
ภาคเอกชนจีนกำไรฮวบ
กลุ่มบริษัทใหญ่ของรัฐกำไรดิ่ง16.4%รับศก.ซบครึ่งปีแรก
กลุ่มบริษัทใหญ่ของรัฐกำไรดิ่ง16.4%รับศก.ซบครึ่งปีแรก
กลุ่มบริษัทใหญ่ของจีนมีผลกำไรลดลงถ้วนหน้า ทั้งที่ได้อานิสงส์จากรัฐมากที่สุด เหตุส่งออกลดฮวบการบริโภคภายในดิ่ง
คณะกรรมการบริหารและดูแลสินทรัพย์ของรัฐบาลจีน เปิดเผยเมื่อวันที่ 20 ก.ค. ว่า ผลกำไรในช่วงครึ่งปีแรกของกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ในกำกับของรัฐบาลจีนนั้น ได้ลดลงถึง 16.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2554 เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซาลงจนฉุดทั้งภาคการส่งออกและความต้องการซื้อสินค้าภายในประเทศให้ดิ่งลง
รายงานระบุว่า ผลกำไรของบริษัทชั้นนำ 117 แห่งของรัฐบาลจีน ได้ลดลงอยู่ที่ 3.87 แสนล้านหยวน (ราว 1.77 ล้านล้านบาท) ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2555 นี้ ขณะที่ผลประกอบการเฉพาะในเดือน มิ.ย. มีกำไรเพิ่มขึ้น 8% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ทว่ารัฐบาลยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะเป็นสัญญาณฟื้นตัวของการเติบโตได้หรือไม่ และยังไม่ได้ระบุรายละเอียดด้วยว่าเป็นการเติบโตในกลุ่มธุรกิจใด
เอพี ระบุว่า การเปิดเผยครั้งนี้อาจนับได้ว่าเป็นสัญญาณร้ายของจีน เนื่องจากบริษัทดังกล่าวล้วนเป็นบริษัทที่ได้ประโยชน์จากนโยบายหลายด้านของรัฐบาลกรุงปักกิ่ง อาทิ การผูกขาดในด้านต่างๆ และการได้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ซึ่งสะท้อนถึงภาวะขาลงครั้งรุนแรงที่สุดของจีน นับตั้งแต่เกิดวิกฤตการณ์เศรษฐกิจโลกเมื่อปี 2551
ก่อนหน้านี้ บรรดาบริษัทสัญชาติจีนขนาดใหญ่ทั้งในธุรกิจสายการบิน การผลิต และค้าปลีก ต่างได้ออกโรงเตือนถึงการประกาศผลประกอบการในครึ่งปีแรก ซึ่งอาจมีกำไรลดลงมากถึง 80%
สถานการณ์ของภาคเอกชนในจีนที่ย่ำแย่ลง สอดคล้องกับภาคเอกชนบางส่วนในสหรัฐ โดยเฉพาะภาคธนาคารและสถาบันการเงิน เช่น อเมริกัน เอ็กซเพรส ซึ่งมีกำไรลดลง 4% จากวิกฤตหนี้อียูฉุดให้หุ้นบริษัทดิ่งลง 4% ขณะที่ธนาคารมอร์แกน สแตนเลย์ มีผลประกอบการลดลงเช่นเดียวกัน ส่งผลให้หุ้นของบริษัทปรับตัวลดลงถึง 6%
ผลประกอบการที่ลดลงส่งผลให้ มอร์แกน สแตนเลย์ เตรียมปลดพนักงานอีกราว 1,000 ตำแหน่ง ตามเป้าหมายลดพนักงานให้ได้ราว 7% เพื่อตัดลดภาระค่าใช้จ่าย หลังธนาคารเผชิญกับปัญหาขาดทุนจากปัญหาเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว และความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่ลดลง หลังธนาคารถูกหั่นอันดับความน่าเชื่อถือหลายครั้ง และความล้มเหลวในการบริหารการขายหุ้นต่อสาธารณชนครั้งแรก (ไอพีโอ) ของเฟซบุ๊ก
ทางด้านบริษัท ไมโครซอฟท์ ผู้ผลิตซอฟต์แวร์รายใหญ่ของโลก ก็ประสบภาวะขาดทุนครั้งแรกในรอบ 26 ปี นับตั้งแต่ก่อตั้ง ในการประกาศผลประกอบการไตรมาสแรกประจำปีนี้ โดยขาดทุน 492 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.52 หมื่นล้านบาท) อันเป็นผลมาจากการทุ่มเงินซื้อเอควานทีฟ บริษัทโฆษณาออนไลน์เมื่อปี 2550 มูลค่าสูงถึง 6,300 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.92 แสนล้านบาท) เพื่อช่วยฟื้นธุรกิจโฆษณาออนไลน์และต่อสู้กับคู่แข่งรายใหญ่อย่างกูเกิล ทว่ากลับไม่ทำกำไรให้







