posttoday
แบงก์แจ้งจับ เลขาโกงนาย

แบงก์แจ้งจับ เลขาโกงนาย

20 กรกฎาคม 2555

9 สถาบันการเงินอ่วม เจอลูกค้าแสบปลอมแปลงเอกสาร แถมทำศัลยกรรมหน้าให้คล้ายเจ้าของบัตรประชาชน หลอกทำบัตรเครดิตรูดกระหน่ำ 5.3 ล้านบาท

9 สถาบันการเงินอ่วม เจอลูกค้าแสบปลอมแปลงเอกสาร แถมทำศัลยกรรมหน้าให้คล้ายเจ้าของบัตรประชาชน หลอกทำบัตรเครดิตรูดกระหน่ำ 5.3 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 19 ก.ค. ตัวแทนธนาคารธนชาต ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารยูโอบี ซิตี้แบงก์ เอชเอสบีซี และบริษัท อิออน ธนสินทรัพย์ (ไทยแลนด์) ได้เดินทางแจ้งความดำเนินคดีกับนางวิไล ดิษฐ์กระจัน เลขานุการส่วนตัวของผู้บริหารระดับสูง ซึ่งเป็นบุตรสาวผู้ถือหุ้นของบริษัท อารียา พรอพเพอร์ตี้ ในความผิดเกี่ยวกับบัตรเครดิต ปลอมและใช้เอกสารสิทธิของผู้อื่น รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 5.3 ล้านบาท

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า เมื่อประมาณปี 2554 เลขานุการส่วนตัวที่ทำงานให้กับผู้บริหารสาวคนดังกล่าวมานานหลายปี และเก็บรักษาเอกสารสำคัญของผู้บริหารรายนี้เอาไว้ ได้นำบัตรประชาชนและสำเนาเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการเงินไปขอเปิดใช้บัตรเครดิต 9 ใบ จากธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงิน 9 แห่ง ซึ่งสถาบันการเงินแต่ละแห่งได้อนุมัติบัตรเครดิตให้

หลังจากนั้นนางวิไลมีการนำบัตรไปใช้รูดซื้อสินค้าและบริการนับร้อยครั้ง กดเงินสดจากตู้เอทีเอ็ม บริการเสริมความงาม และศัลยกรรมตกแต่งใบหน้า โดยเหลาคางให้แหลมและทำให้มีรูปใบหน้าคล้ายกับผู้บริหารสาวคนนี้ ทำให้บางครั้งเวลาเดินทางไปทำธุรกรรมที่ธนาคาร ก็ทำให้พนักงานธนาคารคิดว่าเป็นตัวผู้บริหารสาวมาเอง จึงอำนวยความสะดวกให้

แหล่งข่าวจากธนาคารเจ้าหนี้ เปิดเผยว่า กรณีนี้เกิดขึ้นเพราะเจ้านายซึ่งเป็นหญิงอายุและรูปร่างใกล้เคียงกันกับเลขาสาว ได้ไว้วางใจให้เลขานำเอกสารทางการเงินที่สำคัญทั้งหมดและทำธุรกรรมต่างๆ แทนเป็นเวลานาน

ดังนั้น จึงเป็นเหตุให้นางวิไล เห็นช่องทางจึงนำเอกสารทางการเงินและบัตรประชาชนของเจ้านาย ไปสมัครบัตรเครดิตรวม 9 แห่ง และมีการใช้เงินหมุนเวียนจากบัตรเครดิตเป็นระยะเวลากว่า 1 ปี พร้อมทั้งให้ส่งเอกสารแจ้งหนี้บัตรเครดิตไปยังที่อยู่ของเลขา โดยธนาคารเห็นว่าที่อยู่ที่เลขาให้จัดส่งเอกสารแจ้งหนี้นั้น เป็นคอนโดมิเนียมหรู ทำให้เกิดการเชื่อว่าเป็นที่อยู่ของผู้เสียหายจริง

แหล่งข่าวเปิดเผยว่า จากการสอบถามพนักงานที่ออกบัตรเครดิตให้นั้น พนักงานระบุว่านางวิไลนั้น ถ้ามองผ่านๆ มีหน้าตาคล้ายกับเจ้าของบัตรประชาชน จึงเชื่อว่าเป็นเจ้าของเอกสารจริง จึงออกบัตรเครดิตให้

อย่างไรก็ดี เรื่องได้เปิดเผยขึ้น เพราะมีเจ้าหนี้ได้ทวงถามหนี้ไปยังผู้เสียหาย ซึ่งเป็นนายจ้างของนางวิไล โดยผู้เสียหายได้สอบถามเลขา และเลขายืนยันว่าเป็นคนปลอมแปลงเอกสารจริง แต่จะนำเงินมาชดเชยให้ จึงไม่มีการแจ้งความ แต่ระหว่างนั้นผู้เสียหายก็ได้ไปเช็กเครดิตบูโร จึงทราบว่าเป็นหนี้กับบัตรเครดิตถึง 9 แห่ง

นอกจากนี้ จากการตรวจสอบพบว่าวงเงินความเสียหายสูงถึง 5.3 ล้านบาท เงินบางส่วนที่เลขาได้นำไปใช้จ่าย คือ ค่าใช้จ่ายศัลยกรรมความงามและขณะนี้นางวิไลได้หลบหนีคดีไปแล้ว

แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ขอเตือนประชาชนทุกคนให้รักษาเอกสารที่สำคัญ เช่น บัตรประชาชน เอกสารทางการเงินไว้กับตัวอย่างดี อย่าไว้ใจให้เอกสารตัวจริงกับคนใกล้ชิดดูแล เนื่องจากการขอสินเชื่อที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน เช่น สินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อบัตรเครดิต ธนาคารจะขอเพียงเอกสารทางการเงิน แต่ลูกค้าไม่ต้องเดินทางมาพิสูจน์หลักฐานต่อหน้าพนักงานถึงสาขา

ดังนั้น เอกสารเหล่านี้จึงสามารถนำไปใช้ในทางที่ผิดได้ ต่างจากการขอสินเชื่อที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ลูกค้าต้องเดินทางมาถึงสาขาเพื่อเซ็นเอกสาร

นอกจากนี้ ทั้งบัตรเครดิต บัตรเดบิต และบัตรเอทีเอ็ม จะต้องรักษาทั้งบัตรและรหัสให้อยู่ในที่ปลอดภัย

มีหลายกรณีที่มิจฉาชีพได้ใช้ทุกวิถีทางหลอกพนักงานธนาคาร หากโดนหลอกโดยสุจริตไม่มีการฮั้วกับลูกค้าโกงธนาคาร ธนาคารก็จะตักเตือนให้ทำงานให้รอบคอบ แต่หากร่วมกันฉ้อโกงก็จะแจ้งความดำเนินคดีลูกค้าด้วย

 

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ