posttoday
เรื่องโกงในโรงหนัง

เรื่องโกงในโรงหนัง

08 กรกฎาคม 2555

เคยได้ยินนักดูหนังบางคนกล่าวในทำนองว่า หนังต้องดูในโรงเท่านั้น ถ้าดูในสถานที่อื่นก็เหมือนไม่ใช่การดูหนัง

เคยได้ยินนักดูหนังบางคนกล่าวในทำนองว่า หนังต้องดูในโรงเท่านั้น ถ้าดูในสถานที่อื่นก็เหมือนไม่ใช่การดูหนัง

ผมนึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อได้เข้าไปนั่งอยู่ในโรงหนังย่านปิ่นเกล้า ในตอนสายของวันก่อน

บนจอผ้าผืนใหญ่ขนาดฝาบ้านกับระบบเสียงที่ดังจากรอบทิศทางนั้น แค่เรื่องราวธรรมดาอย่างการเดินไปของเข็มนาฬิกา หรือภาพความเคลื่อนไหวตามสี่แยกไฟแดงทั่วๆ ไปก็ยังดูต้องตา ยังไม่นับถึงบรรยากาศที่สงบ มืด เงียบ บวกกับการที่แต่ละคนต่างถูกจำกัดพื้นที่ไว้แต่ในที่นั่งของตัวเอง ปรุงให้บรรยากาศในโรงหนังเป็นเหมือนอีกโลกหนึ่งสำหรับการเข้าสู่โลกอีกใบที่จะปรากฏบนจอ

เป็นหนังรอบเช้าสุด แต่คนดูเต็มโรง เพราะเป็นหนังที่เปิดให้ดูฟรีในโครงการ “เล่าเรื่องโกง” เป็นผลงานหนังสั้น 10 กว่าเรื่องจากฝีมือผู้กำกับมีชื่อ และผู้กำกับมือสมัครเล่นที่ส่งเข้าประกวด ซึ่งหลายเรื่องทำได้ดีครบเครื่องในความเป็นหนัง

อย่างเรื่อง สี่แยก ซึ่งเป็นเรื่องหนึ่งที่ได้รับรางวัล หนังเล่าเรื่องอุบัติเหตุรถเก๋งของนักธุรกิจที่กำลังจะไปส่งลูกที่โรงเรียนกับรถซาเล้งคุณป้าคนเก็บของเก่าที่มาเฉี่ยวชนกันกลางสี่แยก แล้วทั้งคู่ก็มายืนโต้เถียงกันอยู่ว่าอีกฝ่ายเป็นผู้ผิด หนังฉายภาพการเผชิญหน้าของคู่กรณีที่ดำเนินไปอย่างเผ็ดร้อนเช่นเดียวกับแดดยามสายที่ร้อนแรงขึ้นเรื่อย ตัดสลับกับภาพอดีตที่มาจาก “สี่แยก” ให้คนดูเห็นที่มาของแต่ละฝ่าย

แยกที่หนึ่ง คุณป้าเก็บของเก่าอยู่ตามริมทาง แล้วขับซาเล้งคู่กายมาจากทางด้านหนึ่ง ตัดสลับมาสู่แยกที่สอง เป็นตำรวจที่มาระงับเหตุการณ์ แต่ยังหาข้อสรุปไม่ได้ เพราะต่างฝ่ายต่างยังโยนความผิดให้แก่กัน นักธุรกิจว่ารถซาเล้งของคุณป้าไฟเลี้ยวก็ไม่เปิด ป้ายทะเบียนก็ไม่มี ป้าคนเก็บของเก่าโต้ทันทีว่าซาเล้งที่ไหนมันจะมีป้ายทะเบียน แต่แกก็ขับอยู่ได้ทุกวันไม่เคยมีอุบัติเหตุ วันนี้แกถูกชนเพราะเจ้าของรถเก๋งขับรถฝ่าไฟแดงมา และคุยโทรศัพท์มาด้วย!

ตำรวจไม่สามารถไกล่เกลี่ยหาข้อยุติ หนังตัดเข้าสู่แยกที่สาม เป็นเจ้าหน้าที่ประกันของรถเก๋งที่นักธุกิจโทร.เรียก ซึ่งเขาดูมีท่าทีเข้าข้างลูกค้าของเขาอย่างชัดเจน

หนังตัดไปเล่าแยกที่สี่ของนักธุรกิจที่ขับรถมากับลูกสาว ทำให้คนดูได้เห็นความจริงว่า เขาคุยโทรศัพท์และขับรถฝ่าไฟแดงมาจริงๆ

แต่เขาไม่รับผิด และไม่มีใครเชื่อคำของคุณป้าคนขับซาเล้ง การเจรจาส่อเค้าว่าจะจบลงที่แกต้องจ่ายค่าปรับ และต้องออกเงินซ่อมรถซาเล้งเอง ป้าเครียดและเสียใจจนร้องไห้ออกมา

จนในที่สุดแกก็ออกปากท้ากับทุกคนว่า ถ้าไม่เชื่อที่แกพูดก็ให้ถามเด็กดูสิ เด็กมันไม่โกหกหรอก

เรื่องดำเนินมาถึงจุดเครียดเขม็งของทุกตัวละครในเรื่อง และคนดู

รอฟังว่าเด็กหญิงตัวน้อยจะพูดออกมาอย่างไรพูดความจริง หรือพูดโกหกเพื่อปกป้องพ่อของเธอ

หนังจบให้คนดูน้ำตาไหลไปกับคุณป้าซาเล้ง เมื่อเจ้าหนูบอกว่าคุณพ่อของเธอไม่ได้คุยโทรศัพท์

ยังมีข้อน่าสังเกตว่าในหนังสั้นเล่าเรื่องโกง ชุดนี้ อย่างน้อยสองเรื่อง มีพระสงฆ์เป็นตัวละครสะท้อนเรื่องโกงแต่ในภาพลักษณ์ที่เป็นฝ่ายโกงด้วย เป็นผู้ที่คอยพร่ำสอนคนอื่น (ลูกศิษย์วัด) ไม่ให้หลอกลวงคดโกงใคร แต่แล้วก็กลายเป็นผู้ทุศีลเสียเอง ด้วยการยักยอกเงินบริจาคของวัดต่อหน้าศิษย์วัดที่ตนเฝ้าพร่ำสอน กับอีกเรื่องให้ตัวละครที่ครองผ้ากาสาวพัสตร์ออกรับบิณฑบาตในยามเช้าเป็นพระปลอม!

นี้อาจถือเป็นจุดสังเกตอย่างมีนัยสำคัญว่า เมื่อพูดถึงประเด็นเรื่องการโกงในสังคมของเรา ไฉนเล่าสมณะที่ถือเป็นผู้นำทางศีลธรรมจริยธรรมของผู้คน จึงถูกให้ภาพไปในทางร้ายในสายตาผู้กำกับหนัง

จริงอยู่ว่าคนดูหนังต่างรู้อยู่แก่ใจ หนังคือเรื่องแต่ง ไม่ใช่เรื่องจริง และการมาดูหนังก็ไม่ใช่เพื่อรับคำสั่งสอนหรือฟังเทศนา นอกไปเสียจากความบันเทิง ความสำเร็จของหนังจึงอยู่ที่จุดกระทบที่จะสร้างความสั่นสะเทือนใจคนดูจบแล้วมีสิ่งติดค้างใจให้เอากลับไปคิดต่อได้

อย่างเรื่อง สิบหมื่น ที่เล่าเรื่องเสมือนจริงว่า ตั้มโทร.ชวนต้อม (เป็นเอก รัตนเรือง) ให้มาทำหนังในโครงการเล่าเรื่องโกง มีทุนให้เรื่องละ 1 แสนบาท ต้อมสนใจและตอบตกลงรับเงินมาทำหนัง แต่ต่อมาเขาอ้างว่าไม่มีเวลา และเสนอจะแบ่งเงิน 7 หมื่นบาท จากที่ได้มา 1 แสนบาท ให้ตั้มรับไปทำหนังแทนแล้วใส่ชื่อผู้กำกับร่วมกัน ตั้มรับงบ 7 หมื่นบาท มาจ้างให้นักศึกษาทำต่อในราคา 5 หมื่นบาท

หนังจบแบบเรียบๆ ด้วยฉากที่ตั้มเอาต้นฉบับหนังที่เขาจ้างนักศึกษาทำ มาให้ต้อมเปิดดู (เรื่องราวในหนังที่นักศึกษาทำมานั้น กลายเป็นหนังอีกเรื่องในชุดนี้)

จบเรื่องราวหนังขึ้นจอดำ แล้วตามด้วยตัวหนังสือสีขาวแสดงสถิติตัวเลขอัปยศในสังคมไทย อย่างความล้มเหลวหลายหมื่นล้านของโครงการโฮปเวลล์ งบก้อนใหญ่ของสนามบินสุวรรณภูมิที่ยังด้อยด้านคุณภาพ งบประมาณ 8 แสนล้านบาท เยียวมหาอุทกภัย ที่เงินช่วยเหลือยังเดินไปไม่ถึงประชาชนผู้เดือดร้อน และ ฯลฯ ที่กระแทกใจคนดูให้ฉุกคิด และเชื่อมโยงไปถึงตัวอย่างเล็กๆ ที่เพิ่งดูจากหนังเรื่องที่เพิ่งดูผ่านไปได้ โดยไม่ต้องตั้งท่าสั่งสอนคนดูแบบหนังเชยๆ

หนังเล่าเรื่องโกงฉายอยู่ในโรงรอบเช้า แค่ในช่วงสัปดาห์แรกของเดือน ก.ค. พ้นจากนั้นไป สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดต่อได้ที่เฟซบุ๊ก “เล่าเรื่องโกง” มีหนังแผ่นบริการให้

แม้ว่ารสของความเป็นหนังอาจไม่เท่ากับการดูในโรง แต่รสสาระก็ไม่ได้ตกหล่นไปไหน m

ขอเชิญร่วมงานทอดผ้าป่า “ซ่อมบ้าน สานรัก” วันอาทิตย์ที่ 8 ก.ค. 2555 เวลา 09.00–12.00 น. ณ หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ (สวนโมกข์กรุงเทพฯ) สอบถามรายละเอียดได้ที่ เครือข่ายพุทธิกา 089-667-7125 หรือที่สหทัยมูลนิธิ 02-381-8834-6

ข่าวล่าสุด

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า