
ตัน เปิดใจเคลียร์สายสัมพันธ์ "โอ๊ค-สรยุทธ"
โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล
โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล
จากกระแสร้อนที่เกิดขึ้นบนเว็บไซต์ www.prasong.com ปลายสัปดาห์ก่อน ประเด็นนักธุรกิจคนดัง ตัน ภาสกรนที กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป ผู้ดำเนินธุรกิจเครื่องดื่มชาเขียวพร้อมดื่ม อิชิตัน ระบุว่ามีสายสัมพันธ์โยงใยธุรกิจและการเมืองกับ “พานทองแท้ ชินวัตร” ทายาทอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และนักเล่าข่าวชื่อดัง “สรยุทธ สุทัศนะจินดา” ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์กว่า 200 ล้านบาท
ประเด็นที่เกิดขึ้นสร้างแรงกระเพื่อมในเพียงชั่วคืนในโลกสังคมออนไลน์ผ่านเว็บโซเชียลมีเดียอย่างเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ จากการแชร์ต่อข้อมูลในวงกว้าง พร้อมแสดงความเห็นหลากหลาย
ขณะที่ ‘โอ๊คพานทองแท้’ ก็ได้โต้ตอบกลับผ่านเฟซบุ๊คของตัวเอง เช่นเดียวกับที่ ตัน เองก็ใช้เวทีสื่อเฟซบุ๊ค ออกมาชี้แจงในเรื่องที่เกิดขึ้นในวันรุ่งขึ้นทันที
ถึงวันนี้ “ตัน” บอกว่ารู้สึกสบายใจขึ้นมาบ้าง จากหลายกำลังใจของลูกค้า คนใกล้ชิด ทั้งในและนอกโลกออนไลน์ที่ส่งมาให้ โดยยอมรับว่าทันทีที่ทราบข่าว ตนและภรรยา (สุนิสา สุขพันธุ์ถาวร หรือ อิง ภาสกรนที) ไม่สบายใจเป็นอย่างมาก พร้อมอธิบายในสิ่งที่เกิดขึ้นให้ฟัง เพื่อเคลียร์สายสัมพันธ์ระหว่าง โอ๊คพานทองแท้ และสรยุทธ สุทัศนะจินดา
ตัน เล่าว่า การซื้อขายที่ดินเพลินจิต 1.5 ไร่ พร้อมกับธุรกิจปั๊มน้ำมันและซูเปอร์มาร์เก็ตเกิดขึ้นตั้งแต่ 45 ปีก่อน ซึ่งตนเองซื้อมาจากเจ้าของเดิม ทำให้เป็นเจ้าของธุรกิจ 100% และเมื่อเปลี่ยนมือเป็นเจ้าของใหม่ ซึ่งเป็นการซื้อโอนไป 100% สัดส่วนหุ้นใหม่ที่เกิดขึ้นจึงไม่เกี่ยวข้องกัน
“การซื้อขายธุรกิจในครั้งนั้นผ่านทางโบรกเกอร์อีกที ซึ่งผมเองก็ไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัวกับคุณโอ๊ค แต่หากถามว่ารู้จักไหมก็ต้องเคยเห็นเคยเจอกันบ้าง ซึ่งครั้งสุดท้ายที่เจอกันเมื่อ 7 ปีก่อนที่ล็อคโฮม ซึ่งก็เป็นการเจอกันโดยทั่วไป และไม่รู้มาก่อนว่าคนที่ซื้อเป็นใคร มารู้อีกทีคือวันที่มาจ่ายเงิน” ตัน กล่าว
ขณะที่ ตัน ย้ำว่า โดยส่วนตัวแล้วไม่ได้มีความสนใจหรือคิดจะเล่นการเมืองแม้แต่น้อย เพราะตนเป็นคนทำธุรกิจ เป็นพ่อค้า ธุรกิจใดมีกำไรก็ทำ ซื้อมาขายไป หากถามว่ากังวลหรือหนักใจต่อเรื่องที่เกิดขึ้นหรือไม่นั้นก็อาจมีบ้าง แต่ก็เชื่อว่าหากเป็น “ความจริง” ก็คงไม่มีใครปฏิเสธได้และพร้อมพิสูจน์
ดังนั้น สิ่งสำคัญคือความจริงที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไร คงไม่มีใครปฏิเสธความจริงได้ ซึ่งการรับมือคือไม่มีใครหนีความจริงพ้น และเข้าใจว่าเนื้อหาข่าวที่นำเสนอไปหากพิจารณาดีๆ ก็ไม่ได้มีอะไร แต่อาจจะดูหวือหวามากไปจากหัวเนื้อเรื่องที่นำเสนอ ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วก็เข้าใจดีต่อการนำเสนอข่าวลักษณะนี้
ในกรณีของความสัมพันธ์กับสรยุทธ สุทัศนะจิน…ดา นักเล่าข่าวชื่อดังนั้น ยอมรับว่าเป็นคนรู้จักกัน ซึ่งกรณีการทำธุรกิจกันนั้นอยากให้มองว่าก็เหมือนกับคนทั่วๆ ไป หากผมเป็นเพื่อนกับคุณ เห็นว่ามีโครงการดีๆ และสนใจในธุรกิจเหมือนกัน เช่น โครงการนี้มีหมู่บ้าน เราอยู่หมู่บ้านเดียวกัน ก็ชักชวนกันไปทำธุรกิจร่วมกัน มันก็เป็นไปได้







