
ขึ้นก๊าซกระทบเงินเฟ้อจิ๊บจ๊อย
ชี้ขยับราคาแอลพีจี เพิ่มภาระของแพงแค่ 0.20.4% ไม่กระเทือนราคาข้าวแกง
ชี้ขยับราคาแอลพีจี เพิ่มภาระของแพงแค่ 0.20.4% ไม่กระเทือนราคาข้าวแกง
นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า กรณีกระทรวงพลังงานมีแนวคิดจะปรับขึ้นราคาก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ทุกภาคส่วน ในวันที่ 16 ส.ค. จะกระทบต่อค่าครองชีพประชาชนบ้าง แต่ไม่มากนัก
กรณีปรับขึ้นราคาก๊าซแอลพีจีภาคครัวเรือนในปีนี้ 35 บาท/กก. หรือเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 3050 บาท/ถังขนาด 15 กก. ก็ถือว่ายังอยู่ในกรอบที่รับได้ เพราะราคาก๊าซแอลพีจีที่จะขยับขึ้นนั้น กระทบต่ออัตราเงินเฟ้อเพียง 0.20.4% เท่านั้น
นอกจากนี้ แม้ว่าการปรับขึ้นราคาก๊าซแอลพีจีภาคครัวเรือนจะมีผลต่อต้นทุนราคาข้าวแกง แต่ก็ไม่ใช่เหตุผลที่ผู้ประกอบการจะนำไปอ้างเพื่อปรับขึ้นราคาข้าวแกง เพราะที่ผ่านมามีการปรับราคาข้าวแกงขึ้นไปรออยู่แล้ว
นายธนวรรธน์ กล่าวด้วยว่า ผลจากการทำงานของรัฐบาลปัจจุบันที่จะครบ 1 ปีนี้ ให้คะแนน 7.5 เต็ม 10 เพราะถือว่าสอบผ่านที่ยังสามารถพาเศรษฐกิจไทยปีนี้ให้ขยายตัวอยู่ได้ที่ระดับ 45% แม้ว่าจะผ่านวิกฤตเศรษฐกิจโลก และคิดว่ารัฐบาลชุดนี้กำลังเดินหน้านโยบายที่เข้มข้นขึ้น เพื่อวางรากฐานเศรษฐกิจในอนาคต แต่ผลงานที่ยังทำไม่เห็นชัดเจน คือ การสร้างความเชื่อมั่นและการปรับโครงสร้างภาษีทั้งระบบที่น่าจะมีความโดดเด่นมากกว่านี้ เพราะมีเสียงในสภาเกินครึ่ง
อย่างไรก็ตาม เห็นว่ารัฐบาลควรวางแผนการใช้เงินงบประมาณในเรื่องของโครงการลงทุนสร้างระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน เส้นทางคมนาคม ระบบราง และการป้องกันน้ำท่วม







