
‘เอไลฟ์’บุกครึ่งปีหลังชูดอก4.5%
เอไลฟ์เจาะตลาดครึ่งปีหลัง เปิดขายประกันออมระยะสั้น ได้ดอกเบี้ยสูง 4.5%
เอไลฟ์เจาะตลาดครึ่งปีหลัง เปิดขายประกันออมระยะสั้น ได้ดอกเบี้ยสูง 4.5%
นายเมธี จันทวิมล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท แอ๊ดวานซ์ ไลฟ์ ประกันชีวิต หรือเอไลฟ์ เปิดเผยว่า บริษัทได้เปิดตัวแบบประกันใหม่ “ซุปเปอร์สไตรค์ 3” เพื่อทำตลาดในช่วงครึ่งปีหลังนี้ ซึ่งเป็นแบบประกันออมทรัพย์ระยะสั้น 3 ปี ที่ให้ผลตอบแทนสูงสุดถึง 4.5% โดยตั้งเป้าเจาะกลุ่มลูกค้าเดิม และเป็นทางเลือกให้กับกลุ่มลูกค้าใหม่ที่กำลังมองหาแหล่งเงินออมระยะสั้นที่ให้ผลตอบแทนสูง สอดคล้องกับภาวะดอกเบี้ยขาลงที่ควรเน้นการออมระยะสั้นมากกว่าระยะยาว
ทั้งนี้ จะเริ่มรับประกันตั้งแต่ลูกค้าอายุ 1 เดือนถึงอายุ 75 ปี ชำระเบี้ยเพียงครั้งเดียว มีเงินคืนระหว่างสัญญาทุกปี 4.5% โดยลูกค้าสามารถรับเงินเมื่อครบกำหนดสัญญา 104.5% ของเงินเอาประกันภัย ณ สิ้นปีกรมธรรม์ที่ 3 ด้วยผลตอบแทนรวมอายุสัญญา 113.5% ของเงินเอาประกันภัย อีกทั้งยังได้รับความคุ้มครอง 110% ของเงินเอาประกันภัยตลอดระยะเวลาที่ถือกรมธรรม์ ที่อัตราเบี้ยประกันภัย 1,000 บาท ต่อทุนประกัน 1,000 บาท เท่ากันทุกเพศทุกอายุ โดยไม่ต้องตรวจสุขภาพก่อนทำประกัน กรณีไม่เกิน 10 ล้านบาท
“ช่วงครึ่งปีหลังนี้ตลาดการออมเงินเริ่มมีความคึกคักมากขึ้น ลูกค้าให้ความสนใจในการแสวงหาสินค้าทางการเงิน ที่ช่วยกระจายความเสี่ยงมากกว่า ซึ่งความจูงใจจากผลตอบแทนสุทธิจากการออมผ่านรูปแบบประกันชีวิต มักจะให้ได้สูงกว่าการฝากเงินกับสถาบันการเงินทั่วไป และผลตอบแทนไม่ต้องเสียภาษี อีกทั้งยังได้รับความคุ้มครองชีวิตเพิ่มเติมด้วย” นายเมธี กล่าว
โดยเฉพาะในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2555 จะเป็นช่วงที่พันธบัตรรัฐบาลหลายตัวทยอยครบกำหนด ฉะนั้นการออกโปรดักส์ “ซุปเปอร์ สไตรค์ 3” ของเอไลฟ์ซึ่งเป็นสถาบันการเงินประเภทบริษัทประกันชีวิตที่มีจุดยืนในการออกโปรดักส์ประกันออมทรัพย์ในระยะสั้น ระยะกลางและระยะยาว ที่เน้นการให้อัตราผลตอบแทนสูงมาตลอด “ซุปเปอร์ สไตรค์ 3” ที่ออกในครั้งนี้ จึงเหมาะกับลูกค้าที่ต้องการเน้นการออมเงินด้วยอัตราผลตอบแทนที่คุ้มค่าอย่างแท้จริง
“นับเป็นโอกาสที่ดีมากโดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าเก่าของเอไลฟ์ ที่ต้องการออมเงินให้ผลตอบแทนชนะเงินเฟ้อ กลุ่มที่เริ่มวางแผนเกษียณ หรือเกษียณปีนี้ รวมถึงผู้ที่กำลังมองหาทางเลือกที่คุ้มค่าในการวางแผนเงินออมในระยะสั้นที่ให้ผลตอบแทนสูง ในภาวะดอกเบี้ยในตลาดมีแนวโน้มที่จะลดลง ซึ่งผมแนะนำว่า เราควรจะปรับเงินออมระยะสั้นให้ได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าที่สุด” นายเมธี กล่าว







