posttoday
อนาคตท่องเที่ยวไทยสดใส....ถ้าไม่สะดุดการเมือง

อนาคตท่องเที่ยวไทยสดใส....ถ้าไม่สะดุดการเมือง

15 มีนาคม 2553

8...เรียบเรียง จันทร์จิรา พึ่งวิริยะ

ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) คาดการณ์การท่องเที่ยวไทยในปี 2553 จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะขยายตัวได้ 810% โดยมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเที่ยวไทยมากเป็นประวัติการณ์ราว 15 ล้านคน บนเงื่อนไขเหตุการณ์การเมืองต้องไม่รุนแรง หรือยืดเยื้อนาน

กลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติที่คาดว่ามีแนวโน้มจะเดินทางมาไทยเพิ่มขึ้นมาก ได้แก่ เกาหลีใต้ อินเดีย จีน และออสเตรเลีย โดยจีนและอินเดียเป็นผลมาจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจสูงกว่าประเทศอื่น ส่วนเกาหลีใต้เป็นผลจากค่าเงินและก่อนหน้านี้จำนวนนักท่องเที่ยวลดหายไปมาก ขณะที่นักท่องเที่ยวญี่ปุ่น ซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่เช่นกัน คาดว่าแนวโน้มจะทรงตัว เนื่องจากเงินเยนอ่อนค่า และเศรษฐกิจยังขยายตัวไม่มากนัก

จากประมาณการณ์ดังกล่าว จะส่งผลให้รายได้โดยตรงจากนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้น 8% หรือคิดเป็นรายได้ 5.7 แสนล้านบาท

ในจำนวนนี้แบ่งเป็นรายได้จากนักท่องเที่ยวในแถบอาเซียนและเอเชียประมาณ 65% อีก 27% เป็นนักท่องเที่ยวจากยุโรป แต่นักท่องเที่ยวกลุ่มยุโรปเป็นกลุ่มที่มีการใช้จ่ายต่อหัวสูงที่สุด

ส่วนรายได้ของกลุ่มโรงแรม จากการสำรวจของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พบว่าคนญี่ปุ่นพักโรงแรม 2 ดาว 20% อินเดียและมาเลเซีย พักโรงแรม 3 ดาว 40% ชาติอื่นๆ เลือกพักโรงแรม 4 ดาว เป็นหลัก

เมื่อประมวลผลในภาพรวม ปรากฏว่าโรงแรมระดับ 3 ดาว จะถูกเลือกเข้าพักมากที่สุด รองลงมาเป็นระดับ 4 และ 5 ดาว ส่วน 2 ดาว เพิ่มน้อยที่สุด

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ SCB EIC เป็นห่วงมากกว่า คือ อนาคตการท่องเที่ยวของไทยในระยะยาว เพราะแหล่งท่องเที่ยวและกิจกรรมที่มีอยู่ในปัจจุบัน ไม่น่าจะรองรับการเพิ่มขึ้นของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่า หรือ 26 ล้านคน ในอีก 10 ปีข้างหน้า ทำให้ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวอย่างมีทิศทาง

SCB EIC เสนอแนะว่าควรยกระดับจังหวัดที่มีศักยภาพและพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ โดยภาครัฐเข้าไปวางระบบสาธารณูปโภคให้เพียงพอ ทั้งระบบขนส่งขั้นพื้นฐาน สร้างถนน เชื่อมต่อเส้นทางคมนาคมไปถึงแหล่งท่องเที่ยวได้ รวมถึงการยกระดับท่าอากาศยานท้องถิ่นให้เป็นท่าอากาศยานนานาชาติ ตลอดจนระบบประปาและไฟฟ้า ต้องรองรับความต้องการได้ทั่วถึง โดยกำหนดข้อบังคับและบทลงโทษต่างๆ ให้เหมาะสม เพื่อรักษาความสะอาด และความสวยงามของสถานที่ให้อยู่ได้แบบยั่งยืน

พร้อมกันนี้ยังจำเป็นต้องจูงใจนักท่องเที่ยวให้เปลี่ยนแปลงรูปแบบการท่องเที่ยวใหม่ จากที่เป็นอยู่ในเวลานี้คือนักท่องเที่ยวจะหลั่งไหลเข้ามาเที่ยวในไทยช่วงฤดูท่องเที่ยวเฉพาะไตรมาสแรก และไตรมาส 4 ของทุกปีเท่านั้น ภาครัฐจึงต้องวางแผนส่งเสริมการท่องเที่ยวไตรมาส 2 และไตรมาส 3 ให้มากขึ้น

แน่นอนว่าบริษัททัวร์ โรงแรม สมาคมที่เกี่ยวข้องต่างๆ ต้องช่วยกันจัดโปรแกรมการท่องเที่ยวให้สอดคล้องกับการทำงานของภาครัฐด้วย จึงจะประสบความสำเร็จได้

อย่างไรก็ดี ข้อเสนอแนะที่ว่ามาทั้งหมดนี้ไม่อาจมองข้าม หรือปล่อยปละละเลยในเรื่องการจัดการแก้ปัญหาเกี่ยวกับความเชื่อมั่นในด้านความมั่นคง และความปลอดภัยของประเทศไปได้ เพราะเรื่องดังกล่าว ทุกวันนี้ยังเป็นจุดอ่อนของการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวของไทย ซึ่งมีผลให้การท่องเที่ยวของไทยมีขนาดใหญ่เพียงแค่อันดับ 4 ในทวีปเอเชียแปซิฟิก รองจากจีน มาเลเซีย และฮ่องกง ทั้งๆ ที่มีแหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวต่างชาติถึง 140 แห่งทั่วประเทศไทย

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ