
ไอเอ็มเอฟลุยหั่นศก.โลก
ชี้สัญญาณลบอันตราย‘ลงทุนจ้างงานผลิต’ลามครบทั่วโลก
ชี้สัญญาณลบอันตราย‘ลงทุนจ้างงานผลิต’ลามครบทั่วโลก
มาตรการ 3 ธนาคารกลางเอาไม่อยู่ ไอเอ็มเอฟเตรียมลดคาดการณ์เศรษฐกิจโลกปีนี้ หลังสัญญาณลบลามกลุ่มตลาดเกิดใหม่
คริสติน ลาการ์ด ผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ประกาศจะปรับลดคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจทั่วโลกในปีนี้ลงอีกครั้ง จากระดับ 3.5% ในคาดการณ์ล่าสุดเมื่อเดือน เม.ย. เนื่องจากมีสัญญาณการลงทุน การจ้างงาน และการผลิตที่ซบเซาลงทั้งในยุโรป สหรัฐ จีน อินเดีย บราซิล และกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ ขณะที่สถานการณ์ยังมีแนวโน้มย่ำแย่ลงอีก เนื่องจากยุโรปไม่ได้ดำเนินมาตรการเพื่อแก้วิกฤตนี้อย่างเพียงพอ
“แนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐ กิจโลกอาจขยายตัวได้น้อยกว่าที่เราคาดการณ์เอาไว้เมื่อ 3 เดือนก่อน และแม้ว่าจะลดตัวเลขคาดการณ์ลงมาแล้ว ก็ยังต้องขึ้นอยู่กับการดำเนินนโยบายที่ถูกทางของแต่ละประเทศด้วยว่าจะไปถึงตัวเลขนั้นได้หรือไม่” ลาการ์ด กล่าว
บลูมเบิร์ก ระบุว่า การปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางจีนและธนาคารกลางยุโรป เมื่อวันที่ 5 ก.ค. รวมถึงการที่ธนาคารกลางอังกฤษประกาศมาตรการช่วยซื้อสินทรัพย์อีก 5 หมื่นล้านปอนด์นั้น นับเป็นการตอกย้ำถึงความเปราะบางของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจโลก เนื่องจากกลุ่มประเทศต่างเผชิญภาระการรัดเข็มขัดและภาระหนี้มหาศาล
“บรรดาตลาดเกิดใหม่หลักๆ อาทิ บราซิล จีน และอินเดีย กำลังมีสัญญาณบ่งชี้ถึงภาวะขาลง” ลาการ์ด กล่าวถึง 3 กลุ่มประเทศบริกส์ ซึ่งหากมีการรวมรัสเซียเข้าไปด้วย ก็จะมีขนาดเศรษฐกิจรวมกันกว่า 20% ของโลกในปีนี้
ขณะเดียวกัน ในช่วงไม่กี่เดือนก่อนหน้านี้ยังพบว่าแนวโน้มเริ่มถดถอยลงจนถึงระดับที่น่ากังวล ดัชนีชี้วัดทางเศรษฐกิจหลายตัว เช่น ดัชนีการลงทุน การจ้างงาน และการผลิตกำลังซบเซาลง ซึ่งไม่ได้จำกัดวงอยู่เพียงแค่ในยุโรปหรือสหรัฐเท่านั้น
ทั้งนี้ เมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ไอเอ็มเอฟได้ปรับเพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจโลกไปอยู่ที่ระดับ 3.5% จากเดิมที่ 3.3% และเพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจในปีหน้าไปอยู่ที่ 4.1% จากเดิมที่ 4%
ด้านรอยเตอร์ส ระบุว่า แม้ 3 ธนาคารกลางสำคัญของโลกจะพร้อมใจกันออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ทว่าตลาดทุนเอเชียเมื่อวันที่ 6 ก.ค. กลับปิดตลาดในแดนลบกันหลายแห่ง อาทิ ตลาดหุ้นโตเกียวซึ่งปิดลบไปเล็กน้อย 0.65% อยู่ที่ 9,020.75 จุด และตลาดฮ่องกงปิดลบ 0.04% อยู่ที่ 19,800.64 จุด เนื่องจากนักลงทุนยังระวังท่าที และยังรอทิศทางการจ้างงานในสหรัฐก่อน







