
ทำนายอนาคตว่าที่เศรษฐีจากอุปนิสัยการออม
เวลาที่เราไปดูดวงไม่ว่าจะสำนักไหน 1 ใน 3 คำถามเด็ดที่มักจะถามหมอดูก็คือ “เมื่อไหร่จะรวย” ทุกครั้งที่หมอดูบอกว่า “คุณจะมีลาภลอย” เราก็มักจะขยันเป็นพิเศษในวันที่ 1 กับ 16 ของทุกเดือน พร้อมทั้งเพียรพยายามเสาะหาเลขเด็ดหรือหมอดูบางคนก็อาจจะทายทักระบุอายุ แต่จะเป็นไปตามที่หมอดูกล่าวหรือไม่ก็แล้วแต่ความเชื่อ
เวลาที่เราไปดูดวงไม่ว่าจะสำนักไหน 1 ใน 3 คำถามเด็ดที่มักจะถามหมอดูก็คือ “เมื่อไหร่จะรวย” ทุกครั้งที่หมอดูบอกว่า “คุณจะมีลาภลอย” เราก็มักจะขยันเป็นพิเศษในวันที่ 1 กับ 16 ของทุกเดือน พร้อมทั้งเพียรพยายามเสาะหาเลขเด็ดหรือหมอดูบางคนก็อาจจะทายทักระบุอายุ แต่จะเป็นไปตามที่หมอดูกล่าวหรือไม่ก็แล้วแต่ความเชื่อ
วันนี้เรามีเคล็ด (ไม่) ลับ ในการทำนายอนาคตทางการเงินมาแนะนำให้ทุกท่านรับประกันว่าไม่เหนื่อย ทั้งยังไม่ต้องไปเสาะหาเลขเด็ด ที่สำคัญทำนายได้ด้วยตนเองทั้งยังแม่นยำเสมือนตาเห็น เมื่อไม่กี่วันมานี้ผมได้มีโอกาสไปอ่านงานของ เดวิด บาค เจ้าของผลงาน Smart Women, Finish Rich เขาได้แบ่งนิสัยการใช้เงินออกเป็น 5 แบบได้แก่ Bankruptcy, Poor, Middle class, Rich และ Millionaire ซึ่งผมขออนุญาตปรับใช้ให้เข้ากับอุปนิสัยของคนไทย
คราวนี้มาถึงนาทีระทึกใจแล้วว่าอนาคตของท่านจะเป็นเช่นไร
สำหรับท่านที่เป็นแบบแรก ขออนุญาตแนะนำอย่างเร่งด่วนเลยนะครับว่าชีวิตของท่านจะไม่ค่อยเป็นสุขเพราะการใช้จ่ายเกินตัว ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม เพราะจะไม่มีทั้งเงินเก็บทั้งยังเต็มไปด้วยภาระหนี้สินชนิดไม่จบไม่สิ้น กลายเป็นบุคคลที่ “เพื่อนระอา” เนื่องจากหยิบยืมไปทั่ว คนกลุ่มนี้จะมีนิสัยฉุนเฉียวง่ายโดยเฉพาะถ้ามีใครมาทวงเงินก็จะตีสีหน้าไม่พอใจทันทีและมักจะพูดว่า “เงินแค่นี้ไม่ต้องมาทวงฉันหรอก” ถ้าไม่ต้องการให้ตนเองเป็นคนกลุ่มนี้สิ่งแรกที่จำเป็นก็คือต้อง “ล้างหนี้” ให้หมดอย่างรวดเร็ว เพราะดอกเบี้ยไม่เคยหยุดทำงาน ฉะนั้นความเร็วจึงเป็นสิ่งสำคัญในการปลดแอกตนเอง
สำหรับแบบที่ 2 ขยับฐานะการเงินดีกว่ากลุ่มแรกขึ้นมาบ้าง ทว่าพวกเขาก็มีชีวิตที่อยู่ “บนเส้นด้าย” เนื่องจากหากพลาดพลั้งประสบอุบัติเหตุ เจ็บป่วยไข้ หรือจะสิ่งใดก็ตามที่จะต้องใช้เงินฉุกเฉิน สิ่งแรกที่เขาจะนึกถึงก็คือเพื่อนและญาติ เนื่องจากตนเองไม่มีเงินออมเอาไว้ใช้ยามฉุกเฉินเพราะต้องหาเงินชนิดเดือนชนเดือน ทำให้ชีวิตของคนกลุ่มนี้มีความเสี่ยงที่สูงและมีโอกาสที่จะลงเหวกลับไปเป็นแบบที่ 1 ถ้าหากเกิดเหตุไม่คาดฝันซึ่งมนุษย์เงินเดือนจำนวนไม่น้อยมีลักษณะเช่นนี้
ส่วนแบบที่ 3 ผมถือว่าเป็นบุคคลที่มีความสามารถในการออมระดับเบื้องต้น แต่มีอนาคตที่สดใสสามารถสร้างตัวเองเป็นเศรษฐีได้ไม่ยาก เพราะเขาเริ่มเข้าสู่โลกแห่งการออมที่เป็นระบบ คนในกลุ่มนี้ค่อนข้างจะมีความสุขบนความพอเพียงและไม่เบียดเบียนใครในยามเดือดร้อน แต่ถ้าจะให้ดีก็ควรที่จะแสวงหารายได้เสริมเข้ามาเพื่อสร้างเงินออมให้มากขึ้นยกระดับเป็นแบบที่ 4
สำหรับแบบที่ 4 คือแบบที่ซึ่งผมเรียกว่าเป็นบุคคลต้นแบบทางการเงินก็ว่าได้ เพราะเขาสามารถระงับความต้องการต่างๆ และดำเนินชีวิตได้อย่างพอเพียงมีเงินออมแต่ละเดือน 2030% ทว่าสำหรับมนุษย์เงินเดือนธรรมดาคงเป็นเรื่องยากที่จะมีเงินออมมากขนาดนี้ นอกจากจะค้นพบงานอดิเรกที่ชอบและสามารถนำมาสร้างเป็นรายได้เสริมโดยที่รายจ่ายยังคงเท่าเดิม เพราะวันนี้ลำพังแค่การออมให้อยู่ในระดับ 20% ก็เป็นเรื่องยากมากเพราะยุคนี้ข้าวยากหมากแพง แต่มนุษย์เงินเดือนที่สามารถออมได้ขนาดนี้ย่อมไม่ธรรมดาสามารถทำนายได้เลยว่าในบั้นปลายเขาจะสามารถค้นพบอิสรภาพทางการเงินได้อย่างแน่นอน
สุดท้ายแบบที่ 5 คือมนุษย์เงินเดือนขั้น “เทพ” เพราะธรรมชาติของมนุษย์เงินเดือนยิ่งเงินเดือนมากภาษีสังคมยิ่งสูง ความต้องการและรสนิยมก็จะยิ่งสูงตามเป็นเงาตามตัว จากที่เคยเดินห้างสัปดาห์ละ 2 ครั้งก็เพิ่มรอบมากขึ้น พอเห็นรถยนต์คันเดิมที่เคยใช้มานานก็เริ่มรู้สึก “ไม่ปลื้ม” เพราะมันเก่า ความฟุ่มเฟือยต่างๆ จะตามมามากขึ้นจนทำให้อัตราส่วนในการออมน้อยลงหรือบางเดือนออมไม่ได้เลย ฉะนั้นคนที่มีรายได้สูงที่ต้องการอิสรภาพทางการเงินจึงต้องอดทนอดกลั้นมาก และการที่จะยกระดับตนเองให้เป็นเช่นนั้นได้ก็คือการ “ชนะใจตนเอง” ซึ่งเป็นคุณสมบัติหลักของนักลงทุน
ด้วยเหตุนี้ทำให้คนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะประสบความสำเร็จในการด้านการลงทุนเนื่องจากมีความอดทนอดกลั้นต่อสิ่งเร้าสูง ทำให้ไม่อ่อนไหวต่อสถานการณ์ต่างๆ สามารถครองตนไม่ให้หวาดผวาไปกับแรงเสียดทานหรือปัจจัยลบต่างๆ ที่เข้ามารุมเร้าในแต่ละสถานการณ์ ถ้าคุณสามารถฝึกตนเองได้ในระดับนี้ในไม่ช้าก็เป็นเศรษฐีเงินล้านโดยไม่ต้องไปดูดวงให้เสียเวลาคอย หากคุณต้องการที่ปรึกษาการเงินมืออาชีพสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ ฝ่ายธนบดีธนกิจ ธนาคารเกียรตินาคิน โทร. 02-680-3333







