
ลื่นไหลทุกพื้นผิวอย่างมีสไตล์
คุณเริ่มรู้สึกเบื่อหน่ายกับการเปลี่ยนเมาส์ไร้สายที่มักจะพังคามือเป็นประจำ หรือรู้สึกจำเจกับเมาส์ที่มีรูปร่างหน้าตาสีสันแบบเดิมๆ
โดย...โยโมทาโร่
คุณเริ่มรู้สึกเบื่อหน่ายกับการเปลี่ยนเมาส์ไร้สายที่มักจะพังคามือเป็นประจำ หรือรู้สึกจำเจกับเมาส์ที่มีรูปร่างหน้าตาสีสันแบบเดิมๆ กันแล้วใช่ไหม ข่าวดีที่เรากำลังจะบอกก็คือ วันนี้เรามีสุดยอดเมาส์ไร้สายสำหรับการพกพาแห่งปี 2012 ที่ช่วยทำให้การทำงานของคุณมีสีสัน เพิ่มความมั่นใจในการทำงานกับโน้ตบุ๊กตัวเก่ง แต่เพราะอะไรนั้นผมมีรีวิวการใช้งานบวกประสบการณ์ในการเลือกเมาส์ที่เหมาะสมกับคุณมาฝากในวันนี้ครับ
ไมโครซอฟท์ อาร์ติสต์ อิดิชัน (Microsoft Artist Edition)
ไม่น่าเชื่อว่าสีสันลายฉูดฉาดที่เราเห็นอยู่บนเมาส์นี้จะช่วยทำให้เรารู้สึกอยากจับอยากใช้งานเมาส์ตัวนี้ทุกครั้งที่เปิดเครื่องทำงาน เพราะดูแล้วเป็นลายศิลปะที่ไม่ธรรมดาจากเมาส์คอลเลกชัน อาร์ติสต์ อิดิชัน ซึ่งทางไมโครซอฟท์ได้จับเอาสุดยอดเมาส์ไร้สายในรุ่น ไวร์เลส โมบาย เมาส์ 3500 (Wireless Mobile Mouse 3500) ซึ่งมีจุดเด่นด้านการดีไซน์ตามหลักสรีรศาสตร์
ใช้เทคโนโลยีบลูแทร็กสามารถใช้งานบนพื้นผิวที่มีความแตกต่างได้ดี เช่น พื้นโต๊ะผิวขรุขระ หรือใช้กับแผ่นรองเมาส์ที่มีรูปภาพหรือลวดลาย ซึ่งมีความต่างสีกันมากๆ เพราะจุดเด่นของบลูแทร็กก็คือ ผู้ใช้จะไม่พบอาการเมาส์สะดุดหรือพอยต์กระโดดไปมาบนหน้าจอ เหมือนกับเมาส์แสงอินฟราเรดที่เราใช้กันอยู่ทั่วไป ที่สำคัญก็คือ น้ำหนักกำลังพอดีมือ มีอายุใช้งานต่อแบตเตอรี่อัลคาไลน์ขนาด AA 1 ก้อนที่ 8 เดือน ถือว่านานมากครับ เพราะเมาส์ไร้สายทั่วไปจะใช้แบต AAA 2 ก้อน และอยู่ได้ประมาณ 6 เดือน
ในอาร์ติสต์ อิดิชัน นี้วางขายในเมืองไทยทั้งหมด 5 ดีไซน์ โดยได้ศิลปินระดับโลกมาร่วมสร้างสรรค์ผลงานการออกแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสนามหลังบ้าน ทัศนียภาพของเมือง และวัฒนธรรมท้องถิ่น อย่างผลงานของ เคนโซ มินามิ ศิลปินชาวญี่ปุ่น และเป็นลายที่เราได้ทำการทดสอบนั้น เขาให้คำจำกัดความเกี่ยวกับสไตล์ของเขาว่า “แม่นยำ” มีความเป็นไบโอเคมีคอล สื่อถึงการเชื่อมต่อ และการเร่งความเร็ว (มิน่ายิ่งใช้ยิ่งรู้สึกอยากจะทำงานให้เสร็จไวๆ)
หากอยากรู้ผลงานของศิลปินดิจิตอลคนอื่นๆ ในคอลเลกชันนี้ก็สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.studioseriesartist.com ผู้ใช้ทั่วไปสามารถเข้าไปดาวน์โหลดวอลเปเปอร์สวยๆ ซึ่งเป็นลายเดียวกับเมาส์มาใช้บนหน้าจอวินโดวส์ 7 ได้อีกด้วย
แรงบันดาลใจและพลังแห่งการทำงาน
เราได้ทดสอบเมาส์อาร์ติสต์ อิดิชัน เพื่อดูความคล่องตัวในการใช้งาน ความทนทาน และความอึดของแบตเตอรี่ที่ใช้เพียงถ่าน AA เพียง 1 ก้อน สิ่งที่เรารับรู้ได้จากการใช้เมาส์รุ่นนี้อย่างแรก คือ เรื่องความรู้สึก ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าแค่การเพนต์ลายกราฟฟิกสวยๆ มีดีไซน์ จะช่วยเพิ่มความรู้สึกให้น่าจับน่าใช้งานขึ้นอีกระดับ ส่วนคนที่กังวลว่าใช้งานไปนานๆ แล้วลายจะถลอกไม่สวย เราบอกได้เลยว่า ตัวชิ้นงานนั้นมีการพ่นเคลือบมาอย่างดีไม่ถลอกง่ายๆ แน่นอน
รวมทั้งวัสดุการประกอบนั้นทำจากวัสดุอย่างดีมีน้ำหนักพอดีมือให้เคลื่อนไหวเมาส์อย่างเป็นธรรมชาติไม่มีอาการเมื่อยมือ ตัวเมาส์แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนนาโนทรานซีฟเวอร์ ชิ้นๆ เล็กเสียบกับพอร์ตยูเอสบีสำหรับเชื่อมต่อเมาส์ ซึ่งเราสามารถเสียบเจ้าตัวเล็กนี้คาไว้กับเครื่องได้โดยไม่ต้องถอดเข้าออก หรือถ้าต้องใช้กับโน้ตบุ๊กก็สามารถดึงออกมาเสียบเก็บที่ตัวเมาส์ได้
ตัวเมาส์ด้านข้างเมาส์โดยรอบติดยางให้ผู้ใช้จับได้กระชับมือไม่ลื่น ด้านล่างจะเป็นช่องสำหรับเก็บนาโนทรานซีฟเวอร์ มีปุ่มเปิดปิดแบบเลื่อน ซึ่งเราแนะนำว่าหากต้องหาเมาส์ไร้สายควรหาปุ่มเปิดปิดแบบเลื่อนจะดีกว่า เพราะเคยใช้แบบปุ่มกดแล้วใช้ไปนานๆ จะกดติดยากมาก ที่อยู่ติดกันคือ รางถ่าน AA 1 ก้อน เราทดสอบใช้งานแบบไม่เคยปิดปุ่มนี้เลยผ่านมาได้เกือบ 1 เดือน แบตก็ยังไม่หมดครับ ถือว่าอึดดี เชื่อว่าน่าจะใช้ได้ถึง 8 เดือน อย่างที่ทางไมโครซอฟท์เคลมเอาไว้อย่างแน่นอน
การใช้งานครั้งแรกแค่เราเสียบนาโนทรานซีฟเวอร์เพียง 1 นาที เมาส์ก็พร้อมใช้งานทันที เมาส์ตัวนี้สามารถใช้งานได้แทบทุกพื้นผิว แม้บนกระจกใสที่วางบนโต๊ทำงานก็สามารถใช้งานได้ครับ ไม่ช้าหรือไว้จนเกินไป เหมาะสำหรับทำงานออฟฟิศ แต่ถ้าจะให้ดีกว่าควรดาวน์โหลดซอฟต์แวร์ทำงานโดยเฉพาะ จะได้ปรับลูกเล่นใช้งานกับโปรแกรมอื่นๆ ให้เราได้ใช้งานคล่องตัวขึ้น โดยรวมแล้วในด้านกายภาพถือว่าสอบผ่าน ทั้งการออกแบบตามสรีรศาสตร์ มีน้ำหนักกำลังดี แต่สิ่งที่เราได้มากกว่านั้น คือ แรงบันดาลใจ ความโดดเด่นจากเมาส์ทั่วไปให้เรารู้สึกอยากใช้งานเมาส์ตัวนี้เพื่อสร้างสรรค์งานดีๆ ต่อไป ดังนั้นเมาส์ตัวนี้จึงเหมาะสมทุกๆ ด้านในการเป็นเครื่องมือประจำการคู่กับโน้ตบุ๊กทุกเครื่องสำหรับทุกๆ คนอย่างไม่มีข้อกังขา.







