posttoday
ศก.มังกรโตต่ำสุดรอบ3ปี

ศก.มังกรโตต่ำสุดรอบ3ปี

14 กรกฎาคม 2555

จีดีพีลด6ไตรมาสติดต่อกัน-การผลิตดิ่งฉุดศก.สิงคโปร์หด

จีดีพีลด6ไตรมาสติดต่อกัน-การผลิตดิ่งฉุดศก.สิงคโปร์หด

เศรษฐกิจจีนออกอาการหนัก โตได้ต่ำสุดรอบ 3 ปี นับตั้งแต่วิกฤตการณ์ภาคการเงินสหรัฐ

สำนักงานสถิติแห่งชาติของจีน เปิดเผยว่า เศรษฐกิจจีนในไตรมาส 2 ของปีนี้ ขยายตัวได้ต่ำสุดในรอบ 3 ปี หรือนับตั้งแต่เกิดวิกฤตการณ์ภาคการเงินในสหรัฐเมื่อปี 2551 โดยโตที่ระดับ 7.6% และนับเป็นการขยายตัวที่ลดลงต่อเนื่องเป็นไตรมาส 6 ติดต่อกันแล้ว ส่งผลให้ผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่ายเชื่อมั่นว่า รัฐบาลกรุงปักกิ่งอาจต้องดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาอีกอย่างต่อเนื่อง

“การขยายตัวที่ลดลงครั้งนี้มีสาเหตุหลักๆ มาจากบรรยากาศทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศที่ย่ำแย่ลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งฉุดให้อุปสงค์จากต่างประเทศลดลง ขณะที่อุปสงค์ภายในประเทศก็ลดลงตามภาวะเศรษฐกิจมหภาคที่ตึงตัวไปด้วย โดยเฉพาะการควบคุมภาคอสังหาริมทรัพย์อย่างต่อเนื่อง” เอเอฟพี อ้างคำกล่าวของ เฉิงไล่หยุน โฆษกสำนักงานสถิติแห่งชาติ

อย่างไรก็ตาม เฉิง เชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจในครึ่งปีหลังจะขยายตัวได้อย่างมีเสถียรภาพ และจะเติบโตได้ตามเป้าหมาย 7.5% ตลอดทั้งปีตามที่วางเอาไว้ เนื่องจากการลงทุน การบริโภค และการส่งออกที่คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้น

ทั้งนี้ การเติบโตในไตรมาส 2 ที่ลดลง ได้ฉุดให้อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของจีนในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ลดลงมาต่ำกว่าระดับ 8% อยู่ที่ 7.8% ขณะที่จีนตั้งเป้าการขยายตัวทางเศรษฐกิจตลอดทั้งปี 2555 ที่ระดับ 7.5% จาก 9.2% เมื่อปีที่แล้ว และจาก 10.4% เมื่อปี 2553

ด้าน ซุนจุนเหว่ย นักเศรษฐศาสตร์จากธนาคารเอชเอสบีซี เชื่อว่าช่วงเลวร้ายที่สุดของจีนอาจผ่านพ้นไปแล้ว เศรษฐกิจในครึ่งปีหลังจะขยายตัวมีเสถียรภาพขึ้น โดยอาจเริ่มดีขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 3 เนื่องจากดัชนีหลายตัวในเดือน มิ.ย. เริ่มมีสัญญาณดีขึ้น อาทิ การลงทุนในสินทรัพย์ถาวร การผลิตภาคอุตสาหกรรม และดัชนีค้าปลีก

ขณะที่ ติงหลู นักเศรษฐศาสตร์จีนจากธนาคารแบงก์ ออฟ อเมริกา/เมอร์ริล ลินช์ คาดการณ์ว่ารัฐบาลจีนอาจต้องดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาอีก อาทิ โครงการที่อยู่อาศัยเพื่อผู้มีรายได้น้อย

ทั้งนี้ วิกฤตการณ์หนี้สินยุโรป การฟื้นตัวที่เชื่องช้าในสหรัฐ ไม่ได้ส่งผลกระทบแค่ในจีนเท่านั้น โดยในวันเดียวกันทางการสิงคโปร์ได้เปิดเผยการขยายตัวทางเศรษฐกิจในไตรมาส 2 ว่า เศรษฐกิจได้หดตัวลงถึง 1.1% จากที่เคยขยายตัวได้ 9.4% ในไตรมาสก่อนหน้า โดยเป็นผลจากความต้องการสินค้าทั่วโลกที่ลดลง

กระทรวงอุตสาหกรรมและพาณิชย์ของสิงคโปร์ ระบุว่า ดัชนีภาคการผลิตซึ่งนำโดยกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และเวชภัณฑ์ในไตรมาส 2 ได้ปรับตัวลดลงถึง 6% จากที่เคยโตได้ 21% ในไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่ภาคบริการก็ขยายตัวได้ 0.4% และภาคการก่อสร้างขยายตัวได้เพียง 0.3% เท่านั้น

ทั้งนี้ เศรษฐกิจสิงคโปร์พึ่งพาด้านการค้า การเงิน และภาคการท่องเที่ยวเป็นหัวใจหลัก โดยรัฐบาลคาดว่าผลกระทบจากบรรยากาศทางเศรษฐกิจโลกที่ทำให้ความต้องการสินค้าย่ำแย่ลง จะฉุดให้เศรษฐกิจสิงคโปร์ในปีนี้ขยายตัวได้เพียง 1% จากที่โตได้ถึง 4.9% ในปีที่แล้ว

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท