
พลังงานตรึงดีเซลห้ามเกินลิตรละ30บาท
“อารักษ์”ส่งสัญญาณตรึงดีเซลห้ามเกินลิตรละ30บาทเดินหน้าใช้กองทุนน้ำมันฯดูแลนานสุดแม้รายได้จะลดลงเหลือวันละ90ล้านบาท
“อารักษ์”ส่งสัญญาณตรึงดีเซลห้ามเกินลิตรละ30บาทเดินหน้าใช้กองทุนน้ำมันฯดูแลนานสุดแม้รายได้จะลดลงเหลือวันละ90ล้านบาท
นายอารักษ์ ชลธาร์นนท์ รมว.พลังงาน เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ว่า กระทรวงพลังงานติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันอย่างใกล้ชิดโดยจะดูแลระดับราคาขายปลีกดีเซลไม่เกินลิตรละ30บาทให้นานที่สุดเพราะไม่ต้องการให้กระทบกับภาคขนส่ง อัตราเงินเฟ้อ และค่าครองชีพประชาชน โดยจะใช้กลกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในการดูแลต่อไป
ทั้งนี้ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับเพิ่มขึ้นจำเป็นต้องเข้าไปดูแลราคาขายปลีกน้ำมันไม่ให้ปรับเพิ่มขึ้นมากเกินไป โดยที่ประชุมกบง.เห็นชอบให้ปรับลดอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันฯของดีเซล 40 สต./ลิตร แก๊สโซฮอล์95และ91ลง 30 สต./ลิตร ในขณะที่เบนซิน95 และเบนซิน 91ไม่เปลี่ยนแปลงแต่ทาง ผู้ค้าน้ำมันอาจจะปรับขึ้นราคาตามตลาดโลกประมาณ 50 สต./ลิตร
การปรับลดอัตราเงินนำส่งเข้ากองทุนน้ำมันฯครั้งนี้ส่งผลให้กองทุนน้ำมันฯมีรายได้ลดลงจากวันละ 115 ล้านบาท เหลือวันละ 90 ล้านบาท ในขณะที่ฐานะกองทุนน้ำมันฯสุทธิติดลบ อยู่ 1.52 หมื่นล้านบาท โดยปัจจุบันอัตราการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯของเบนซิน95และ91 ยังอยู่อัตราเดิม 7.10 บาท/ลิตร ส่วนแก๊สโซฮอล์95 อยู่ที่ 2.60 บาท/ลิตร แก๊สโซฮอล์91 อยู่ที่ 1.00 บาท/ลิตร และดีเซล อยู่ที่ 60 สต./ลิตร
“กรณีของดีเซลภาครัฐจะพยายามดูแลราคาขายปลีกไม่ให้เกิน 30 บาทให้นานที่สุด โดยติดตามราคาตลาดโลกใกล้ชิด ซึ่งตอนนี้ยังเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯอยู่60 สต./ลิตร หากช่วงใดที่ราคาน้ำมันตลาดโลกปรับเพิ่มขึ้นก็สามารถลดอัตราจัดเก็บลงให้กลายเป็นศูนย์ เพื่อรักษาเสถียรภาพของราคาไว้ แต่ถ้าราคาน้ำมันยังปรับสูงต่อเนื่องไปอีก ถึงที่สุดแล้วก็อาจเลือกวิธีการอุดหนุนราคาดีเซลต่อไป”นายอารักษ์ กล่าว
นายอารักษ์ กล่าวว่า แนวโน้มราคาน้ำมันตลาดโลกน่าจะอยู่ในระดับ 100 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ซึ่งยังต้องติดตามปัจจัยต่างประเทศควบคู่กันไปด้วย ทั้งสถานการณ์อิหร่าน เศรษฐกิจยุโรป และสหรัฐ เพราะจะเป็นตัวแปรสำคัญที่มีต่อการเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก







