
บีโอไอปลื้มขอส่งเสริมลงทุน6เดือนคึก
ยอดขอรับส่งเสริมการลงทุนครึ่งปีแรกคึกคัก มีโครงการยื่นขอ 1,057 โครงการ มูลค่า 4.78 แสล้านบาท เนื่องจากมีโครงการขนาดใหญ่สนใจเข้าลงทุนมาก
ยอดขอรับส่งเสริมการลงทุนครึ่งปีแรกคึกคัก มีโครงการยื่นขอ 1,057 โครงการ มูลค่า 4.78 แสล้านบาท เนื่องจากมีโครงการขนาดใหญ่สนใจเข้าลงทุนมาก
นางอรรชกา สีบุญเรือง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า การยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา (ม.ค.-มิ.ย.2555) มีโครงการยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุน 1,057 โครงการ มูลค่าการลงทุน 4.78 แสนล้านบาท โดยจำนวนโครงการเพิ่มขึ้น 26% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีโครงการ 836 โครงการ และมูลค่าการลงทุนเพิ่มขึ้น 97% จากปีก่อนที่มีมูลค่า 2.42 แสนล้านบาท
สำหรับอุตสาหกรรมที่มีการยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนเข้ามามากที่สุด คือ อุตสาหกรรมบริการ และสาธารณูปโภค จำนวน 277 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 1.16 แสนล้านบาท รองลงมาเป็นอุตสาหกรรมยานยนต์ เครื่องจักร และโลหะ มีจำนวน 264 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 1.11 แสนล้านบาท ตามด้วยอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ จำนวน 164 โครงการ มูลค่ารวม 6.25 หมื่นล้านบาท
กลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมี กระดาษ พลาสติก มีการยื่นขอรับส่งเสริมจำนวน 141 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 1.19 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีมูลค่าเงินลงทุนสูงสุด เพราะมีโครงการขนาดใหญ่ระดับหลายหมื่นล้านในกลุ่ม ปิโตรเคมียื่นขอลงทุนหลายโครงการ
ขณะที่การขอรับส่งเสริมการลงทุนเฉพาะในเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา มีจำนวนโครงการ และมูลค่าเงินลงทุนสูงที่สุด เมื่อเปรียบเทียบรายเดือนในปีนี้ โดยมีจำนวน 251 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 1.04 แสนล้านบาท ซึ่งการที่มีมูลค่าเงินลงทุนสูงเป็นเพราะ มีโครงการขนาดใหญ่จำนวนมาก ยื่นขอรับส่งเสริมเข้ามาในเดือนมิ.ย.นี้ เช่น โครงการผลิตยางรถยนต์ มูลค่าเงินลงทุนกว่า 2 หมื่นล้านบาท
โครงการผลิตเคมีภัณฑ์ มูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านบาท โครงการผลิตเครื่องยนต์เบนซิน มูลค่ากว่า 7,000 ล้านบาท โครงการผลิตพลังงานไฟฟ้า มูลค่ากว่า 5,000 ล้านบาท และมีโครงการขนาดใหญ่มูลค่าตั้งแต่ 1,000 – 3,000 ล้านอีกหลายโครงการ
“แนวโน้มการลงทุนขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และคาดว่ามูลค่าการขอรับส่งเสริมการลงทุนในปีนี้ จะสูงกว่าเป้าหมายใหม่ที่วางไว้ 6.3 แสนล้านบาทอย่างแน่นอน ซึ่งปรับเพิ่มขึ้นจากเป้าเดิมที่วางไว้ 6 แสนล้านบาท ส่วนหนึ่งเป็นเพราะนักลงทุนมีความเชื่อมั่นต่อแผนบริหารจัดการน้ำและแผนการดำเนินงานรับมือสถานการณ์อุทกภัยของรัฐบาลด้วย”นางอรรชกากล่าว
ทั้งนี้ จากจำนวนโครงการและมูลค่าขอรับส่งเสริมในช่วงครึ่งปี เป็นโครงการที่ยื่นขอรับส่งเสริมภายใต้มาตรการสำหรับผู้ประกอบการที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย จำนวน 83 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวม 3.57 หมื่นล้านบาท และมาตรการสำหรับโครงการลงทุนใหม่ในพื้นที่ประสบอุทกภัย มีจำนวน 22 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวม 1.36 หมื่นล้านบาท







