
เทศกาล‘ควบรวมประกัน’
ศรีอยุธยาฯประเดิมรวบบีทีธนชาตนครหลวงฯคู่ต่อไป
โพสต์ทูเดย์
— ธุรกิจประกันภัยถึงยุคควบรวมกิจการ ขายบริษัท ผลจากนโยบายบริษัทแม่ เถ้าแก่เก่าหมดเงินเพิ่มทุน เข้าคิวอีกเพียบนายโรวัน ดี อาซี กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ศรีอยุธยาประกันภัย เปิดเผยว่า คณะกรรมการของบริษัท ศรีอยุธยาประกันภัย ได้มีมติเป็นเอกฉันท์อนุมัติการเข้าซื้อกิจการของบริษัท บีทีประกันภัย และจะเข้าซื้อหุ้นจำนวน 99.99% ในบริษัท บีทีประกันภัย จากธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ในราคาอ้างอิงขั้นต้นที่ 392 ล้านบาท และจะกำหนดราคาขายสุดท้ายในวันปิดธุรกรรมซื้อขายหุ้น คาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในเดือน มิ.ย. นี้
ทั้งนี้ ทางบริษัท ศรีอยุธยาประกันภัย จะลงนามในข้อตกลงทางธุรกิจด้านผลิตภัณฑ์ประกันอายุสัญญา 10 ปี กับธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย เพื่อให้ธนาคารเป็นผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์ประกันวินาศภัยของบริษัท บีทีประกันภัย และบริษัท ศรีอยุธยาประกันภัย โดยผ่านสาขาต่างๆ ของธนาคารทั่วประเทศ
นายสุภัค ศิวะรักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหารธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า การขายกิจการดังกล่าว สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ในระดับภูมิภาคของกลุ่มซีไอเอ็มบี ซึ่งเน้นการใช้ประโยชน์จากความรู้ความเชี่ยวชาญของบริษัทประกันภัยชั้นนำในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ โดยมุ่งใช้ศักยภาพเครือข่ายให้เป็นจุดขายแก่ลูกค้าผ่านเครือข่ายสาขา กว่า 147 แห่งทั่วประเทศ
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า นโยบายของธนาคารพาณิชย์จะหันมามุ่งเน้นเฉพาะธุรกิจหลัก ทำให้ธนาคารหลายแห่งมีแผนที่จะขายบริษัทประกันภัยออกไป และจับธุรกิจประกันในเครือควบรวมกิจการ คาดว่ารายต่อไปคือ บริษัท ประกันชีวิตนครหลวงไทย กับบริษัท ธนชาตประกันชีวิต เนื่องจากธนาคารธนชาตได้เข้าซื้อธนาคารนครหลวงไทย ทำให้กลายเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัท ประกันชีวิตนครหลวงโดยปริยาย
ขณะที่บริษัท สยามซัมซุงประกันชีวิต ที่มีธนาคารนครหลวงไทยถือหุ้น 25% ทางผู้ถือหุ้นใหญ่ของซัมซุงเตรียมยื่นเสนอซื้อหุ้นในส่วนดังกล่าวจากกลุ่มผู้ถือหุ้นใหม่ของธนาคารนครหลวงไทยด้วย
นอกจากนี้ กฎเกณฑ์ใหม่ๆ ที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) นำมาใช้เพื่อยกระดับมาตรฐานบริษัทประกันภัย และบริษัทประกันชีวิตทำให้บริษัทประกันหลายแห่งไม่สามารถปฏิบัติได้ตามเกณฑ์ที่กำหนด เพราะผู้ถือหุ้นเก่าไม่มีเงินเพิ่มทุน จึงต้องประกาศหาผู้ร่วมทุนรายใหม่
หนึ่งในนั้นคือ บริษัท ฟินันซ่าประกันชีวิต ที่ประสบปัญหาฐานะการเงินกองทุนติดลบ ซึ่งทาง คปภ.ยืนยันว่ามีนักลงทุนจากยุโรปสนใจที่จะเข้าซื้อกิจการของบริษัทดังกล่าว รวมถึงบริษัท ลิเบอร์ตี้ประกันภัย มีนักลงทุนรายใหม่เข้ามาซื้อหุ้นเพิ่มทุน ซึ่งขณะนี้ทั้งสองแห่งอยู่ระหว่างการเพิ่มทุนใหม่
ทั้งนี้ ปลายปี 2552 ที่ผ่านมา นายวีระเดช รุ่งโรจน์ธนกุล นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ได้เข้าซื้อหุ้น 70% ของบริษัท สหวัฒนาประกันภัย มูลค่า 260 ล้านบาท และอยู่ระหว่างการซื้อส่วนที่เหลือทั้งจำนวน
ที่เหลืออีก 30% อยู่ระหว่างการดำเนินการซื้อเพิ่มเพื่อให้ครบ 100%
ทั้งนี้ คาดว่าจะมีบริษัทประกันวินาศภัยอีกหลายแห่งที่จะต้องทำการควบรวมกิจการ และ ขายกิจการให้ผู้ถือหุ้นกลุ่มใหม่ เนื่องจากเกณฑ์การดำรงเงินกองทุนตามเกณฑ์ใหม่ ทำให้ต้องเพิ่มทุนอีกจำนวนมาก







