
ครบเครื่องเรื่องคนรักบ้าน
โดย...นิตยสารบ้านและสวน
โดย...นิตยสารบ้านและสวน
บรรยากาศของเมืองไทยในช่วงนี้ชุ่มฉ่ำไปด้วยสายฝนที่โปรยปรายลงมา ถือเป็นช่วงเวลาที่ดีอย่างยิ่งสำหรับสวนของเรา เพราะน้ำฝนนั้นอุดมไปด้วยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และไนโตรเจน (ที่เจือปนอยู่ในอากาศ) จึงเปรียบเสมือนอาหารมื้อใหญ่ที่พืชต้องการ แถมฤดูนี้ยังเป็นช่วงที่เซลล์ของพืชเจริญเติบโตได้เร็วกว่าฤดูอื่น เพราะมีความชื้นในอากาศสูง สังเกตว่าต้นไม้ในสวนในช่วงนี้จะมีใบสะอาดสดใส เนื่องจากน้ำฝนชะล้างฝุ่นละอองจนหมดจด
อย่างไรก็ตาม หากอยากให้ต้นไม้สวยและมีสุขภาพดียิ่งขึ้น หัวใจที่สำคัญที่สุดก็คือการดูแลต้นไม้ “บ้านและสวน” มีคำแนะนำดีๆ มาฝากกัน ดังนี้
การตัดแต่งกิ่ง หลักการง่ายๆ ก็คือ ตัดกิ่งแห้ง กิ่งที่บิดงอ ไม่ได้รูปทรง และใบเหลืองที่มีโรคหรือแมลงอยู่ ทั้งนี้เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งสะสมโรค เท่ากับเป็นการกำจัดจุดอ่อนให้ต้นไม้ของคุณ ส่วนใครที่ชอบตัดแต่งพุ่มไม้ให้เข้ารูปทรงก็ควรทำตอนต้นฤดูฝน เพราะหลังจากที่ฝนตก ต้นไม้จะผลิใบใหม่ได้เร็ว พุ่มใบก็จะกลับมาสวยสะพรั่งเลยทีเดียว
การขยายพันธุ์พืช ถ้าใช้วิธีตอนพันธุ์ไม้จะได้ผลค่อนข้างดี เพราะพืชออกรากง่ายและเร็ว เนื่องจากมีความชื้นสูง หากใช้วิธีเพาะเมล็ดพืช ควรคลุกยากันราไว้ด้วยสำหรับเมล็ดพืชขนาดใหญ่ ส่วนเมล็ดพืชเล็กๆ พอหว่านและรดน้ำจนชุ่มแล้ว จึงค่อยรดน้ำที่ผสมยากันราตามลงไป หลังจากงอกเป็นต้นอ่อนๆ แล้ว ควรเฝ้าดูว่ามีอาการเน่าหรือมีเชื้อราขึ้นบ้างหรือเปล่า หากมีก็รดหรือฉีดยากันราซ้ำ
ที่สำคัญอย่าลืมทำที่กำบังฝนด้วย เพราะถ้าเปียกหรือแฉะมากไป ต้นไม้อาจเน่าหรือเสียหายได้ ในช่วงนี้ควรหลีกเลี่ยงการขยายพันธุ์ด้วยวิธีติดตา เสียบกิ่ง เสียบยอด เพราะถ้าน้ำซึมเข้ารอยแผลก็จะเน่าเสีย หากจะทำควรทำตอนต้นฤดูที่ฝนยังตกไม่ชุก หรือใช้เทปพันให้แนบเนียนและระมัดระวังให้มาก
การให้ปุ๋ย ควรทำในช่วงต้นฤดูฝน ปุ๋ยจะได้ไม่สูญหายไปมากนัก โดยการพรวนดินแล้วผสมปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักรอบๆ ต้น อาจเพิ่มปุ๋ยเม็ดสูตรเสมอ เช่น 151515 หรือ 161616 ได้ ถ้าเป็นพวกไม้ผล เช่น ขนุน มะม่วง ก็บำรุงมากหน่อย ส่วนไม้ดอกยืนต้นเรื่องปุ๋ยไม่ค่อยจำเป็นเท่าไหร่ ไม้พุ่มถ้ามีทรุดโทรมก็ให้บำรุงบ้างตามความเหมาะสม
การไล่แมลง วิธีนี้เหมาะสำหรับคนไม่ชอบทำร้ายสัตว์ ทำได้ง่ายๆ เพียงคุณใช้ใบของกะเพรา โหระพา ตะไคร้หอม เม็ดสะเดา เลือกพืชอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น ถ้าเป็นใบนำมาสับให้ละเอียด เป็นเม็ดให้บด แล้วนำไปแช่น้ำในภาชนะอะไรก็ได้ โดยให้น้ำท่วมสูงขึ้นมาประมาณ 23 นิ้ว หมักไว้ 7 วัน จะได้น้ำหมักกลิ่นฉุน นำมาผสมกับน้ำในอัตราส่วน 1:1 ใช้รดบนต้นไม้ที่มีแมลงรบกวน ส่วนกากก็นำมาโรยที่ดินตรงโคนต้น วิธีนี้ไม่ได้ฆ่าแมลง แต่ไล่ไปให้ไกลๆ ได้ผลชะงัดนัก
อย่าลืมลองนำเทคนิคเหล่านี้ไปใช้ เพื่อให้สวนและต้นไม้ของเราคงความสวยงามไปอีกนาน







