
จัดสรรแห่ถมสูงทำดินแพง20%
จัดสรรแห่ถมดินสูงเท่าตัว ปั่นราคาดินพุ่ง 20% บีบเสนาฯ ชะลอเปิดบ้านแนวราบ หันมุ่งแนวสูง
จัดสรรแห่ถมดินสูงเท่าตัว ปั่นราคาดินพุ่ง 20% บีบเสนาฯ ชะลอเปิดบ้านแนวราบ หันมุ่งแนวสูง
น.ส.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการบริษัท เสนา ดีเวลลอปเม้นท์ เปิดเผยว่า ปัจจัยเรื่องน้ำท่วมเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ที่อยู่อาศัยทุกโครงการที่เพิ่งเปิดขายใหม่ ต้องถมดินให้สูงขึ้นเกือบเท่าตัว เป็นผลให้ความต้องการดินสูงขึ้นจนขาดตลาด และมีราคาแพงขึ้นกว่าช่วงก่อนน้ำท่วมมากกว่า 20%
บ้านแนวราบในส่วนของเสนาฯ ต้องถมดินเพิ่มขึ้นอีก 120 เซนติเมตร เป็น 165 เซนติเมตร จากปกติที่โครงการบ้านจัดสรรจะถมดินอยู่ที่ประมาณ 40 เซนติเมตรเท่านั้น ซึ่งการขาดแคลนดิน ทำให้ขั้นตอนการถมดินล่าช้า อาจเป็นผลให้ไม่สามารถเปิดบ้านแนวราบโครงการใหม่ได้ทันในช่วงครึ่งปีหลัง
นอกจากนี้ การขาดแคลนแรงงานอย่างรุนแรง ยังมีผลให้บริษัทต้องชะลอการเปิดตัวบ้านแนวราบโครงการใหม่ด้วย เนื่องจากการก่อสร้างบ้านแนวราบ จะต้องใช้จำนวนแรงงานมากกว่าโครงการแนวสูง กลุ่มเสนาฯ จึงต้องปรับแผนมุ่งเปิดตัวคอนโดมิเนียมใหม่ในครึ่งปีหลังมากขึ้นแทนบ้านแนวราบ
“ตอนนี้คงต้องชะลอบ้านแนวราบไปก่อน เพราะมีหลายปัจจัยทั้งเรื่องการถมดินล่าช้า แรงงานขาดแคลน และเวลานี้เรามียอดขายคอนโดมิเนียมที่ดีกว่าบ้านแนวราบมาก จึงต้องการเปิดโครงการใหม่ให้สอดรับกับความต้องการของตลาด” น.ส.เกษรา กล่าว
สำหรับแผนการเปิดตัวโครงการใหม่ในครึ่งปีหลัง คาดว่าจะเปิดคอนโดมิเนียมใหม่เพิ่มจากเดิมที่จะเปิด 2 โครงการ เป็น 4 โครงการ คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 4,000 ล้านบาท ประกอบด้วย คอนโด มิเนียมภายใต้แบรนด์เดอะ นิช 3 โครงการ และเดอะ แคช รังสิต อีก 1 โครงการ
โครงการเดอะ แคช รังสิต จะเป็นโครงการใหญ่บนพื้นที่ 9 ไร่ พัฒนาได้ทั้งหมด 8 อาคาร แต่จะเปิดขายเฟสแรกก่อนจำนวน 3 อาคาร รวม 200 ยูนิต คิดเป็นมูลค่า 300 ล้านบาท
ทั้งนี้ ทางด้านแนวโน้มครึ่งปีหลัง ประเมินว่าภาพรวมตลาดจะดีกว่าปีที่แล้วและดีกว่าครึ่งปีแรก แต่จะดีขึ้นมากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับตลาดบ้านแนวราบว่าจะฟื้นตัวได้หรือไม่ เพราะคอนโดมิเนียมมีแนวโน้มที่ดีอยู่แล้ว โดยยอดโอนกรรมสิทธิ์บ้าน 4 เดือนแรกของปีนี้ลดลง 7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเป็นการลดลงของบ้านแนวราบมาถึง 26%







