
ไฟแนนเซียลไดเจสต์
TFEX เปิดรับสมาชิกผู้ค้าทองรายใหม่
นางเกศรา มัญชุศรี ผู้ช่วยผู้จัดการ กลุ่มงานการตลาด ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตลาดอนุพันธ์ (ประเทศไทย) หรือ TFEX เปิดเผยว่า TFEX อยู่ระหว่างรับสมัครสมาชิกประเภทที่ซื้อขายได้เฉพาะสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงกับราคาทองคำ (Gold Related Agent) เพื่อสนับสนุนให้ผู้ค้าทองเข้ามาร่วมประกอบธุรกิจตัวแทนซื้อขายโกลด์ฟิวเจอร์ส (Gold Futures) และช่วยขยายฐานผู้ลงทุน โดยผู้ค้าทองที่มีความสนใจสมัครเป็นสมาชิก TFEX สามารถยื่นใบสมัครได้ที่ตลาดอนุพันธ์ตั้งแต่วันที่ 12 มี.ค.30 ธ.ค. 2553 เพื่อให้ผู้สนใจมีเวลาเตรียมการได้เพียงพอ
ทั้งนี้ ผู้ค้าทองที่มีความสนใจสมัครเป็นสมาชิกต้องได้รับใบอนุญาตประกอบการเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่เกี่ยวกับทองคำจากคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ซึ่งผู้ขอใบอนุญาตต้องเป็นบริษัทที่จัดตั้งขึ้นใหม่และมีผู้ประกอบธุรกิจซื้อขายทองคำรายใดรายหนึ่งหรือหลายรายถือหุ้นรวมกันไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 โดยผู้ถือหุ้นดังกล่าวต้องประกอบกิจการต่อเนื่องเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 3 ปี นอกจากนี้ในการเป็นสมาชิก TFEX ผู้สมัครต้องผ่าน
การพิจารณาเป็นสมาชิกของ บริษัท สำนักหักบัญชี (ประเทศไทย) จำกัด หรือ Thailand Clearing House Co.,Ltd. (TCH) ด้วย
สำหรับคุณสมบัติในการเป็นสมาชิก TFEX นั้น จะใช้เกณฑ์มาตรฐานเดิม ซึ่งใช้พิจารณารับสมาชิกในอดีตที่ผ่านมา รวมทั้งยังคงอัตราค่าธรรมเนียมในอัตราเดิม โดยผู้สมัครสมาชิกที่ผ่านการพิจารณาตามเกณฑ์ความพร้อมในเบื้องต้น จะต้องเข้ารับการทดสอบระบบงานด้านการซื้อขายและการชำระราคากับ TFEX และ TCH
ต่อไป โดยคาดว่าหากผู้สมัครสามารถยื่นเอกสารได้ครบถ้วนและผ่านการประเมินคุณสมบัติขั้นต้นได้ภายในไตรมาส 2 ก็น่าจะสามารถเข้ามาประกอบธุรกรรมได้ในปีนี้
ลีพัฒนาปันผล 36 สตางค์
คณะกรรมการบริษัท ลีพัฒนาผลิตภัณฑ์ (LEE) ได้อนุมัติให้บริษัทจ่ายเงินสดปันผลประจำปี 2552 ในอัตราหุ้นละ 0.36 บาท โดยจัดสรรจากผลการดำเนินงานสำหรับงวดระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.31 ธ.ค. 2552 รวมเป็นเงินปันผลจ่ายทั้งสิ้น 264.61 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็นประมาณ 96% ของกำไรสุทธิตามงบกำไรเฉพาะกิจการ โดยกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 18 พ.ค. 2553
บริษัทจะจัดสรรกำไรจากกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนที่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ในอัตราหุ้นละ 0.27 บาท คิดเป็นเงินปันผลจ่ายจำนวน 198,463,500 บาท โดยผู้ได้รับเงินปันผลในส่วนนี้จะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย และจัดสรรกำไรจากกิจการซึ่งได้รับลดหย่อนอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับกำไรสุทธิในอัตรา 50% ของอัตราปกติ ในอัตราหุ้นละ 0.05 บาท คิดเป็นเงินปันผลจ่ายจำนวน 36,752,500 บาทและจัดสรรกำไรจากกิจการที่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับกำไรสุทธิ ในอัตรา 25% ของกำไรสุทธิ ในอัตราหุ้นละ 0.04 บาท คิดเป็นเงินปันผลจ่ายจำนวน 29,402,000 บาท โดยผู้
นอกจากนี้ อนุมัติให้บริษัทลดทุนจดทะเบียนจาก 1,225 ล้านบาท เป็นจำนวน 735.05 ล้านบาท โดยตัดหุ้นสามัญจดทะเบียนที่จดทะเบียนไว้แล้วแต่ยังมิได้ออกจำหน่าย 489.95 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท รวม 489.95 ล้านบาท เป็นทุนจดทะเบียน 735.05 ล้านหุ้น รวม 735.05 ล้านบาท เท่ากับทุนที่ได้รับชำระแล้ว







