
วิกฤตอียูพ่นพิษฉุดส่งออก
นายภูมิ สาระผล รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า การส่งออกกุ้งสดแช่แข็งในช่วง 5 เดือนปีนี้ (เดือน ม.ค.พ.ค. 2555) มีมูลค่า 552 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 2.23% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากได้รับผลกระทบจากวิกฤตหนี้ในสหภาพยุโรป (อียู) ซึ่งเป็นตลาดส่งออกกุ้งอันดับ 3 ของไทย ทำให้การส่งออกกุ้งสดแช่แข็งไปสหภาพยุโรปเหลือเพียง 79 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือลดลง 16% จากปีก่อนที่ไทยส่งออกกุ้งไปอียูโต 7.9%
นายภูมิ สาระผล รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า การส่งออกกุ้งสดแช่แข็งในช่วง 5 เดือนปีนี้ (เดือน ม.ค.พ.ค. 2555) มีมูลค่า 552 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 2.23% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากได้รับผลกระทบจากวิกฤตหนี้ในสหภาพยุโรป (อียู) ซึ่งเป็นตลาดส่งออกกุ้งอันดับ 3 ของไทย ทำให้การส่งออกกุ้งสดแช่แข็งไปสหภาพยุโรปเหลือเพียง 79 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือลดลง 16% จากปีก่อนที่ไทยส่งออกกุ้งไปอียูโต 7.9%
กระทรวงได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมการส่งออกเร่งหาตลาดและกระตุ้นการส่งออกกุ้งเพิ่มเติม เพื่อผลักดันให้ยอดการส่งออกกุ้งแช่แข็งทั้งปีโตได้ 8% จากปีก่อนหรือมีมูลค่าถึง 1,900 ล้านเหรียญสหรัฐ ล่าสุดได้ร่วมมือกับกับห้างเทสโก้ โลตัส ในการเชื่อมโยงสั่งซื้อกุ้งจากเกษตรกรและสหกรณ์เลี้ยงกุ้งโดยตรง เพื่อนำจำหน่ายไปยังห้างเทสโก้ โลตัสปริมาณ 1.2 หมื่นตัน มูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วอีก 20%
นอกจากนี้ ได้ให้กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศไปประเทศเจรจากับทางอียู เพื่อขอให้ทบทวนการให้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) กับไทยว่า ไทยยังมีความจำเป็นต้องใช้สิทธิอยู่รวมถึงให้หาตลาดอื่นๆ มาทดแทนได้
ด้านนายสุนทร อรุณานนท์ชัย ประธานกรรมการเทสโก้ โลตัส กล่าวถึง กรณีสหภาพยุโรป (อียู) ทบทวนตัดสิทธิจีเอสพีสินค้ากุ้งไทยนั้น จะส่งผลกระทบต่อการส่งออกกุ้งของบริษัท เพราะการเสียภาษีนำเข้าที่สูงขึ้นทำให้กุ้งไทยแพงกว่าคู่แข่ง จึงอยากให้รัฐบาลเจรจากับรัฐบาลของอียู หรือจ้างล็อบบี้เจรจาต่อรองกับอียู เพื่อให้คงสิทธิจีเอสพีเอาไว้ เพราะถ้าอียูตัดสิทธิจริง กลุ่มผู้เลี้ยงรายย่อยเดือดร้อน







