่งหลังปี 2555 สมาคมฯ เชื่อมั่นเศรษฐกิจไทยยังคงเดินหน้า และอุตสาหกรรมค้าปลีกค้าส่งยังเติบโตต่อเนื่องที่ 1012% จากปัจจัยเดิมและปัจจัยใหม่เข้ามาเสริม คือ การกระตุ้นการใช้จ่ายของภาครัฐ การทำกลยุทธ์การตลาดอย่างต่อเนื่องของผู้ประกอบการค้าปลีก รวมไปถึงการชะลอปรับขึ้นราคาสินค้า

นอกจากนี้ สมาคมฯ ยังร่วมเป็นกรรมการและผู้ประสานงานหลักในคณะกรรมการค้าปลีกค้าส่งของสภาหอการค้าไทย เพื่อร่วมผลักดันและกำหนดทิศทางอุตสาหกรรมค้าปลีกฯ ให้พัฒนาอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเน้น 3 เรื่องหลัก คือ 1.ผลักดันยุทธศาสตร์ค้าปลีกค้าส่งประเทศไทย เพื่อกำหนดทิศทางและนโยบายในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ รวมทั้งแนวทางการพัฒนาศักยภาพบุคลากรค้าปลีก ค้าส่ง และคู่ค้า เพื่อเสนอสภาหอการค้าไทยในเดือน ก.ย.ปีนี้

เรื่องที่ 2 คือ การจัดทำดัชนีค้าปลีกโดยวางแผนการจัดทำดัชนีค้าปลีกเพื่อเป็นเครื่องมือวัดการบริโภคของประเทศ และเพื่อให้ภาครัฐและเอกชนนำไปใช้ในการวางแผนการตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ แบ่งเป็นดัชนีเศรษฐกิจมหภาคด้านการบริการและอำนาจการซื้อของประเทศ ดัชนีการบริโภคในระดับภูมิภาคและจังหวัดและดัชนีการบริโภคในแต่ละหมวดสินค้า

สุดท้ายเรื่องที่ 3 คือ โครงการพัฒนาศักยภาพผู้ค้าปลีก ค้าส่ง และคู่ค้า มุ่งสู่ตลาดเออีซี โดยสมาคมฯ ได้ยื่น 3 โครงการ เสนอต่อสำนักส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และกรมส่งเสริมการส่งออก เพื่อพัฒนาศักยภาพของผู้ค้าปลีกและคู่ค้าระดับเอสเอ็มอี ได้แก่ 1.โครงการพัฒนาและจัดทำกลยุทธ์การตลาดเชิงปฏิบัติการแก่เอสเอ็มอีเชื่อมโยงสู่เออีซี

2.โครงการพัฒนาศักยภาพเอสเอ็มอีและความร่วมมือกับภาคธุรกิจค้าปลีกค้าส่งประเทศอินโดนีเซีย และ 3.โครงการพัฒนาศักยภาพเอสเอ็มอีและความร่วมมือกับภาคธุรกิจค้าปลีกค้าส่ง ประเทศฟิลิปปินส์ เพื่อเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 เนื่องจากปัจจุบันภาคบริการค้าปลีกขาดแคลนแรงงานจำนวนมาก

ขณะที่ในส่วนของสมาคมฯ ต้องการให้ภาครัฐมีความชัดเจนด้านนโยบายและกฎหมายต่างๆ เพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการค้าปลีกเข้าไปลงทุนในตลาดอาเซียนได้อย่างเป็นรูปธรรม อาทิ การส่งเสริมแบรนด์ไทย การแก้ไขกฎหมายการลงทุน หรือการนำเงินปันผลกลับมาประเทศ รวมถึงการนำสินค้าไทยและผู้ประกอบการขนาด กลางย่อม (เอสเอ็มอี) ไปจำหน่ายในต่างประเทศ

ที่สำคัญภาครัฐควรมีหน่วยงานกลางเพื่อให้ข้อมูลการตลาด การลงทุนในแต่ละประเทศอาเซียนแบบครบวงจรจุดเดียว หรือ “วันสต็อปเซอร์วิส” ซึ่งภายใน 2-3 ปีก่อนเปิดเออีซี ไม่ว่าจะพร้อมหรือไม่ ภาคเอกชนก็ต้องเดินหน้าก่อน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท