
ไฟแนนซ์ทูเดย์
ฟังนโยบายเศรษฐกิจ “เสี่ยโต้ง” กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง
ฟังนโยบายเศรษฐกิจ “เสี่ยโต้ง” กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง
หลายคนได้แต่ทำใจ ส่งออกทุกฝ่ายบอกโตได้อย่างเก่ง 8-9% แต่เสี่ยโต้งไม่สน บอกว่าต้องโต 15% ข้าราชการที่เกี่ยวข้องและผู้ประกอบการได้แต่อ่อนใจ
...ขณะที่นโยบายภาษีของ รมว.คลัง ก็มาแปลก เชิญชวนผู้ประกอบการเสียภาษีให้ถูกต้อง เพราะรัฐบาลลดภาษีจาก 30% เหลือ 23% ในปีนี้ และ 20% ในปีหน้า หลังจากนั้นยังมีแนวโน้มลดให้อีก เรียกว่าไม่กลัวถังแตก แม้ว่าขณะนี้ลดภาษีนิติบุคคลขั้นแรก ทำให้รายได้ทั้งกรมสรรพากรและภาพรวมของประเทศหลุดเป้าไปแล้วก็ตาม
เสี่ยโต้งยังให้นโยบายกรมสรรพากรลดดีกรีการเก็บภาษีลงหน่อย ให้เน้นแต่ปัจจุบันกับอนาคต ส่วนย้อนหลังไม่ต้องไปเก็บให้ผู้ประกอบการเขามีภาระ ไม่รู้เพราะนโยบายอย่างนี้หรือเปล่า กรมสรรพากรถึงทำภาษีหุ้นครอบครัวนักการเมืองใหญ่หลุดมือไปเป็นหมื่นล้านบาท โดยไม่ยอมยื่นอุทธรณ์ศาลสู้ให้ถึงที่สิ้นสุด
...แบงก์รัฐช่วงนี้นอกจากปวดหัวกับนโยบายของรัฐที่ทำให้ทุนหายกำไรหดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการพักหนี้ดี จำนำข้าว หรือว่าการเรียกเก็บเงินค่าธรรมเนียมเงินฝาก 0.47% ยังต้องปวดหัวกับนักการเมืองที่เสนอโครงการขอสินเชื่อต่างๆ นานา ยาวเป็นหางว่าว โดยทุกคนอ้างเหมือนกันหมดว่า นายใหญ่ดูไบสั่งมาให้ขอจากแบงก์ อย่างนี้หนี้เสียไม่เน่าเต็มแบงก์รัฐให้มันรู้ไป
...แม้ว่า สิงหะ นิกรพันธุ์ ผู้อำนวยการสถาบันคุ้มครองเงินฝาก จะครบวาระ 4 ปี ในเดือน ส.ค. นี้ แต่ นริศ ชัยสูตร ประธานสถาบันคุ้มครองเงินฝาก ยังหนุนให้นั่งเก้าอี้ต่ออีก 1 สมัย
...นโยบายการเก็บค่าต๋งเงินฝากแบงก์รัฐ 0.47% ของรัฐบาล ถือว่าเป็นนโยบายที่ยอดแย่ เพราะนอกจากเป็นการตัดกำลังแบงก์รัฐที่เป็นแขนขาของรัฐบาลแล้ว การตั้งกองทุนเพื่อมาใช้เงินก็ยังทำไม่เสร็จ ทำให้แบงก์ต้องกันเงินมากองไว้เฉยๆ ทำให้เสียโอกาสอีกไม่รู้กี่ปีกว่าที่กฎหมายกองทุนจะออกมาเพื่อโอนเงินไปใช้ได้







