
ลูกค้าไม่ปลื้ม‘กองไลฟ์ไซเคิล’
ไอเอ็นจีเศร้าปิดแล้ว2กองทุน บลจ.บ่นของดีขายยาก-ไม่โต
ไอเอ็นจีเศร้าปิดแล้ว2กองทุน บลจ.บ่นของดีขายยาก-ไม่โต
นักลงทุนไม่นิยม กองทุนผสม ลงทุนตามอายุ-ความเสี่ยง บลจ.บ่นขายยาก กองไม่โต “ไอเอ็นจี” สังเวยปิดไปแล้ว 2 กองทุน
บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ไอเอ็นจี (ประเทศไทย) ประกาศยกเลิกกองทุนเปิดไอเอ็นจี ไทย ไลฟ์ไซเคิล 2015 ตั้งแต่วันที่ 12 ก.ค. เนื่องจากจำนวนผู้ถือหน่วยลดเหลือ 32 ราย ซึ่งต่ำกว่า 35 รายตามที่กฎหมายกำหนด และก่อนหน้านี้ได้ปิดกองทุนเปิดไอเอ็นจี ไทย ไลฟ์ไซเคิล 2025 ทำให้กองทุน ในกลุ่ม “ไอเอ็นจี ไทย ไลฟ์ไซเคิล” ซึ่งมีอยู่ 3 กองทุน เหลือเพียงกองทุนเดียว คือ กองทุนเปิดไอเอ็นจี ไทย ไลฟ์ไซเคิล 2025
นายจุมพล สายมาลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.ไอเอ็นจี (ประเทศไทย) กล่าวถึงสาเหตุที่ทำให้ต้องปิดกองทุน ว่ากองทุนในลักษณะดังกล่าวไม่ได้รับความนิยมจากนักลงทุน
ทั้งนี้ เมื่อปี 2552 บลจ.ไอเอ็นจี เปิดขายกองทุนกลุ่ม “ไอเอ็นจี ไทย ไลฟ์ไซเคิล” ซึ่งเป็นกองทุนผสม โดยแต่ละกองทุนจะใช้ปีที่นักลงทุนต้องการเกษียณมากำหนดเป้าหมายการลงทุน
จากการสำรวจพบว่ายังมี บลจ.อีกหลายแห่งที่เปิดขายกองทุนผสม ที่กำหนดนโยบายการลงทุนตามช่วงอายุ หรือระดับการยอมรับความเสี่ยงของนักลงทุน ซึ่งไม่ได้รับความนิยมจากนักลงทุนมากนัก โดยมูลค่าสินทรัพย์สุทธิของกองทุนมีขนาดไม่มากนัก และเติบโตช้า
นายนคร ตามไท ผู้บริหารฝ่ายสื่อสารการตลาด บลจ.กสิกรไทย ซึ่งถือเป็น บลจ.แห่งแรก ที่เปิดขายกองทุนลักษณะดังกล่าว ยอมรับว่า กองทุนประเภทนี้มีอัตราการเติบโตค่อนข้างช้า แม้ว่าอัตราผลตอบแทนแต่ละกองทุนจะอยู่ในระดับที่ดี เมื่อเทียบกับดัชนีมาตรฐาน
“กองทุนแบบนี้จะมีทั้งหุ้นและตราสารหนี้ผสมกัน ทำให้คนขายกองทุนอธิบายยาก ขณะที่ลูกค้าก็จะเข้าใจยาก ทำให้ในการขายกองทุนต้องใช้เวลาค่อนข้างมากและต้องใช้ตัวแทนขายที่มีความรู้ความเข้าใจด้านการวางแผนการเงิน แต่ บลจ.กสิกรไทย จะยังให้ความสำคัญกับกองทุนประเภทนี้อย่างต่อเนื่อง เพราะช่วยอำนวยความสะดวกให้นักลงทุนที่ต้องการกระจายความเสี่ยง” นายนคร กล่าว







