posttoday
พิษยูโรฉุดทุนสำรองติดลบ

พิษยูโรฉุดทุนสำรองติดลบ

13 กรกฎาคม 2555

ผลตอบแทนเงินยูโรทรุดหนักไอเอ็มเอฟ-เอดีบีชี้ดูเงินทะลัก

ผลตอบแทนเงินยูโรทรุดหนักไอเอ็มเอฟ-เอดีบีชี้ดูเงินทะลัก

ธปท.เผยวิกฤตยูโร ส่งผลให้ผลตอบแทนทุนสำรองระหว่างประเทศติดลบ ไอเอ็มเอฟเชื่อมั่นเศรษฐกิจเอเชียเติบโตดี

นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ในภาวะที่เศรษฐกิจโลกชะลอจากเศรษฐกิจสหรัฐและยุโรป ทำให้มีปัญหากระทบถึงไทย ซึ่งไทยและภูมิภาคต้องสร้างสมดุลและการร่วมมือกันอย่างไร ในการป้องกันและเตรียมรับมือกับผลกระทบจากการแก้ปัญหาเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ๆ ที่สหรัฐและยุโรปนำออกมาใช้ได้

“ตอนนี้วิธีการแก้ปัญหาด้วยการเพิ่มปริมาณเงินเข้าสู่ระบบ หรือการพิมพ์เงินออกมาใช้หน้าตาเฉยนั้น เริ่มมีผลกระทบต่อไทยบ้างแล้ว ที่เริ่มเห็นแล้วคือการบริหารเงินทุนสำรองระหว่างประเทศเริ่มมีปัญหา ในทุนสำรองที่ไทยถือในสกุลเงินเหรียญสหรัฐ ปอนด์ เงินยูโร เยน และอื่นๆ ในส่วนของยูโรเริ่มมีผลตอบแทนที่ติดลบ เพราะเงินยูโรที่ฝากไว้ในบัญชีของธนาคารเพื่อการชำระเงินระหว่างประเทศนั้น ผลตอบแทนต่ำมาก แถมยังต้องเสียค่าธรรมเนียมการฝากอีก ทำให้ผลตอบแทนติดลบแล้ว” นายประสาร กล่าว

นอกจากนี้ ไทยยังต้องหาทางว่าควรทำอย่างไรไม่ให้เงินไหลเข้ามาที่เรามากเกินไปด้วย

นายประสาร กล่าวว่า ขณะนี้แม้จะมีความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลกที่จะมากระทบภูมิภาคเอเชีย แต่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ยังประเมินว่าเศรษฐกิจเอเชียมีแนวโน้มเติบโตได้ เพียงแต่ในภูมิภาคต้องมีการประสานงานและเตรียมรับมือกับเศรษฐกิจโลก ปัญหาเศรษฐกิจสหรัฐและยุโรปให้มากขึ้น

“การพัฒนาระบบการเงินในภูมิภาคนี้ ต้องช่วยสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจด้วย ต้องคิดถึงการมีส่วนร่วมและการเข้าถึงบริการทางการเงิน จะได้ช่วยให้คนส่วนใหญ่ได้รับผลประโยชน์จากการเติบโตทางเศรษฐกิจด้วย” นายประสาร กล่าว

นางคริสติน ลาการ์ด ผู้อำนวยการไอเอ็มเอฟ กล่าวว่า เท่าที่เข้ามาแวะเยี่ยมภูมิภาคนี้ตลอด 10 วันและดูข้อมูล ยังคาดว่าเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียยังมีแนวโน้มเติบโตได้ดี มี ความเชื่อมั่นดี ขณะที่ฐานะการคลังก็ยังดี แต่ก็ยังห่วงสถานการณ์เศรษฐกิจโลกยังมีปัจจัยความเสี่ยง คาดว่าในวันจันทร์ที่ 16 ก.ค.นี้ ไอเอ็มเอฟคงได้มีการปรับลดประมาณการเติบโตของเศรษฐกิจโลกลดลงอีก

ไอเอ็มเอฟยังประเมินว่า ยังมี 2 ปัจจัยเสี่ยงที่อาจจะมีผลกระทบกับเอเชียได้ คือ 1.การขยายเพดานหนี้และการจัดเก็บภาษีภาคเอกชนของสหรัฐ ซึ่งสหรัฐยังมีการใช้จ่ายที่สูง มีการขาดดุลมาตลอด และ 2.ปัญหายูโรโซนที่ยังมีปัญหาหนี้เสีย และระดับหนี้สาธารณะที่ยังสูง ภาวะนี้เริ่มส่งผลให้ตลาดการเงินโลกเริ่มกระทบ สะท้อนจากผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้น

นายฮารุฮิโกะ คุโรดะ ประธานธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย (เอดีบี) กล่าวว่า ขณะนี้เอเชียเริ่มได้รับกระทบจากปัญหาสหรัฐและยูโรบ้างแล้ว โดยภาคส่งออกเริ่มชะลอลง คาดว่าส่งออกของเอเชียในปีนี้น่าจะลดลงจาก 7.2% เหลือ 6.5% เนื่องจากประเทศในเอเชียพึ่งพาการส่งออกไปยุโรปและสหรัฐในสัดส่วนที่สูง

อย่างไรก็ตาม คาดว่าจีนน่าจะรักษาการเติบโตในปีนี้ที่ระดับ 8% ได้ ส่วนอินเดียถึงจะมีปัญหาเงินเฟ้อและมีการขาดดุลการค้า แต่น่าจะเติบโตได้ 6.5%

“ถ้ายิ่งเศรษฐกิจโลกชะลอเท่าไหร่ ก็น่าจะกระทบกับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีไทย ฮ่องกง เกาหลีใต้ และไทเป เพราะนอกจากจะพึ่งการส่งออกในสัดส่วนที่สูงแล้ว ยังได้รับผลกระทบจากเงินทุนไหลเข้าออกที่ผันผวนมากขึ้นด้วย เพราะปริมาณเงินที่สหรัฐและยุโรปใช้อัดฉีดเศรษฐกิจมีจำนวนมากคงต้องไหลมา” นายฮารุฮิโกะ กล่าว

 

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล