
บิ๊กอสังหาฯฝ่าฝนเดินหน้าลงทุนเต็มสูบ
ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในรอบ 6 เดือนแรกผ่านพ้นไปหมาดๆ โดยภาพรวมๆ ก็เป็นไปดังคาด
โดย...โชคชัย สีนิลแท้/สุกัญญา สินถิรศักดิ์
ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในรอบ 6 เดือนแรกผ่านพ้นไปหมาดๆ โดยภาพรวมๆ ก็เป็นไปดังคาด เมื่อตลาดบ้านแนวราบยังถูกลูกติดพันจากวิกฤตน้ำท่วมเมื่อปลายปีที่แล้วเล่นงานจนตลาดชะลอตัวมาต่อเนื่อง ส่วนในทำเลที่น้ำไม่ท่วมกลับเจอปัญหาภาวะขาดแคลนแรงงานอย่างรุนแรง ทำให้ผู้ประกอบการไม่กล้าเดินหน้าทำตลาดปั๊มยอดขายกันเต็มที่ เพราะเกรงว่าจะส่งบ้านให้ลูกค้าไม่ทัน กลายเป็นปัญหา 2 เด้งที่เป็นตัวป่วนตลาดในครึ่งปีแรก และน่าจะยืดเยื้อมาถึงครึ่งปีหลังด้วยแน่นอน
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าผู้ประกอบการรายใหญ่ๆ คงจะไม่รอดูสถานการณ์อะไรอีก เพราะครึ่งปีแรกส่วนใหญ่ผลการดำเนินการยังเป็นไปตามเป้าหมาย ยิ่งเวลากระชั้นหากไม่เร่งรีบก็อาจจะทำให้เพลี่ยงพล้ำได้ โอกาสที่จะเห็นแคมเปญแรงๆ ออกมาสู้กับภาวะยังไม่มั่นใจกับสถานการณ์น้ำของผู้บริโภคจึงมีความเป็นไปได้สูง
ยักษ์อสังหาฯ ลุยลงทุน
อธิป พีชานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในครึ่งปีหลัง มั่นใจว่าจะปรับตัวดีกว่าครึ่งปีแรก เนื่องจากในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา ตลาดที่อยู่อาศัยบางพื้นที่อาจได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม แต่หลายพื้นที่ก็เริ่มฟื้นตัวแล้ว โดยยอดขายในโซนน้ำท่วมของศุภาลัยเริ่มฟื้นตัวมาตั้งแต่ไตรมาสแรก และมีผลให้ยอดขายครึ่งปีแรกเกินกว่าเป้าหมายที่วางไว้ จึงมีแนวโน้มว่ายอดขายรวมทั้งปีจะสูงถึง 1.9 หมื่นล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายที่วางไว้ที่ 1.8 หมื่นล้านบาท
สำหรับแผนในครึ่งปีหลัง ศุภาลัยเตรียมเปิดตัว 11 โครงการ คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 1 หมื่นล้านบาท โดยในส่วนของตลาดกรุงเทพฯ และปริมณฑล จะเน้นหนักไปที่การเปิดตัวบ้านแนวราบ 5 โครงการใหม่ และแนวสูง 3 โครงการ โดยเชื่อว่าครึ่งปีหลังบ้านแนวราบจะมีการเปิดตัวใหม่มากขึ้น
ทางด้านปัจจัยบวกในครึ่งปีหลัง เห็นว่าอัตราดอกเบี้ยที่ยังไม่สูงมาก และยังเป็นอัตราที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ซื้อบ้าน รวมถึงบรรยากาศการปล่อยสินเชื่อบ้านของสถาบันการเงินต่างๆ แข่งขันดึงลูกค้า แต่ต้นทุนก่อสร้างที่ขึ้นต่อเนื่อง ทำให้ต้องคุมเข้มในการบริหารจัดการต้นทุนให้ดี โดยเฉพาะในบางพื้นที่ที่การแข่งขันสูง ไม่สามารถปรับราคาได้ตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้น อาจจะต้องใช้กลยุทธ์ลดกำไรน้อยลง รวมถึงปัจจัยเรื่องแรงงานขาดแคลน อาจมีผลให้ยอดขายที่ได้ตามเป้า แต่อาจจะไม่สามารถส่งมอบได้ตามเป้าหมาย ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องจับตามากในครึ่งปีหลัง
เน้นกระจายทำเลลุย ตจว.ลดเสี่ยง
ขณะที่ วิทการ จันทวิมล ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการสายงานกลยุทธ์การตลาด บริษัท เอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ กล่าวว่า ในครึ่งปีหลังหากไม่มีสถานการณ์น้ำท่วมใหญ่เข้ามากระทบซ้ำ หรือปัจจัยลบจากปัญหาการเมือง เชื่อว่ายอดขายทั้งปียังคงเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยในช่วงครึ่งปีหลังบริษัทได้ตั้งเป้าว่าจะมียอดขาย 1 หมื่นล้านบาท โดยจะเปิดตัวโครงการใหม่อีก 67 โครงการ จากแผนทั้งปีจะเปิดโครงการใหม่ 12-13 โครงการ
เศรษฐา ทวีสิน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ ระบุว่า ในครึ่งปีหลังบริษัทจะมีการเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยใหม่อีก 21 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 2.6 หมื่นล้านบาท โดยบริษัทได้วางแผนรุกธุรกิจในตลาดต่างจังหวัดต่อยอดความสำเร็จจากในช่วงที่ผ่านมา นอกจากนี้ในช่วงไตรมาส 3 ยังมีแผนรุกตลาดทาวน์เฮาส์อย่างต่อเนื่อง โดยจะเปิดตัวโครงการทาวน์เฮาส์ใหม่พร้อมกันถึง 7 โครงการ
ขณะที่บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ มีแผนเปิดโครงการใหม่ประมาณ 8 โครงการทั้งบ้านเดี่ยวและคอนโดมิเนียม โดยเป็นโครงการที่อยู่ในกรุงเทพฯ เชียงใหม่ ภูเก็ต และขอนแก่น
กลางเล็กรอจังหวะรุกตลาด
ทางด้านผู้ประกอบการรายกลางเล็กที่ไม่สามารถกระจายความเสี่ยงด้วยการขยายทำเลการลงทุนได้เท่ากับบริษัทใหญ่ จึงต้องรอจังหวะการลงทุนในช่วงที่มั่นใจมากที่สุด เพราะในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมาตลาดยังไม่เป็นใจให้ทำอะไรได้มากนัก
“ในครึ่งปีแรก ลูกค้าที่ชะลอซื้อไปช่วงน้ำท่วมเริ่มกลับเข้ามาตั้งแต่ไตรมาสแรกจริง แต่ก็ยังไม่ตัดสินใจซื้อ ขณะเดียวกันโครงการที่น้ำไม่ท่วมอย่างทำเลพระราม 2 มีลูกค้าเข้ามาเยอะ แต่ปัญหาขาดแคลนแรงงานทำให้บริษัทต้องชะลอการขายเอาไว้ เพราะเกรงว่าจะส่งมอบบ้านให้ลูกค้าได้ไม่ทัน” วสันต์ เคียงศิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธารารมณ์ เอ็นเตอร์ไพรส์ กล่าว
สำหรับเหตุผลดังกล่าวทำให้ในครึ่งปีแรกบริษัทมียอดขาย 700 ล้านบาท จากที่คาดว่าน่าจะได้ 800-900 ล้านบาท ถือว่าต่ำกว่าที่ประมาณการเล็กน้อย ขณะที่เป้าทั้งปีบริษัทตั้งไว้ 1,500 ล้านบาท โดยในครึ่งปีหลังช่วงไตรมาส 3 ผู้บริโภคจะยังชะลอตัดสินใจอยู่ เพื่อรอดูสถานการณ์น้ำในปีนี้ก่อน บริษัทคงจะทำตลาดแบบไดเรกต์มาร์เก็ตติงไปก่อน ถึงปลายไตรมาส 3 จึงจะเริ่มทำตลาดแมสอีกครั้ง ขณะที่การเปิดโครงการใหม่ที่จ.นนทบุรี จะเริ่มเปิดได้ช่วงปลายปีหรือต้นปีหน้า
การเปิดเกมรุกของบรรดาบิ๊กอสังหาริมทรัพย์ จะสร้างความคึกคักให้ตลาดในช่วงที่ผู้บริโภคยังกล้าๆ กลัวๆ กับฟ้าฝนได้แค่ไหนคงต้องรอดู







