
ไลบอร์...สิ่งบกพร่องเชิงโครงสร้าง
ในช่วงเดือนที่ผ่านมาได้เกิดข่าวใหญ่มากในธุรกิจการเงินการธนาคารของโลก
โดย...ยุทธศักดิ์ คณาสวัสดิ์
ในช่วงเดือนที่ผ่านมาได้เกิดข่าวใหญ่มากในธุรกิจการเงินการธนาคารของโลก เกี่ยวกับเรื่องอื้อฉาวของธนาคารบาร์เคลย์ส ซึ่งเป็นธนาคารเก่าแก่อายุมากถึง 322 ปีของอังกฤษ ได้ถูกลงโทษในข้อหาเสนอตัวเลขเท็จเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยระหว่างธนาคาร ซึ่งตัวเลขดังกล่าวได้นำมาใช้คำนวณอัตราของกรุงลอนดอน (London Interbank Offered Rate) หรือ LIBOR นอกจากนี้ ยังมีธนาคารอื่นๆ อีกหลายแห่งที่อยู่ระหว่างถูกสอบสวนในข้อหาคล้ายคลึงกัน ซึ่งข่าวดังกล่าวได้บั่นทอนความเชื่อมั่นต่อระบบการเงินการธนาคารของกรุงลอนดอนอย่างมาก
สำหรับ LIBOR เป็นอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยที่ธนาคารชั้นนำของกรุงลอนดอนสำหรับธุรกรรมระยะเวลาต่างๆ ตั้งแต่อัตราดอกเบี้ยแบบข้ามวันจนถึงอัตรา 1 ปี โดยสำนักข่าว Thomson Reuters จะดำเนินการในนามของสมาคมนายธนาคารของอังกฤษ (British Bankers’ Association BBA) ในการคำนวณและเผยแพร่ตัวเลขนี้
สำหรับอัตราดอกเบี้ย LIBOR ความจริงแล้วไม่ได้เป็นตัวเลขที่เก็บสถิติการทำธุรกรรมทางการเงินแต่อย่างใด แต่มาจากการสอบถามธนาคาร 16 แห่งในกรุงลอนดอนที่เป็นสมาชิกของสมาคม โดยธนาคารเหล่านี้จะส่งตัวเลขดอกเบี้ยที่ตนเองประมาณว่าจะต้องจ่ายในอัตรามากน้อยเพียงใดกรณีกู้เงินจากธนาคารอื่น ให้กับสำนักข่าว Thomson Reuters ในช่วงเวลาประมาณ 11 นาฬิกา
จากนั้นสำนักข่าวจะคำนวณอัตรา LIBOR โดยกระบวนการเริ่มต้นจากเรียงจากน้อยไปหามาก จากนั้นจะแบ่งเป็น 4 กลุ่ม กลุ่มละเท่าๆ กัน แล้วตัดกลุ่มที่ตัวเลขมากที่สุดและน้อยที่สุดออกไป จากนั้นจะคำนวณอัตราเฉลี่ยของอัตราดอกเบี้ยของ 2 กลุ่มที่อยู่ตรงกลาง ซึ่งคิดเป็น 50% จากการสำรวจ คล้ายคลึงกับการคำนวณคะแนนในการแข่งขันกีฬาต่างๆ เช่น ยิมนาสติก กระโดดน้ำ ฯลฯ จากนั้นจะตีพิมพ์เผยแพร่อัตราดอกเบี้ยนี้ทุกวัน โดยปกติจะประกาศในเวลา 11.3011.45 น.
จากการที่กรุงลอนดอนเป็นศูนย์กลางการเงินของโลก ทำให้อัตราดอกเบี้ย LIBOR กลายเป็นอัตราอ้างอิงที่ใช้แพร่หลายทั่วโลก โดยสถาบันการเงินต่างๆ จะนิยมกำหนดอัตราดอกเบี้ยเทียบเคียงกับ LIBOR โดยมีการประมาณการว่ามีตราสารและสินเชื่อทั่วโลกที่อ้างอิงอัตรา LIBOR เป็นมูลค่าสูงกว่า 800 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ จำแนกเป็นสวอป 350 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ สินเชื่อ 10 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ รวมถึงสินเชื่ออื่นๆ เช่น อัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิต ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงอัตรา LIBOR แม้แต่เพียงเล็กน้อย จะส่งผลกระทบไปทั่วโลกเป็นมูลค่ามากมายมหาศาล
อนึ่ง กรณีของประเทศอื่นๆ ก็มีการกำหนดอัตราดอกเบี้ยระหว่างธนาคารในลักษณะคล้ายคลึงกัน รวมถึงกรณีของประเทศไทยด้วย มีอัตราดอกเบี้ย BIBOR หรือ Bangkok Interbank Offered Rate โดยธนาคารแห่งประเทศไทยได้แต่งตั้งธนาคารที่เป็น BIBOR Contributors จำนวน 16 ราย เพื่อรายงานอัตราดอกเบี้ยที่ปล่อยกู้ระหว่างธนาคารสำหรับธุรกรรมระยะเวลาต่างๆ จากนั้นธนาคารแห่งประเทศไทยจะคำนวณอัตราเฉลี่ย BIBOR โดยแบ่ง 4 กลุ่ม และคำนวณเฉพาะ 2 กลุ่มกลาง และประกาศทุกวันทำการเวลา 11.00 น. ผ่านทางเว็บไซต์ของธนาคารแห่งประเทศไทย โดยในช่วงที่ผ่านมามีการใช้ BIBOR เป็นอัตราอ้างอิงในระดับหนึ่ง เป็นต้นว่า ธนาคารแห่งประเทศไทยและรัฐบาลได้ออกประมูลตราสารที่อิงกับอัตรา BIBOR อย่างต่อเนื่อง
การที่ธนาคารเหล่านี้ส่งข้อมูลอัตราดอกเบี้ยเท็จมีทั้งเพื่อแสวงหากำไร โดยหากอัตรา LIBOR ขึ้นลง ย่อมส่งผลกระทบต่อราคาตราสารต่างๆ มากมาย รวมถึงเพื่อปกปิดฐานะทางการเงินที่อ่อนแอในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจที่ผ่านมาด้วย เนื่องจากยิ่งแจ้งว่าตนเองจ่ายดอกเบี้ยในอัตราสูงเท่าใด ยิ่งสะท้อนว่าตนเองอ่อนแอทางการเงินมากเท่านั้น ซึ่งผู้บริหารของธนาคารบาร์เคลย์ส กล่าวว่า ในช่วงวิกฤตผู้บริหารของธนาคารกลางของอังกฤษได้กล่าวเป็นนัยให้แจ้งตัวเลขต่ำลง แต่ผู้บริหารของธนาคารกลางของอังกฤษ ได้ปฏิเสธว่า ไม่มีมูลความจริงแต่อย่างใด
สำหรับข่าวอื้อฉาวข้างต้นได้ส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางในธุรกิจการเงินการธนาคารทั่วโลกในแง่มุมต่างๆ มากมาย ทั้งในส่วนสั่นคลอนความมั่นใจใน LIBOR ขณะเดียวกันธนาคารเหล่านี้ต้องเผชิญกับความเสี่ยงที่จะถูกฟ้องร้องดำเนินคดี โดยหากศาลพิพากษาให้จ่ายค่าเสียหายเป็นเงินมากมายมหาศาลแล้ว ย่อมกระทบต่อความมั่นคงทางการเงินของธนาคารเหล่านี้อย่างรุนแรง ซึ่งปัจจุบันฐานะการเงินก็ไม่ค่อยดีนักอยู่แล้ว ดังนั้น ในอนาคตธนาคารเหล่านี้อาจจะปฏิเสธที่จะแจ้งข้อมูลอัตราดอกเบี้ยของตนเองแก่สำนักข่าวเพื่อใช้คำนวณ LIBOR อีกต่อไป เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงถูกฟ้องร้องในเรื่องนี้
เบน เบอร์แนนคี ประธานธนาคารกลางสหรัฐ ได้แถลงต่อสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ เมื่อวันที่ 17 ก.ค. 2555 ว่า LIBOR เป็นสิ่งที่บกพร่องเชิงโครงสร้างซึ่งจำเป็นต้องแก้ไข สำหรับพฤติกรรมให้ข้อมูลเท็จ เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้
อนึ่ง สำหรับแนวทางปรับปรุงแก้ไขในอนาคต ได้ข้อเสนอจากฝ่ายต่างๆ มากมาย เป็นต้นว่า ให้ยกเลิกการให้ธนาคารซึ่งเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเป็นฝ่ายแจ้งอัตราดอกเบี้ย โดยเปลี่ยนมาเป็นการกำหนด LIBOR จากตัวเลขที่มาจากการทำธุรกรรมอย่างแท้จริงในรูปตลาดกลางทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งนอกจากจะทำให้อัตรากำหนดขึ้นอย่างโปร่งใสแล้ว ยังช่วยลดต้นทุนในการทำธุรกรรมทางการเงินอีกด้วย







