posttoday
ซีพีสนซื้อคาร์ฟูยุโรป

ซีพีสนซื้อคาร์ฟูยุโรป

08 กรกฎาคม 2555

รอบสัปดาห์ที่ผ่านมาแวดวงการเงินการคลัง มีประเด็นที่น่าสนใจหลายเรื่อง ไล่ตั้งแต่เรื่องร้อนๆ จากทำเนียบรัฐบาลในช่วงต้นสัปดาห์ เมื่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบแก้ไขระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการบริหารโครงการและการจ่ายเงินกู้เพื่อการวางระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ พ.ศ. 2555 และแก้ไขร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2555

รอบสัปดาห์ที่ผ่านมาแวดวงการเงินการคลัง มีประเด็นที่น่าสนใจหลายเรื่อง ไล่ตั้งแต่เรื่องร้อนๆ จากทำเนียบรัฐบาลในช่วงต้นสัปดาห์ เมื่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบแก้ไขระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการบริหารโครงการและการจ่ายเงินกู้เพื่อการวางระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ พ.ศ. 2555 และแก้ไขร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2555

ส่งผลให้คณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) มีอำนาจพิจารณายกเว้นการปฏิบัติตามระเบียบดังกล่าว และกลายสภาพเป็นองค์กรที่มีอำนาจล้นฟ้า สามารถกำหนดวิธีการและเงื่อนไขของการจัดซื้อในโครงการมูลค่า 3 แสนล้านบาทนี้อย่างไรก็ได้ หากเห็นว่าเป็นเรื่องเร่งด่วน นอกจากนี้ กบอ.ยังสามารถจัดทำโครงการจัดการน้ำและอุทกภัย หรือโครงการอื่นใดที่มีความจำเป็นเพื่อเสนอ ครม.อนุมัติได้ ไม่ว่าโครงการนั้นจะดำเนินการก่อนมีแผนปฏิบัติงาน ก็ตาม

เรื่องนี้จึงกลายเป็นประเด็นร้อนและมีคำถามถึงความโปร่งใสจากฝ่ายค้าน โดย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้าน ออกมาระบุทันทีว่า รัฐบาลพยายามที่จะใช้เงินผ่านโครงการขนาดใหญ่โดยไม่ผ่านการตรวจสอบความโปร่งใสด้วยการผูกเรื่องว่าเป็นแผนการป้องกันปัญหาน้ำท่วมและสร้างอนาคตประเทศไทย ทั้งนี้หากรัฐบาลมีความจริงใจในการแก้ปัญหาจะต้องมีการปรับเปลี่ยนวิธีการจัดซื้อดังกล่าวเพื่อป้องกันมหกรรมบุฟเฟต์ทุจริตครั้งใหญ่ที่จะเกิดขึ้น

วันเดียวกัน ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ยังได้เรียกประชุมรัฐมนตรี 9 กระทรวง เพื่อประเมินผลกระทบจากปัญหาวิกฤตยูโรโซน โดยที่ประชุมมีมติให้เตรียมมาตรการรับมือจากปัญหาที่เริ่มส่งผลกระทบต่อไทยใน 6 ด้าน เพื่อลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้น ประกอบด้วย 1.การรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจให้มั่นคง ทั้งเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งพบว่าค่าเงินบาท ณ ระดับปัจจุบัน ทำให้ผู้ส่งออกทำงานได้เสถียรภาพอัตราดอกเบี้ย ราคาสินค้า และราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศ

2.เร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณทั้งงบประจำและงบลงทุน โดยเฉพาะการเบิกจ่ายงบลงทุนจะเบิกจ่ายได้สูงกว่า 75% 3.รักษาเป้าหมายการส่งออก โดยหันไปบุกตลาดอื่นแทนที่ เช่น อาเซียน การค้าชายแดน เอเชียตะวันออก ตะวันออกกลาง และอเมริกาเหนือ 4.ดูแลปัญหาการว่างงาน โดยเฉพาะนักศึกษาจบใหม่ที่ไม่มีงานทำ โดยนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้กระทรวงแรงงาน อุตสาหกรรม และศึกษาธิการ จัดฝึกอบรมนักศึกษาจบใหม่เหล่านี้ให้มีทักษะสอดคล้องกับความต้องการของเอกชน

5.การดูแลการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นรายได้สำคัญของประเทศ เช่น เร่งเปิดใช้สนามบินดอนเมืองเป็นวันที่ 1 ส.ค.นี้ จากกำหนดเดิมวันที่ 1 ต.ค.นี้ เพื่อลดความแออัดสนามบินสุวรรณภูมิและสนับสนุนการท่องเที่ยวและสุดท้ายคือการช่วยเหลือทางการเงินและสินเชื่อให้ 4 กลุ่มสินค้าที่ได้รับผลกระทบ คือ สิ่งทอ เครื่องประดับ อิเล็กทรอนิกส์ และยาง โดยใช้เงินจากธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย ที่ตั้งวงเงินไว้ 1 แสนล้านบาท เข้ามาดูแล

ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกมาเปิดเผยว่า ขณะนี้ ธปท.ได้มีการหารือกับธนาคารพาณิชย์ให้มีการเตรียมภูมิคุ้มกันไว้รับมือกับวิกฤตยุโรปที่มีความไม่แน่นอนแล้วเช่นกัน โดยให้นำกำไรที่อยู่ในระดับสูงมาเพิ่มสัดส่วนการกันสำรองหนี้เผื่อไว้รับมือกับสถานการณ์ยุโรป แม้ว่าระดับหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ในช่วงที่ผ่านมาจะไม่เพิ่มขึ้นมากนัก แต่มองว่าในช่วงที่พาณิชย์ไทยมีกำไรอยู่ในระดับสูง แทนที่จะนำไปปันผลในอัตราที่สูงเกินไป หรือนำไปทำอย่างอื่น ก็ควรจะสะสมไว้เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งของฐานะทางการเงิน

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ธนาคารพาณิชย์ไทยยังมีระดับเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (บีไอเอส) เฉลี่ยอยู่ที่ 15% ถือว่าอยู่ในระดับสูงมาก จึงไม่จำเป็นต้องมีการเพิ่มทุนสำหรับสินเชื่อในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ที่โต 16% ถือว่าสูงพอสมควร ถ้าเทียบกับอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ปีนี้ที่ 6% แต่ถ้าดูในรายละเอียดก็ไม่น่าห่วง เนื่องจากโตจากสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ (ลีสซิง) เป็นสำคัญ โดยสินเชื่อลีสซิงโตถึง 20% ส่วนสินเชื่อที่อยู่อาศัย สินเชื่อส่วนบุคคล และบัตรเครดิตโตประมาณ 10% ถือว่าไม่สูง

สินเชื่อภาคธุรกิจโต 14% จากสินเชื่อที่นำออกไปซื้อกิจการในยุโรป การขอสินเชื่อเพื่อซื้อเครื่องจักรทดแทน และสินเชื่อเพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียน แต่โดยรวมที่ฝ่ายนโยบายการเงิน ธปท.เข้าไปดู พบว่า สินเชื่อในภาพรวมยังไม่มีสินเชื่อที่ปล่อยกู้ในลักษณะเพื่อการเก็งกำไร ไม่ว่าในภาคเศรษฐกิจใด แต่อย่างไรก็ตาม ธปท.ยังจะติดตามดูการขยายตัวของสินเชื่ออย่างใกล้ชิดต่อไป

สอดรับกับศูนย์วิจัยกสิกรไทยที่วิเคราะห์ว่า ภาพรวมการกันสำรองของธนาคารพาณิชย์ขณะนี้ถือว่าเกินเกณฑ์ที่ ธปท.กำหนด และยังไม่น่าเป็นห่วง โดยเชื่อว่าธนาคารพาณิชย์มีการติดตามสถานการณ์ในสหภาพยุโรป (อียู) อย่างใกล้ชิด ส่วนที่ ธปท.แสดงความกังวลเรื่องอียูต่อการกันสำรองหนี้เสียของธนาคารพาณิชย์นั้น ธปท.อาจเป็นห่วงผลที่จะเกิดขึ้นในทางอ้อมต่อภาคการส่งออกไทย ที่แม้ปัจจุบันการส่งออกของไทยไปอียูมีปริมาณลดลงต่อเนื่อง โดยมีสัดส่วนประมาณ 8% ของการส่งออกทั้งประเทศ จากเดิมที่เคยอยู่ในระดับ 10% แต่ตลาดหลักอย่างจีนและสหรัฐก็มีส่งออกต่อไปอียูประมาณ 1314% ของการส่งออก ฉะนั้นภาคการส่งออกไทยโดยรวมอาจได้รับผลกระทบเป็นลูกโซ่

ข้ามไปยังกระทรวงการคลัง มีข่าวดีสำหรับคู่สามีภรรยาที่จดทะเบียนสมรส เมื่อคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยว่า ประมวลรัษฎากร มาตรา 40 และมาตรา 57 ที่กำหนดให้นำเงินได้ของทั้งสามีและภริยามารวมกันขัดกับรัฐธรรมนูญว่าด้วยสิทธิเสรีภาพ และทำให้สามีภรรยาที่มีเงินได้ต้องเสียภาษีสูงกว่าปกติ และยังทำให้ผู้หญิงที่มีสามีและมีเงินได้ต้องเสียภาษีสูงกว่าผู้หญิงที่โสด และเป็นปัญหาที่ทำให้ชายหญิงไม่นิยมสมรสกัน ซึ่งคำวินิจฉัยของศาลครั้งนี้ส่งผลให้กรมสรรพากรจะเตรียมเรื่องเสนอกระทรวงการคลังให้แก้ประมวลกฎหมายรัษฎากร เพื่อให้ภรรยาแยกยื่นภาษีได้ โดยคาดว่าสามีและภรรยาจะสามารถแยกจ่ายภาษีเงินได้ในปี 2556

สำหรับตลาดหุ้นในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้แรงหนุนจากการคาดการณ์การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ลงในอัตรา 0.25% ส่งผลให้มีแรงซื้อเก็งกำไรเข้ามาก่อนผลประชุมจะออกมา ซึ่งตลาดหุ้นไทยรับข่าวในวันศุกร์ที่ผ่านมา ช่วยหนุนให้ดัชนีปิดทะลุ 1,200 จุดได้สำเร็จ หลังทดสอบอยู่หลายรอบ แม้ดัชนีจะย่อตัวลงเล็กน้อยในวันส่งท้ายสัปดาห์ ปิดที่ระดับ 1,200.08 จุด เพิ่มขึ้น 2.39% จากสัปดาห์ก่อน มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้น 10.51% โดยนักลงทุนรายย่อยและนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ ขณะที่สถาบันและบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ขายสุทธิ

สำหรับหุ้นบริษัท บางจากปิโตรเลียม (BCP) ปรับตัวลดลง 3 วันทำการ ประมาณ 5.5% หรือ 1.30 บาท จากราคา 23.40 บาท มาอยู่ที่ 22.10 บาท หลังเกิดไฟลุกไหม้หอแยกน้ำมันก๊าดในหน่วยกลั่นน้ำมันดิบที่ 3 ซึ่งบริษัทยืนยันว่าได้ทำประกันครอบคุลมทรัพย์สินและรายได้ที่หายไประหว่างหยุดซ่อม 1 เดือนไว้แล้ว แนวโน้มตลาดหุ้นสัปดาห์หน้า บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทยและบริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ดัชนียังมีแนวโน้มผันผวน โดยต้องติดตามการตอบรับของนักลงทุนต่อตัวเลขตลาดแรงงานสหรัฐที่ประกาศออกมา รวมถึงประเด็นการเมืองในประเทศ

ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่สำคัญ ได้แก่ บันทึกการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) รอบวันที่ 1920 มิ.ย. ดัชนีราคาผู้ผลิตและความเชื่อมั่นผู้บริโภค (เบื้องต้น)

ทั้งนี้ บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย คาดว่า ดัชนีจะมีแนวรับที่ 1,190 จุด และ 1,165 จุด ขณะที่แนวต้านคาดว่าจะอยู่ที่ 1,205 จุด และ 1,218 จุด ตามลำดับ

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ