posttoday
ธปท.ไม่ยี่หระบาทผันผวนแล้ว5.3%

ธปท.ไม่ยี่หระบาทผันผวนแล้ว5.3%

24 กรกฎาคม 2555

การันตีไม่ต้องเข้าแทรกแซงเชื่อมั่นบริษัทไทยโกอินเตอร์

การันตีไม่ต้องเข้าแทรกแซงเชื่อมั่นบริษัทไทยโกอินเตอร์

ธปท.ยอมรับเงินบาทผันผวนสูง 5.3% แต่ไม่น่าห่วงจนต้องแทรกแซงค่าเงิน ชี้บริษัทไทยมีศักยภาพไปซื้อกิจการต่างประเทศได้

นางผ่องเพ็ญ เรืองวีรยุทธ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายตลาดการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ค่าเงินบาทในวันที่ 23 ก.ค.ที่ผ่านมา ปรับอ่อนค่าลงมา น่าจะเป็นผลจากข่าวกรณีที่ฝ่ายค้านของประเทศกรีซออกมาระบุว่าหนี้ของกรีซอาจจะเป็นหนี้เสีย ถึงข่าวดังกล่าวจะไม่ใช่เรื่องใหม่แต่ก็มีผลต่อค่าเงินบาทบ้าง

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้เงินบาทจะเคลื่อนไหวผันผวนบ้าง โดยกลับมาอ่อนค่าลง แต่ก็ยังไม่น่าห่วงมากนัก เนื่องจากเงินบาทในปัจจุบันมีค่าความผันผวนที่ 5.3% ถึงแม้จะเพิ่มขึ้น แต่ก็ยังผันผวนน้อยกว่าในอดีตที่เคยผันผวนถึง 78% ในภาวะเช่นนี้ ธปท.คงไม่จำเป็นต้องเข้าไปดูแลค่าเงินบาทเป็นพิเศษ แค่ติดตามดูอย่างใกล้ชิดต่อไป

สำหรับค่าเงินบาทวันที่ 23 ก.ค. ปิดตลาดที่ระดับ 31.76/78 บาท/เหรียญสหรัฐ

นางผ่องเพ็ญ กล่าวว่า การเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทต่อไปนี้ น่าจะขึ้นกับ 2 ปัจจัยหลัก ปัจจัยแรกขึ้นอยู่กับการดำเนินนโยบายในต่างประเทศ เช่น การทำมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณเงิน (QE3) ที่ยังไม่แน่นอนว่าจะออกมาหรือไม่ ซึ่งยังมีโอกาสที่จะออกมาได้ แต่มากแค่ไหนไม่รู้ และถ้าออก QE3 ก็จะทำให้เงินทุนต่างชาติไหลเข้ามาอีก

ปัจจัยที่สองขึ้นอยู่กับการส่งออกและนำเข้า และอีกปัจจัยที่สำคัญ คือการออกไปลงทุนโดยตรงในต่างประเทศของบริษัทในไทยที่มีมากขึ้น เพราะจะทำให้ความต้องการเงินเหรียญสหรัฐมากขึ้น แต่ค่าเงินบาทช่วงนี้ไม่มีอะไรมาก มีแข็งก็มีอ่อนค่าลงบ้าง ไม่ต้องเข้าไปดูแล โดยขณะนี้ค่าเงินบาทอาจวูบวาบบ้างเป็นเรื่องปกติแล้ว ข่าวต่างประเทศมีเยอะ

นางผ่องเพ็ญ กล่าวว่า แนวโน้มการนำเงินออกไปลงทุนในต่างประเทศของบริษัทในไทยถือเป็นแนวโน้มสำคัญที่จะช่วยสร้างสมดุลให้เงินทุนเคลื่อนย้ายของไทย เพราะปัจจุบันเงินทุนต่างชาติก็ยังไหลเข้ามาในไทยอย่างต่อเนื่อง โดยตลาดตราสารหนี้ของไทยมีเงินไหลเข้าตลอด ส่วนตลาดตราสารทุนมีไหลเข้าและออกบ้างเป็นบางช่วง

ฉะนั้น การที่มีเงินทุนของบริษัทไทยออกไปลงทุนโดยตรงก็จะช่วยสร้างสมดุลมากขึ้น และทำให้เงินบาทไม่แข็งค่าไปมากเวลามีเงินทุนไหลเข้ามา เพราะคาดว่าต่อไปเงินทุนจากต่างประเทศ น่าจะมีการไหลเข้ามาหาผลตอบแทนในกลุ่มประเทศกัมพูชา ลาว เมียนมาร์ และเวียดนามมากขึ้น เพราะเงินจะไหลมาหาประโยชน์ทางด้านภาษีที่ชาติต่างๆ ยังให้สิทธิด้านภาษีแก่ประเทศเหล่านี้ ได้ประโยชน์ด้านค่าจ้างแรงงาน และต้นทุนต่างๆ ที่เป็นข้อจำกัดของตัวเอง โดย ธปท.จะจับตาดูแนวโน้มการออกไปลงทุนมากขึ้น

“แนวโน้มบริษัทใหญ่ๆ ออกไปลงทุน เช่น บริษัทในไทยไปเสนอซื้อหุ้นบริษัท เฟรเซอร์ แอนด์ นีฟ (F&N) ในต่างประเทศเป็นวงเงินประมาณ 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือกรณีที่บริษัท ปตท.สผ. ส่อแววว่าจะชนะการประมูลซื้อบริษัท โคฟ เอนเนอร์ยี ของอังกฤษ” นางผ่องเพ็ญ กล่าว

ประเด็นเหล่านี้เป็นแนวโน้มสำคัญ ถึงเงินจะไหลออกแต่เป็นเรื่องที่ดีและมีผลต่อค่าเงินบาท เพราะทำให้ความต้องการเงินเหรียญสหรัฐเพิ่มขึ้น ซึ่งอนาคตน่าจะมีอีกเรื่อยๆ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท