
สผ.เพิ่มทุนแสนล้าน
บอร์ดอนุมัติออก650ล้านหุ้น/ปตท.ใช้สิทธิซื้อรักษาสิทธิ/หวั่นราคาดิ่ง
บอร์ดอนุมัติออก650ล้านหุ้น/ปตท.ใช้สิทธิซื้อรักษาสิทธิ/หวั่นราคาดิ่ง
บอร์ด PTTEP อนุมัติ เพิ่มทุนระดมเงิน 1 แสนล้านตามคาด ด้าน PTT ตามใช้สิทธิซื้อหุ้น 403 ล้านหุ้น คงผู้ถือหุ้นใหญ่ 65.29% นักวิเคราะห์คาดวันจันทร์ราคาดิ่งต่อ
บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่า คณะกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 20 ก.ค. มีมติอนุมัติให้เพิ่มทุนจดทะเบียนจำนวน 650 ล้านหุ้น จากปัจจุบันทุนจดทะเบียนชำระแล้วของบริษัทอยู่ที่ 3,319 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วนการเพิ่มทุนจากทุนจดทะเบียนเดิม 19.58% โดยจะนำเสนอต่อที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นในวันที่ 24 ส.ค.นี้
อย่างไรก็ตาม หากคำนวณจำนวนหุ้นที่เพิ่มทุนจำนวน 650 ล้านหุ้น ในราคาหุ้น PTTEP ปัจจุบัน ซึ่งปิดที่ 165.50 บาท ก็เท่ากับว่าจะระดมเงินประมาณ 1.07 แสนล้านบาท
ทั้งนี้ หุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 650 ล้านหุ้น จะขายให้กับบริษัท ปตท. (PTT) ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ จำนวน 403.39 ล้านหุ้น เพื่อรักษาสิทธิการเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ และคงสัดส่วนการถือหุ้นเดิมในบริษัทที่ประมาณ 65.29% ของจำนวนหุ้นที่ได้จำหน่ายแล้วทั้งหมด ภายหลังการเสนอขายเพิ่มทุนในครั้งนี้
สำหรับหุ้นเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 214.44 ล้านหุ้น จะเสนอขายให้กับประชาชนทั่วไป และจำนวนไม่เกิน 32.16 ล้านหุ้น ให้แก่ผู้จัดหาหุ้นส่วนเกิน โดยมีวัตถุประสงค์ให้ผู้จัดหาหุ้นส่วนเกินใช้เป็นกลไกในการรักษาเสถียรภาพของระดับราคาหุ้น (Stabilization) ในช่วงระยะเวลา 30 วัน นับแต่วันถัดจากวันปิดการจองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุน
นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ PTT กล่าวว่า คณะกรรมการบริษัทได้มีมติอนุมัติให้การสนับสนุนการเพิ่มทุนจดทะเบียนของ PTTEP จำนวน 403 ล้านหุ้น เพื่อคงสัดส่วนการถือหุ้นเดิมใน ปตท.สผ. ที่ประมาณ 65.29% ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของ ปตท.สผ. ก่อนการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้ผู้จัดหาหุ้นส่วนเกิน (Overallotment Agent) ในราคาที่ ปตท.สผ.เสนอขาย ซึ่งจะพิจารณาจากการสำรวจความต้องการซื้อหลักทรัพย์ของนักลงทุนสถาบัน (Book Building)
นักวิเคราะห์ กล่าวว่า การตัดสินประกาศเพิ่มทุนครั้งนี้ของ PTTEP ถือว่าเกิดขึ้นครั้งแรกในรอบกว่า 10 ปี และเกิดขึ้นภายหลังจากที่ ปตท.สผ. ประกาศเข้าซื้อกิจการของ โคฟ เอนเนอร์ยี ที่ล่าสุดถือเป็นผู้ที่เข้าทำคำเสนอซื้อที่เสนอราคาหุ้นที่ 242 เพนซ์/หุ้น หรือคิดเป็นเม็ดเงินประมาณ 6 หมื่นล้านบาท และจะทราบผลสำเร็จชัดเจนในช่วงสิ้นเดือนนี้
นักวิเคราะห์ บล.เอเซีย พลัส กล่าวว่า ถือเป็นการเพิ่มทุนตามคาดหมายและเป็นผล จากนี้การตัดสินใจเข้าซื้อครั้งนี้จะทำให้โครงสร้างทางการเงินของบริษัทอ่อนแอลง โดยสัดส่วนหนี้สินต่อทุนจะเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ 0.7 เท่า ซึ่งเกินเป้าหมายที่บริษัทตั้งไว้ว่าให้อยู่ในระดับ 0.5 เท่า จากปัจจุบันอยู่ที่ 0.4 เท่า และหลังเพิ่มทุนจะทำให้ลดลงมาอยู่ที่ 0.2 เท่า
บริษัทจำเป็นต้องใส่งบลงทุนอีก 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ในการพัฒนาและผลิตขั้นต่อไป แต่การเข้าซื้อกิจการน่าจะผลักดันให้ปริมาณสำรองที่พิสูจน์แล้วเพิ่มขึ้นราว 24% จากปัจจุบันที่ 1,000 ล้านบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ
นอกจากนี้ การเข้าซื้อบริษัท โคฟ เอนเนอร์ยี น่าจะทำให้ PTTEP เข้าสู่ตลาดแอลเอ็นจี ด้วยแผนการพัฒนาโครงการโมซัมบิกระดับโลก เริ่มด้วยแอลเอ็นจี 2 โครงการ (10 ตัน) ในปี 2562 และขยายเป็น 3 โครงการ (15 ตัน) ในปี 2564
เนื่องจากสมมติฐานที่สมมติให้มีความน่าจะเป็นในการเปลี่ยนแหล่งทรัพยากรไปเป็นปริมาณสำรองที่พิสูจน์แล้ว 60%
นายสุกิจ อุดมศิริกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสายงานวิจัย บล.ไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ถือเป็นการเพิ่มทุนตามคาด และน่าจะเกิดผลกระทบทำให้สัดส่วนการถือหุ้นและราคาหุ้นลดลง (ไดรูชัน) ประมาณ 20% แต่การเพิ่มทุนของ PTTEP ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะเพิ่มทุนเพื่อนำเงินไปซื้อสินทรัพย์ที่ดีที่มีมูลค่าให้กับกิจการ







