
ลูกบจ.จ่อเข้าตลาด
เป้า160บริษัทลงทุนเพื่อนบ้าน/ยูบีเอสฟันธงตปท.ไหลเข้าซื้อหุ้นไทย
เป้า160บริษัทลงทุนเพื่อนบ้าน/ยูบีเอสฟันธงตปท.ไหลเข้าซื้อหุ้นไทย
ตลาดหลักทรัพย์หวังบริษัทลูก บจ.ที่ตั้งอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน รวม 160 แห่ง ตั้งเป็นโฮลดิงเข้าจดทะเบียน
นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวในงานบรรยายเรื่องการเชื่อมอาเซียนจะทำให้เกิดศักราชใหม่แห่งการลงทุนอย่างไร ว่าตลาดหลักทรัพย์หวังว่าหลังสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ผ่อนเกณฑ์เรื่องสัดส่วนการถือหุ้นของบริษัทโฮลดิง จะมีบริษัทลูกของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ไทยในอันดับเซต 100 ที่ลงทุนในกลุ่มประเทศพม่า ลาว เวียดนาม และกัมพูชา รวมกันทั้งหมด 160 แห่ง จะมีการจัดตั้งเป็นโฮลดิงระดมทุนเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นเพื่อนำเงินไปขยายการลงทุนใน 4 ประเทศนี้ได้อนาคต
ตอนนี้ประเทศในกลุ่มอาเซียนจะต้องรวมตัวและเตรียมตัวยกระดับเป็นภูมิภาคอาเซียนนำเสนอผู้ลงทุนต่างประเทศ ซึ่งจะมีความแข็งแกร่งและน่าดึงดูดมากกว่าที่จะนำเสนอเป็นรายประเทศเหมือนที่ผ่านมา
นายจรัมพร กล่าวว่า ในช่วงปลายเดือน ส.ค.นี้ ถือเป็นการเปิดศักราชที่สำคัญของการเชื่อมภูมิภาคอาเซียนด้วยกันสำหรับภาคตลาดทุนกับอาเซียนลิงก์เกจ ที่จะมีการการนำหลักทรัพย์ของทั้ง 6 ประเทศทั้งหมด 180 หลักทรัพย์ มาซื้อขายบนกระดานเดียวกัน ส่งผลต่อเนื่องให้กลุ่มอาเซียนเป็นที่น่าสนใจของนักลงทุนต่างชาติ เพราะมีการจับกลุ่มเป็นระดับภูมิภาคมากขึ้น และจะง่ายต่อการนำเสนอสินค้าใหม่เป็นระดับอาเซียน สำหรับกองทุนที่ต้องการอ้างอิงดัชนีของกลุ่มตลาดหุ้นอาเซียนอีกด้วย
ทางด้านนายเจมส์ วูดวาร์ด กรรมการผู้จัดการ หัวหน้าตลาดทุนไทย บริษัทหลักทรัพย์ ยูบีเอส (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า บริษัทมีมุมมองว่า เงินทุนจากต่างชาติจะยังคงไหลเข้าลงทุนในตลาดหุ้นไทยอยู่ แม้ว่าระยะที่ผ่านมาจะมีการขายสุทธิเป็นเงินจำนวนกว่า 2 หมื่นล้านบาทก็ตาม แต่ขณะเดียวกันก็พบว่ามียอดซื้อเข้ามาและยังมีทิศทางของเงินจะกลับไหลเข้ามาลงทุนในหุ้นไทยเช่นเดิม
สาเหตุที่มีมุมมองบวกต่อตลาดหุ้นไทย เนื่องจากมองว่าเศรษฐกิจไทยและกำไรของบริษัทจดทะเบียนยังมีการขยายตัวโตและมีผลตอบแทนจากเงินปันผลในระดับที่ดี
สำหรับกลุ่มหุ้นที่ทางยูบีเอสแนะนำให้ลูกค้าลงทุนมี 3 กลุ่มหลัก คือ ธนาคารพาณิชย์ อสังหาริมทรัพย์และกลุ่มบริโภค
นายพอล โดโนแวน กรรมการผู้จัดการ นักเศรษฐศาสตร์โลก บล.ยูบีเอส กล่าวว่า ประเมินว่าเศรษฐกิจของไทยใน 12 ปีนี้ยังมีการขยายตัวที่ดี โดยมองปี 2555 คาดว่าจะมีการขยายตัวในระดับ 6% และปี 2556 โตในระดับ 5.5% แรงกระตุ้นการขยายตัวเศรษฐกิจสำคัญมาจากการฟื้นฟูประเทศภายหลังน้ำท่วม แต่ในแง่ของการส่งออกนั้นคงต้องมีการปรับตัว มองหาตลาดอื่นทดแทน หลังจากเศรษฐกิจของตลาดหลักสำคัญ เช่น สหรัฐและยุโรป ยังมีปัญหา
กรณีธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) มีมติลดดอกเบี้ยนั้น มองว่าผลของการลดดอกเบี้ยครั้งนี้มีข้อจำกัด เพราะมองว่าธนาคารพาณิชย์ในยุโรปยังคงไม่ปล่อยกู้ และจะมีการไถ่ถอนเงินกู้ที่เคยให้ไว้ในเอเชียออกไป นับเป็นประเด็นที่น่าติดตามว่าธนาคารพาณิชย์ในเอเชียจะสามารถทำหน้าที่แทนได้หรือไม่
ทางด้านตลาดหุ้นโลกกลับปรับตัวลงเป็นส่วนใหญ่ ภายหลังอีซีบีประกาศลดดอกเบี้ยลง 0.25% เหลือ 0.75% อย่างที่ตลาดคาดการณ์ก่อนหน้านี้ โดยตลาดไม่สนใจเรื่องธนาคารกลางของประเทศจีน ตัดสินใจลดดอกเบี้ยทั้งเงินฝากและเงินกู้ลงอย่างคาดไม่ถึง และธนาคารกลางอังกฤษออกคิวอี 3 อัดฉีดเงินอีก 5 หมื่นล้านปอนด์ก็ตาม
ทั้งนี้ ตลาดหุ้นไทยระหว่างวันรูดลงไปต่ำสุดที่ระดับ 1,191.07 จุด ก่อนจะดีดขึ้นในช่วงปลายตลาด ดันดัชนีปิดที่ 1,200.08 จุด ลดลงเพียง 1.72 จุด มูลค่าการซื้อขายเบาบาง 27,340.22 ล้านบาท แต่นักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อหุ้นสุทธิ 1,034 ล้านบาท และซื้อในตลาดตราสารหนี้จำนวน 6,411 ล้านบาท
มาร์เก็ตติง กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นไปเหนือ 1,200 จุด จากแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติที่ยังคงสนใจหุ้นในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ พลังงาน
ดังนั้น ค่าเงินเหรียญสหรัฐที่แข็งขึ้น ทำให้ค่าเงินเอเชียรวมถึงเงินบาทอ่อนตัวลงไป 31.63 บาทต่อเหรียญสหรัฐ และราคาทองคำในตลาดเอเชียก็ปรับตัวลงไปต่ำกว่า 1,600 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ อีกครั้ง ส่งผลให้ราคาในประเทศลดลงไปบาทละ 200 บาท โดยทองคำแท่ง รับซื้อที่ 23,850 บาท และขายออก 23,950 บาท







