
ตื่นปตท.สผ.เพิ่มทุน
ครึ่งหลังปีนี้เห็นระดับแสนล. บิ๊กปรามอย่าตกใจซื้อโคฟ
ครึ่งหลังปีนี้เห็นระดับแสนล. บิ๊กปรามอย่าตกใจซื้อโคฟ
นักลงทุนตื่น PTTEP เพิ่มทุนอีกแล้ว!! กดราคาหุ้นร่วงสวนตลาด ด้านผู้บริหารชี้อย่ากังวล การออกไปซื้อกิจการเพื่อสร้างความเติบโตให้แข็งแกร่ง เดินสายเปิดตัวในแคนาดา
ราคาหุ้นบริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) หรือ ปตท.สผ. เมื่อวันที่ 17 ก.ค. 2555 ปรับตัวลดลงมาปิดตลาดที่ 171 บาท ลดลง 2 บาท หรือ 1.16% เพราะนักลงทุนกังวลว่าต้องเพิ่มทุน สวนทางดัชนีตลาดหุ้นที่ปิดที่ 1,224.21 จุด เพิ่มขึ้น 9.96 จุด
น.ส.เพ็ญจันทร์ จริเกษม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานการเงินและบัญชี PTTEP ให้ความเห็นว่า แม้บริษัท รอยัล ดัทช์ เชลล์ บริษัทพลังงานชั้นนำของเนเธอร์แลนด์คู่แข่งถอนตัวจากการซื้อหุ้นบริษัท โคฟ เอนเนอร์ยี ในการเข้าทำคำเสนอซื้อ แต่ในระหว่างนี้ตามกฎหมายของอังกฤษผู้ซื้อรายอื่นที่สนใจยังสามารถเสนอซื้อเข้ามาได้ การจะสรุปว่า PTTEP จะสามารถซื้อหุ้นบริษัท โคฟฯ สำเร็จจะต้องรอเวลาถึงสิ้นเดือน ก.ค.นี้
อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่นักลงทุนกังวลว่าบริษัทอาจจำเป็นต้องเพิ่มทุนในอนาคตนั้น เห็นว่าเป็นความกังวลของนักลงทุนประเภทเก็งกำไรในระยะสั้นมากกว่า และอยากให้พิจารณาว่าการออกไปซื้อกิจการ หากเป็นการเพิ่มมูลค่าและเพิ่มทรัพย์ให้กิจการของบริษัท รวมถึงเพิ่มปริมาณสำรองปิโตรเลียมและการเพิ่มกำลังผลิตเพื่อทำให้บริษัทเติบโตอย่างแข็งแกร่งแล้ว หากจะต้องเพิ่มทุนก็ไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวล และบริษัทก็มีนโยบายและให้ความสำคัญอย่างมากอยู่ในการดูแลโครงสร้างทางการเงินให้มีความแข็งแกร่ง
“หากเรามีเงินทุนที่แข็งแกร่ง เมื่อมีโอกาสเข้ามาในการซื้อกิจการก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะจะทำให้ปริมาณสำรองเพิ่มขึ้นและเข้าสู่เป้าหมายที่จะมีกำลังผลิต 9 แสนบาร์เรลต่อวัน เทียบเท่าน้ำมันดิบใน 10 ปีได้” น.ส.เพ็ญจันทร์ กล่าว
นอกจากนี้ PTTEP จะใช้ช่องทางในกาสร้างความแข็งแกร่งให้กับบริษัทในทุกช่องทาง ทั้งการกู้เงิน การขายหุ้นกู้ทั้งในรูปสกุลบาทและสกุลต่างประเทศ และล่าสุดบริษัทก็ได้ออกไปเปิดตัวกับนักลงทุนในตลาดทุนของแคนาดา เพราะในอนาคตมีความเป็นไปได้ที่จะออกไประดมทุนในตลาดนี้ เพื่อปิดความเสี่ยงในเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนด้วย หลังได้เข้าไปลงทุนที่แคนาดา
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ดีบีเอส วิคเคอร์ส ระบุว่า หาก PTTEP เป็นผู้ชนะในการซื้อหุ้นบริษัท โคฟฯ อนาคตจะทำให้ปริมาณสำรองปิโตรเลียมของ PTTEP เพิ่มขึ้นอีก 28%
ทั้งนี้ ณ สิ้นปี 2554 ปริมาณสำรองปิโตรเลียมขอ PTTEP อยู่ที่ 969 ล้านบาร์เรล เทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน ขณะที่กำลังผลิตอยู่ที่ 3.01 แสนบาร์เรล เทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน
บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส ระบุว่า การชนะในการซื้อครั้งนี้อาจทำให้ PTTEP ต้องเพิ่มทุนในช่วงครึ่งปีหลังนี้ เพราะต้องเตรียมเงินไว้ซื้อบริษัท โคฟฯ ประมาณ 2,100 ล้านเหรียญสหรัฐ จะทำให้สัดส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนเพิ่มเป็น 0.7 เท่า จากปัจจุบัน 0.3 เท่า สูงเกินระดับที่บริษัทตั้งไว้
บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า การเข้าซื้อจะใช้เงินประมาณ 1,990 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 6.1 หมื่นล้านบาท รวมกับภาษีขายที่จะต้องจ่ายแทนบริษัท โคฟ ในอัตรา 12.8% ซึ่งขณะนี้ PTTEP มีเงินสดในมือประมาณ 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ดังนั้นจะมีความเป็นไปได้สูงต้องเพิ่มทุนในจำนวนที่มาก หรือประมาณ 1 แสนล้านบาท และจะส่งผลต่อการลดลงของกำไรสุทธิต่อหุ้น
นักวิเคราะห์บล.กรุงศรีคาดว่าผลประกอบการในไตรมาส 2 ปี2555 ยังคงเติบโตท่ามกลางราคาน้ำมันดิบที่หดตัวกว่า 8% จากไตรมาสแรกและ 4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนเนื่องจากแรงหนุนของปริมาณการผลิตและราคาขายก๊าซที่สูงขึ้น รวมถึงคาดว่าจะส่งผลต่อเนื่องให้กำไรสุทธิปี 2555 เติบโตกว่า 32% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ดังนั้นจึง แนะนำเก็งกำไรมูลค่าพื้นฐานหุ้นละ 200 บาท







