posttoday
สรรหานั่งผู้ว่ารฟท. ‘ประภัสร์’ตัวเต็งจ๋า

สรรหานั่งผู้ว่ารฟท. ‘ประภัสร์’ตัวเต็งจ๋า

13 กรกฎาคม 2555

ลุ้นเก้าอี้ผู้ว่าการรถไฟฯ ตัวเต็งมาแรง “ประภัสร์ จงสงวน” อดีตผู้ว่าการ รฟม.

ลุ้นเก้าอี้ผู้ว่าการรถไฟฯ ตัวเต็งมาแรง “ประภัสร์ จงสงวน” อดีตผู้ว่าการ รฟม.

แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ขณะนี้การสรรหาผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) มีความเป็นไปได้ว่า นายประภัสร์ จงสงวน อดีตผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ที่ลาออกจากกรรมการผู้ช่วย รมว.คมนาคม ถือว่ามีโอกาสมากที่สุด เพราะเป็นคนของพรรคเพื่อไทย แม้จะอยู่คนละกลุ่มกับ พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก รมช.คมนาคม ที่กำกับ ร.ฟ.ท.ก็ตาม แต่ติดต่อโดยตรงถึง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้

ทั้งนี้ คนใน ร.ฟ.ท.ที่มีโอกาสมากที่สุดคือ นายภากรณ์ ตั้งเจตสกาว รองผู้ว่าการ ร.ฟ.ท. เพราะมีวิสัยทัศน์และมีหลักการในการทำงาน โดยหากการสรรหายังไม่ได้ข้อยุติก่อนวันที่ 21 ก.ค.นี้ จะมีแนวทางออกคือ เสนอให้บอร์ด ร.ฟ.ท.พิจารณาแต่งตั้งผู้ที่จะเข้ามาทำหน้าที่รักษาการ ซึ่งมี 2 ทางเลือก คือ 1.แต่งตั้งรองผู้ว่าการร.ฟ.ท. อีก 2 คน ที่เหลือที่ไม่ได้เข้ารับการสรรหาขึ้นรักษาการ

แนวทางที่ 2 คือ ว่าจ้างให้นายยุทธนาทัพเจริญ ดำรงตำแหน่งนี้ต่อไปก่อนเพราะในสัญญาสงวนสิทธิในการพิจารณาให้มีการต่อสัญญากับนายยุทธนาได้อีก 1 ปี แต่ขั้นตอนนี้บอร์ด ร.ฟ.ท.ต้องตัดสินใจก่อนเข้าสู่กระบวนการสรรหา และอาจไม่เหมาะสม เพราะถือว่านายยุทธนาพ้นสภาพการจ้างแล้ว แนวทางที่ 2 จึงถือว่าตกไป

ด้าน พล.ต.ต.สันติ วิจักขณา กรรมการ ร.ฟ.ท. ในฐานะประธานสรรหาฯ กล่าวว่า ขณะนี้กระบวนการสรรหายังไม่เสร็จสิ้น เนื่องจากขาดเอกสารประกอบการพิจารณา อยู่ในขั้นตอนให้ผู้เข้ารับการสรรหานำเอกสารมาแสดงเพิ่มเติม คาดว่าจะใช้เวลาอีกประมาณ 1 เดือน หลังสรุปผลการสรรหาจะส่งให้บอร์ด ร.ฟ.ท.พิจารณาเห็นชอบ ก่อนที่จะรายงานไปยังกระทรวงคมนาคม หากสามารถตกลงกันได้ก็มีขั้นตอนที่จะต้องเจรจาเรื่องค่าตอบแทนก่อนที่จะสรุปผลการสรรหาอย่างเป็นทางการได้ “ ในการประชุมคณะกรรมการสรรหา วันที่13 ก.ค.คาดว่าอาจยังไม่ได้ข้อสรุป เพราะยังต้องรอเอกสารและต้องตรวจสอบรายละเอียดบางส่วนต้องดูให้รอบคอบ อาจไม่ทัน ซึ่งจะต้องรายงานต่อบอร์ด รฟท. จะพิจารณาว่า หากการสรรหาไม่ทัน จะตั้งใครขึ้นมารักษาการ อยู่ที่บอร์ดจะพิจารณา “ พล.ต.ต.สันติกล่าว

นายประภัสร์ กล่าวว่า ขั้นตอนการสรรหาที่ผ่านมาพบว่ามีการปล่อยข่าวว่า ตนขาดคุณสมบัติในเรื่องผลการดำเนินงานไม่ต่ำกว่าปีละ 5,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นข้อกำหนดที่มีเฉพาะการสรรหาผู้ว่า รฟท. แตกต่างจากการขององค์กรใหญ่ๆ เช่น การบินไทย ปตท. หรือ ทอท. จะกำหนดเฉพาะตำแหน่งของผู้บริหารรัฐวิสาหกิจ ทำให้อาจถูกมองว่าเป็นการลอคสเปคได้ ส่วนของตนได้ยื่นหลักฐานผลดำเนินงานช่วงปี 2548 – 2549 ระบุรายได้ 9,605 ล้านบาท ในส่วนนี้เป็นรายได้จากอัตราแลกเปลี่ยน 9,000 กว่าล้านบาท แต่ก็ถือว่าเป็นรายได้ตามที่กำหนดในเงื่อนไขของผู้เข้ารับการสรรหา เพราะในเอกสารการสรรหารไม่ได้แยกว่าต้องเป็นรายได้จากการดำเนินงานหรือรายได้อื่น

นายประภัสร์ กล่าวว่า ตนได้นำเอกสารรับรองงบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบจากกระทรวงการคลังเข้าชี้แจงต่อ พล.ต.ท.ชัจจ์ และนางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคมในฐานะประธานบอร์ด รฟท.ด้วย เพื่อป้องกันปัญหาความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน แต่เรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับผลการสรรหาว่าจะเป็นอย่างไร เพราะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของคณะกรรมการสรรหา แม้ว่าตนเองจะถูกพิจารณาว่าไม่ผ่านการสรรหาก็ไม่ขัดข้อง แต่หากมาระบุคุณสมบัติด้านรายได้ไม่ครบตามที่กำหนดอาจทำให้สามารถฟ้องร้องได้

พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก รมช.คมนาคม เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการสรรหาผู้ว่าการ การรถไฟแห่งประเทศไทย(ร.ฟ.ท.) แทนนายยุทธนา ทัพเจริญ ผู้ว่าการ ร.ฟ.ท. ที่หมดวาระลงในวันที่ 21 ก.ค.นี้ว่า ได้รับรายงานจากคณะกรรมการสรรหาที่มี พล.ต.ต.สันติ วิจักขณา กรรมการ ร.ฟ.ท. เป็นประธานว่า ยังไม่ได้สรุปผลการสรรหา ผู้ว่า ร.ฟ.ท. แต่จะเร่งรัดให้สรุปผลได้ตามกรอบเวลา ซึ่งขณะนี้ทั้งคนในและคนนอกมีสิทธิเท่าเทียมกัน แม้ว่าส่วนตัวอยากจะได้คนนอกที่เป็นนักบริหารมืออาชีพเข้ามาบริหารจัดการ โดยเฉพาะการบริหารคนซึ่งเป็นปัญหาใหญ่

“ผมไม่ทราบว่าคณะกรรมการสรรหายังมีประเด็นอะไรที่ยังตกลงไม่ได้ ก่อนหน้านี้มีข่าวว่าตกลงกันได้แล้ว แต่ตนไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยว ให้อำนาจคณะกรรมการสรรหา เสนอชื่อใครมาผมก็โอเคตามนั้น ไม่รู้ว่ายังติดอะไรแต่จะเร่งให้สรรหาได้ก่อน 21 ก.ค. นี้ ส่วนข่าวลือว่าจะต่อสัญญาจ้างนายยุทธนา ไม่น่าจะเป็นไปได้ “ รมช.คมนาคมกล่าว


 

 

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน