
เลื่อนสัมปทานลดกระแสต้านสำรวจปิโตรฯ
เลื่อนเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบใหม่ไปต้นปีหน้า หลังถูกกระแสสังคมต่อต้านหนัก วุ่นหาช่องกล่อมประชาชนก่อน
เลื่อนเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบใหม่ไปต้นปีหน้า หลังถูกกระแสสังคมต่อต้านหนัก วุ่นหาช่องกล่อมประชาชนก่อน
นายทรงภพ พลจันทร์ อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาเลื่อนการเปิดประมูลสัมปทานปิโตรเลียมรอบใหม่ครั้งที่ 21 ออกไปก่อนอย่างไม่มีกำหนด หรืออาจไปเริ่มเปิดอีกครั้งต้นปี 2556 เนื่องจากมีกระแสต่อต้านจากความไม่เข้าใจถึงวัตถุประสงค์ของการหาแหล่งปิโตรเลียมใหม่สำรองไว้ใช้ในอนาคต
กรมได้เตรียมแผนสร้างความเข้าใจให้กับสังคมถึงประโยชน์ที่จะได้รับจากการเปิดสัมปทานปิโตรเลียมในประเทศ โดยเฉพาะประเด็นผลตอบแทนรัฐ ประเมินจากกำลังการผลิตปิโตรเลียมที่ได้ หากผู้ได้รับสัมปทานรายได้สามารถขุดเจาะปิโตรเลียมได้ในสัดส่วนที่มาก ก็ต้องจ่ายรายได้ภาคหลวงมากขึ้น โดยเฉลี่ยทั้งค่าภาคหลวงและภาษีอยู่ที่ 55-59% ของส่วนแบ่งกำไรที่เกิดขึ้น ยังไม่นับรวมกับผลตอบแทนพิเศษ หากสัมปทานใดแหล่งใดผลิตน้ำมันหรือก๊าซธรรมชาติได้มาก
กรณีที่มีการกล่าวอ้างว่า ตั้งแต่ไทยเปิดสัมปทานฯมีผลผลิตปิโตรเลียมคิดเป็นมูลค่า 3 ล้านล้านบาท แต่นำส่งรายได้เข้ารัฐเพียง 89 แสนล้านบาทนั้น เป็นตัวเลขที่ยังไม่ได้คำนวณรายจ่ายเงินการลงทุนสำรวจและผลิต ของผู้ได้รับสัมปทาน
“เป็นครั้งแรกที่ถูกต่อต้าน ดังนั้นต้องทำเรื่องนี้ให้ชัดเจนก่อน ไม่อยากให้มีปัญหาฟ้องร้องในภายหลัง ตอนนี้ก็เดินสายชี้แจงทุกเวทีออกสื่อโฆษณา” นายทรงภพ กล่าว
ทั้งนี้ เดิมกำหนดจะเริ่มประกาศเชิญชวนผู้ลงทุนสัมปทานปิโตรเลียมในเดือน ก.ค.นี้ มีแปลงสัมปทานทั้งหมด 22 แปลง อยู่ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 11 แปลง ภาคกลาง 6 แปลง และอ่าวไทย 5 แปลง คาดหวังว่าจะมีรายได้ 3-4 ปีแรก ไม่ต่ำกว่า 4,000 ล้านบาท
ด้านความคืบหน้าการพัฒนาปิโตรเลียมบนพื้นที่ทับซ้อนไทย-กัมพูชา อยู่ระหว่างรอกระทรวงการต่างประเทศกำหนดกรอบเจรจาพื้นที่ เพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรีก่อน







