
ไฮเนเก้นควักแสนล.สกัดไทยเบฟซื้อF&N
ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ไฮเนเก้น เบียร์อันดับ 3 ของโลกจากเนเธอร์แลนด์ ได้ทุ่มทุนกว่า 1.86 แสนล้านบาท (ราว 6,000 ล้านเหรียญสหรัฐ)
ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ไฮเนเก้น เบียร์อันดับ 3 ของโลกจากเนเธอร์แลนด์ ได้ทุ่มทุนกว่า 1.86 แสนล้านบาท (ราว 6,000 ล้านเหรียญสหรัฐ)
เกทับไทยเบฟเจ้าของเบียร์ช้างกลุ่มเจริญ สิริวัฒนภักดี ซึ่งก่อนหน้านี้ได้เสนอเงินกว่า 7 หมื่นล้านบาท ซื้อหุ้นของเฟรเซอร์ แอนด์ นีฟ หรือเอฟแอนด์เอ็น ซึ่งมีโรงงานผลิตเบียร์ 31 แห่ง ใน 15 ประเทศแถบเอเชียแปซิฟิก และมีเบียร์ยี่ห้อแข็งแกร่งอย่างไทเกอร์
สาเหตุที่ไฮเนเก้นไม่ยอมเสียตลาดเอเชียแปซิฟิก เพราะตลาดเบียร์ในเอเชียใหญ่แซงหน้าทุกทวีปทั่วโลก โดยสถาบันอาหารและไลฟ์สไตล์คิริน ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยของคิริน โฮลดิงส์ ในญี่ปุ่น แจ้งผลสำรวจว่า การบริโภคเบียร์ทั่วโลกเพิ่ม 2.4% เมื่อปี 2553 อยู่ที่ 1.83 แสนล้านลิตร เป็นการบริโภคเพิ่มขึ้นในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่เป็นหลัก นำโดยทวีปเอเชีย สัดส่วน 33.6% ของการดื่มทั่วโลก ขณะที่ยุโรป อเมริกาเหนือ และโอเชียเนีย สัดส่วนลดลงเทียบปีก่อน เพราะปัจจัยส่วนหนึ่งมาจากปัญหาเศรษฐกิจ
ดังนั้น ไฮเนเก้นเอ็นวี จึงยื่นข้อเสนอซื้อหุ้นของเอฟแอนด์เอ็นในวงเงิน 4,100 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือหุ้นละ 50 เหรียญสหรัฐ มากกว่าที่ไทยเบฟเสนอไปก่อนหน้านี้ที่ 2,800 ล้านเหรียญสิงคโปร์ ซึ่งข้อเสนอดังกล่าวจะช่วยให้ไฮเนเก้นกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ราว 82% ในเอพีบี
พาณิชย์ฮึด สอบนอมินีกันเออีซีรั่ว
กระทรวงพาณิชย์ได้เร่งปรับปรุงกฎระเบียบเพื่อจัดหาแนวทางการตรวจสอบธุรกิจของคนต่างด้าว ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 เป็นการป้องกันต่างชาติ ซึ่งเป็นประเทศที่สามที่ไม่ใช่ประเทศสมาชิกอาเซียนมาลงทุนตั้งบริษัทในอาเซียน เพื่อใช้สิทธิประโยชน์การเปิดเสรีบริการในอาเซียนมาลงทุนธุรกิจในไทย และกอบโกยผลประโยชน์จากไทยออกนอกประเทศ
ทั้งนี้ สาเหตุที่ไม่ออกเป็นกฎหมายเพราะใช้เวลานาน ไม่ทันการรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 และได้ให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเน้นตรวจสอบธุรกิจที่สุ่มเสี่ยงต่อการให้คนไทยถือหุ้นแทนต่างชาติ (นอมินี) เช่น ธุรกิจสินค้าเกษตร โดยเฉพาะการทำนา อสังหาริมทรัพย์ โทรคมนาคม ขณะที่กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศทำหน้าที่ชี้แจงไปยังอาเซียนว่า ไทยจะเป็นประเทศแรกที่ออกแนวทางปฏิบัติดังกล่าว นอกจากนั้นการตรวจสอบจะดึงกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ร่วมสอบด้วย
เช็กรันเวย์หลัง 18 ก.ค. ดีเลย์ 10 นาที
ขณะที่การซ่อมแซมรันเวย์ฝั่งตะวันออกของสนามบินสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) ได้เปิดให้ใช้ได้บางส่วนจากพื้นที่ซ่อมทั้งหมด ทางบริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย (บวท.) ได้ออกมายืนยันว่า หลังการปรับปรุงรันเวย์ระยะที่ 1 แล้วเสร็จในวันที่ 18 ก.ค. เชื่อว่าปัญหาเที่ยวบินล่าช้าจะลดลงแน่นอน คาดว่าในช่วงกลางวันจะล่าช้าไม่ถึง 10 นาที จากเดิมที่ล่าช้าถึง 30 นาที
ส่วน ทอท.ได้เตรียมว่าจ้างมหาวิทยาลัยที่มีความเชี่ยวชาญวิศวกรรมทางโครงสร้าง ตรวจสอบโครงสร้างรันเวย์ทั้งหมด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับสายการบินต่างๆ และผู้ใช้บริการ







