
ห้างเซ็นทรัลกำ8พันล.ลงทุน5ปี
เร่งผุดสาขาไทย-ต่างประเทศ 10ปีขึ้นแท่นอันดับ1อาเซียน
เร่งผุดสาขาไทย-ต่างประเทศ 10ปีขึ้นแท่นอันดับ1อาเซียน
ห้างเซ็นทรัล กำงบลงทุน 5 ปีเฉียด 8,000 ล้านบาท ผุด 8 สาขาในไทย/อาเซียน หวัง 10 ปีขึ้นห้างอันดับ 1 รับเออีซี
นางยุวดี จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทสรรพสินค้าเซ็นทรัล ผู้บริหารห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล เปิดเผยว่า แผนลงทุนใน 5 ปีนับจากนี้ บริษัทเตรียมงบราว 7,800 ล้านบาท แบ่งเป็นขยายสาขาใหม่ห้างเซ็นทรัลในไทย 4-5 แห่ง ใช้งบลงทุน 1,200 ล้านบาทต่อสาขา และอีก 3 สาขาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) คาดงบลงทุน 500-600 ล้านบาท/สาขา
ทั้งนี้ คาดว่าจะสามารถเปิดเผยรายละเอียดโครงการพร้อมเปิดตัวทีมงานที่รับผิดชอบธุรกิจต่างประเทศได้หลังจากเดือน ส.ค.นี้ โดยจะเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถในการบริหารธุรกิจต่างๆ ซึ่งไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นผู้บริหารที่มาจากตระกูลจิราธิวัฒน์
สำหรับสาขาในต่างประเทศนั้น เบื้องต้นจะเป็นการลงทุนเอง โดยเช่าอาคารสำหรับพัฒนาพื้นที่ค้าปลีกขนาด 2 หมื่น ตร.ม.ขึ้นไป และในสิ้นปีนี้เตรียมเปิด 1 สาขาใหม่ในเมืองเฉิงตู ซึ่งเป็นห้างแห่งที่ 4 ในประเทศจีนจากก่อนหน้านี้เปิดสาขาแรกที่หังโจว ในปี 2553 และในเมืองเสิ่นหย่าง มี 2 แห่ง คือ ห้างเซ็นทรัลและเซน เปิดในปี 2554 และพิจารณาขยายสาขาใหม่ในต่างประเทศไปพร้อมกับบริษัทเซ็นทรัลพัฒนา(ซีพีเอ็น)ด้วย
นอกจากนี้ บริษัทยังวางเป้าหมายขึ้นเป็นผู้นำอันดับ 1 ในธุรกิจห้างสรรพสินค้าในอาเซียนภายใน 10 ปีนับจากนี้ ซึ่งปัจจุบันหากนับรวมธุรกิจค้าปลีกทุกกลุ่มในเครือเซ็นทรัลรีเทลกรุ๊ปจะมียอดขายสูงสุดในอาเซียนอยู่แล้ว โดยในสิ้นปีนี้ คาดอยู่ที่ 1.6 แสนล้านบาท
“การขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศอย่างต่อเนื่องส่วนหนึ่งเพื่อรองรับการเข้าสู่เศรษฐกิจประชาคมอาเซียน (เออีซี) ในอนาคตที่จะผลักดันให้ค้าปลีกในภูมิภาคนี้มีความคึกคักและเติบโต” นางยุวดี กล่าว
ขณะที่คู่แข่งสำคัญของไทยในตลาดค้าปลีกห้างสรรพสินค้าในอาเซียน คือ ห้างซีเค แทง (CK Tang) ของสิงคโปร์ ที่มีอายุ 80 ปี ห้างพาร์คซัน (Parkson) มาเลเซีย ที่เปิดมาแล้ว 25 ปี และมีการขยายสาขาในต่างประเทศทั้งจีน เวียดนาม และกัมพูชา เป็นต้น
สำหรับการเปิดสาขาใหม่ในประเทศปี 2556 เตรียมเปิด 2 สาขา คือ สาขาในศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัลหาดใหญ่ และในศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล เชียงใหม่ ส่วนอีก 3 สาขา จะเปิดให้บริการในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดเพื่อรองรับกำลังซื้อในประเทศที่เติบโตขึ้นต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ในครึ่งปีหลัง ยังเป็นห่วงเรื่องการเมืองเพราะอาจกระทบกับภาวะเศรษฐกิจและอารมณ์การจับจ่ายของผู้บริโภค จึงต้องการเห็นการเมืองนิ่ง โดยสิ้นปีนี้คาดมีอัตราเติบโต 16.2% มีรายได้ 3.5 หมื่นล้านบาท







