
ทิศทางอุดมศึกษาไทยได้เวลาปรับตัวหรือยัง
....นิพนธ์ สุรพงษ์รักเจริญ
ทิศทางการอุดมศึกษาไทย ได้เวลาปรับตัวแล้วหรือยัง?
ขีดความสามารถประการหนึ่งที่ทำให้ภาคเอกชนมีวิวัฒนาการการอยู่รอดมาได้ทุกครั้งที่เกิดวิกฤตการณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตต้มยำกุ้งในปี 2540 วิกฤตการณ์ราคาน้ำมันแพงในช่วงปี 25472549 วิกฤตการณ์ซับไพรม์ในปี 25502551 คือความสามารถในการปรับตัวให้ทันต่อสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาซึ่งปัจจัยสำคัญประการหนึ่งเกิดจากการสรรหาบุคลากรที่มีคุณภาพสูงเข้าไปดำรงตำแหน่งกรรมการ หรือ Board of Director ของแต่ละบริษัท โดยกรรมการแต่ละท่านจะได้รับการอบรมเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะและบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบต่อองค์กรในด้านต่างๆ จากสถาบัน IOD (Institute of Director)
กระบวนการในการพัฒนาเหล่านี้มีเนื้อหาที่ครอบคลุมประเด็นต่างๆ ที่ผู้บริหารต้องรับผิดชอบทั้งในด้านที่เกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจและการรับผิดชอบต่อสังคม ตลอดจนการจัดการในการเรียนการสอนก็เน้นในเรื่อง Case Study ทั้งจากภายในประเทศและต่างประเทศ เพื่อระดมสมองจากผู้เรียนในการหาแนวทางการแก้ไข
จะเห็นได้ว่ากระบวนการดังกล่าวนี้จำเป็นอย่างยิ่งในการนำมาใช้เป็นโมเดลในการพัฒนากรรมการสภามหาวิทยาลัยทั้งของภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อให้กรรมการสภามหาวิทยาลัยเข้าใจถึงบทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบ สามารถมอบทิศทางเชิงกลยุทธ์ให้กับองค์กรได้อย่างถูกต้อง ตลอดจนให้การกำกับดูแลการดำเนินงานของผู้บริหารระดับสูงให้เป็นไปตามนโยบายและทิศทางที่ได้มอบหมายไว้
ผู้เขียนเองได้เห็นความสำคัญในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก โดยได้นำเรื่องเข้าปรึกษากับ สุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา ซึ่งท่านก็ให้ความสำคัญและมอบหมายภารกิจดังกล่าวให้กับสถาบันคลังสมองแห่งชาติเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินการยกร่างหลักสูตรที่เหมาะสมในการพัฒนาการเรียนการสอน ทำให้เกิดการพัฒนาหลักสูตรธรรมาภิบาลในมหาวิทยาลัย (University Governance) ขึ้น และได้ทดลองเรียนเป็นรุ่นแรก โดยได้เรียนเชิญผู้หลักผู้ใหญ่ในแวดวงอุดมศึกษามาเรียน ทั้งยังได้เปิดรับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่างๆ เพื่อนำไปปรับปรุงหลักสูตรให้มีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น ซึ่งขณะนี้ได้พัฒนาหลักสูตรจนเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ต่อมาได้เข้าหารือกับ ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช ผู้ก่อตั้งและประธานสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย และผู้ก่อตั้งและประธานคณะ กรรมการมูลนิธิสถาบันส่งเสริมการจัดการความรู้เพื่อสังคม และศาสตราภิชาน ไกรฤทธิ์ บุญยเกียรติ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการบริหาร สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ทำให้มั่นใจได้ว่าจะสามารถเปิดสอนสำหรับรุ่นที่ 1 ได้ในเร็วๆ นี้
หากหลักสูตรดังกล่าวได้รับการนำไปปฏิบัติใช้จริง สถาบันคลังสมองแห่งชาติก็จะทำหน้าที่เป็นเสมือนวิทยากรฝึกอบรม แต่เนื่องจากมีจำนวนกรรมการสภามหาวิทยาลัยเป็นจำนวนมากที่ควรจะได้รับการฝึกอบรมในหลักสูตรดังกล่าว สถาบันคลังสมองแห่งชาติอาจจะมอบหมายให้มหาวิทยาลัยที่มีความพร้อมเป็นผู้รับไปดำเนินการตามมาตรฐานของหลักสูตรที่ได้วางไว้แล้ว
เรื่องนี้จะเป็นความหวังและเป็นโอกาสว่า จะได้เห็นนายกสภามหาวิทยาลัย และกรรมการสภามหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมสัมมนาในหลักสูตรได้รับการพัฒนาความรู้ดังกล่าว ซึ่งจะมี Case Study ทั้งจากมหาวิทยาลัยในประเทศและต่างประเทศ เพื่อเป็นการนำระบบการจัดการความรู้ ไปพัฒนาสถาบันของตนเองให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ (Learning Organization) เพื่อนำไปสู่การพัฒนามหาวิทยาลัยที่ยั่งยืนต่อไป และน่าจะเป็นความหวังให้กับประเทศชาติได้ว่าเราจะมีสถาบันการศึกษา เราจะมีมหาวิทยาลัยต่างๆ ที่สามารถก้าวเข้ามามีบทบาทต่อการพัฒนาประเทศ และเป็นที่พึ่งให้กับภาคเอกชน ชุมชน และสังคม เพื่อนำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองให้กับประเทศชาติต่อไป
ผมคาดหวังว่า ในอนาคตผู้ที่จะมาเป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัยทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ควรจะต้องผ่านการอบรมในหลักสูตร University Governance ก่อนจึงจะเป็นการมั่นใจได้ว่าจะเป็นผู้ที่มีสมรรถนะเพียงพอที่จะมาทำหน้าที่กรรมการสภามหาวิทยาลัยได้อย่างสง่างาม







