posttoday
ก้าวย่างโอ บอง แปง ทะยาน 100 สาขาใน 5 ปี

ก้าวย่างโอ บอง แปง ทะยาน 100 สาขาใน 5 ปี

18 กรกฎาคม 2555

หลังจากกลุ่มบริษัท ทรัพย์ศรีไทย เข้าซื้อกิจการบริษัท เอบีพี คาเฟ (ประเทศไทย) เมื่อต้นปี 2555 ที่ผ่านมา และในวาระที่โอ บอง แปง เปิดดำเนินธุรกิจครบ 15 สาขาในประเทศไทย ก้าวย่างต่อจากนี้จึงน่าจับตามองอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในยุคที่ธุรกิจมีการแข่งขันกันอย่างรุนแรงอย่างทุกวันนี้

หลังจากกลุ่มบริษัท ทรัพย์ศรีไทย เข้าซื้อกิจการบริษัท เอบีพี คาเฟ (ประเทศไทย) เมื่อต้นปี 2555 ที่ผ่านมา และในวาระที่โอ บอง แปง เปิดดำเนินธุรกิจครบ 15 สาขาในประเทศไทย ก้าวย่างต่อจากนี้จึงน่าจับตามองอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในยุคที่ธุรกิจมีการแข่งขันกันอย่างรุนแรงอย่างทุกวันนี้

นาดิม ซาเวียร์ ซาลฮานี ประธานกรรมการบริหารบริษัท เอบีพี คาเฟ (ประเทศไทย) กล่าวว่า แผนการดำเนินธุรกิจของโอ บอง แปง นับจากนี้จะเร่งขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะปีนี้จะขยายสาขาใหม่ถึง 9 สาขา ใช้เงินลงทุนสาขาละ 45 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าแผนเดิมที่คาดไว้ว่าจะขยายปีละไม่ต่ำกว่า 6 สาขา หลังจากกลุ่มผู้ถือหุ้นใหม่เข้ามาดูแลด้านนโยบาย

ทั้งนี้ ผู้บริหารของทรัพย์ศรีไทยยังให้สิทธิการ บริหารสำหรับทีมบริหารเดิมอย่างเต็มที่ เนื่องจากเห็นว่าที่ผ่านมาสามารถทำให้โอ บอง แปง เป็นที่รู้จักได้และมีฐานธุรกิจที่แข็งแกร่งมีอัตราการเติบโตต่อเนื่อง จึงวางแนวทางเพียงต้องการให้ธุรกิจเติบโตต่อเนื่อง โดยปีนี้คาดว่าจะสามารถเติบโตได้ไม่ต่ำกว่า 20%

“15 ปีที่ผ่านมา เวลาเริ่มแบรนด์ใหม่เป็นเรื่องธรรมดาที่ต้องใช้เวลาในการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก ในช่วงแรกโอ บอง แปง ขยายสาขาปีละ 12 สาขา จากนั้นเพิ่มเป็น 56 สาขาต่อปี แต่ถึงวันนี้เราสามารถขยายสาขาได้จนถึงจุดที่คุ้มค่ากับการลงทุน ทำให้ต่อจากนี้การขยายสาขาจะทำได้รวดเร็วขึ้น”

ส่วนหนึ่งที่ทำให้โอ บอง แปง ขยายสาขาได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น ยังมาจากชื่อเสียงที่เริ่มเป็นที่รู้จัก ทำให้มีเสียงเรียกร้องจากธุรกิจค้าปลีกหรือผู้พัฒนาพื้นที่ค้าปลีก ให้โอ บอง แปง เข้าไปเปิดสาขา ซึ่งจุดนี้ นาดิม กล่าวอย่างมั่นใจว่า ชื่อเสียงของโอ บอง แปง ถือว่าอินเทรนด์มาแรง และถือเป็นแม่เหล็กในห้างค้าปลีกไม่แพ้สตาร์บัคส์เลยทีเดียว

ขณะเดียวกันในฐานะที่ดูแลกิจการโอ บอง แปง มาแล้ว 9 ปี นาดิม เปิดใจว่า จากวันแรกที่เข้ามา โอ บอง แปง มีสาขา 20 สาขา ผ่านมา 9 ปี ถึงวันนี้โอ บอง แปง ขยายสาขาแล้ว 50 สาขา และตั้งเป้าจนถึงสิ้นปีนี้จะมีสาขาถึง 55 สาขา

นอกจากนี้ ยังวางเป้าหมายภายใน 5 ปีนับจากนี้ จะมีสาขาเพิ่มขึ้นเป็น 80-100 สาขาอีกด้วย

ขณะที่ในมุมมองของบริษัทแม่เจ้าของลิขสิทธิ์โอ บอง แปง ประเทศสหรัฐอเมริกา ยังได้ให้นโยบายการทำตลาดแบบโลคัลไลเซลัน ด้วยการเปิดให้พัฒนารูปแบบร้านและเมนูอาหารได้ตรงกับความต้องการของลูกค้าในแต่ละทำเล เช่น สาขาที่โครงการเอเชียทีคจะเป็นคอนเซปต์โมเดิร์น คอนเทมโพรารี เช่นเดียวกับรูปแบบโครงการเอเชียทีค เป็นต้น

“เราจะให้ความสำคัญกับการดีไซน์ร้านให้มากกว่าเป็นแค่ร้านเบเกอรี หรือกาแฟที่มานั่งดื่มกินแล้วกลับ แต่ต้องการให้เป็นสถานที่นัดพบสำหรับคนในทำเลนั้นๆ มากกว่า”

สำหรับผลการดำเนินงานในครึ่งปีแรกที่ผ่านมา พบว่า สามารถเติบโตได้ 19-20% ซึ่งถือว่าเป็นที่น่าพอใจ เพราะแม้แต่สาขาเก่ายังเติบโตได้มากกว่า 10% ฉะนั้น เป้าหมายเติบโต 20% ในปีนี้จึงเป็นเป้าหมายที่ทำได้แน่นอน

ขณะเดียวกันในปีหน้าบริษัทยังมีแผนเพิ่มโรงอบอีก 1 แห่ง ซึ่งคาดว่าจะใช้เงินลงทุนไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท เพื่อรองรับแผนขยายสาขาให้ครบ 100 สาขาด้วย

อีกแนวทางสำคัญในการสร้างการเติบโตคือ การอิงกระแสสุขภาพของผู้บริโภค โดยการพัฒนาเมนูสำหรับคนรักสุขภาพ ซึ่งในโอกาสฉลอง 15 ปีในปีนี้ บริษัทได้เปิดตัวเมนูใหม่ในรูปแบบ Portion Size เพื่อช่วยควบคุมสัดส่วนอาหารสำหรับสัดส่วนและสุขภาพที่ดีของร่างกาย ภายใต้แคมเปญ เริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ ในตัวคุณกับโอ บอง แปง เริ่มจากเมนูอันเดอร์ 200 แคลอรี หรือเมนูอาหารที่มีแคลอรีต่ำกว่า 200 แคลอรี

นอกจากนี้ ยังได้นำรายได้จากการจำหน่ายเมนูอันเดอร์ 200 แคลอรีไปจัดกิจกรรมช่วยเหลือผู้ป่วยเด็กโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด ในการดูแลของมูลนิธิเด็กโรคหัวใจ ในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และรับบริจาคขวดน้ำดื่มพลาสติกโอ บอง แปง เพื่อ มอบให้หน่วยงานหรือมูลนิธิต่างๆ ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้

จนถึงวันนี้ นาดิม กล่าวอย่างมั่นใจว่า โอกาส การขยายธุรกิจในประเทศไทยยังมีอีกมาก ซึ่งขณะนี้โอ บอง แปง ในประเทศไทยถือว่าประสบความสำเร็จมากที่สุด เมื่อเทียบกับโอ บอง แปง ในประเทศอื่นในเอเชีย ดังนั้นหากบริษัทมีความพร้อมที่จะรุกตลาดเออีซี เชื่อว่าบริษัทแม่จะยินดีให้บริษัทเป็นผู้ทำตลาดแน่นอน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท