
แบบฝึกหัด...วิชาเศรษฐกิจ
ไม่ต้องเยิ่นเย้อมากความ มาทำแบบฝึกหัดในภาคเรียนสุดท้ายของวิชามหาเศรษฐี ของ “ที ฮาร์ฟ เอคเคอร์” ที่เขียนไว้ในหนังสือชื่อ “ถอดรหัสลับ สมองเงินล้าน (Secrets of the Millionaire Mind)” กันต่อเลยดีกว่า
ไม่ต้องเยิ่นเย้อมากความ มาทำแบบฝึกหัดในภาคเรียนสุดท้ายของวิชามหาเศรษฐี ของ “ที ฮาร์ฟ เอคเคอร์” ที่เขียนไว้ในหนังสือชื่อ “ถอดรหัสลับ สมองเงินล้าน (Secrets of the Millionaire Mind)” กันต่อเลยดีกว่า
llคนรวยเป็นผู้รับที่ยอดเยี่ยม
คนรวยจะทำงานหนักและคิดว่า พวกเขาสมควรได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่า แต่คนส่วนใหญ่มักคิดว่า พวกเขาด้อยค่า ไม่คู่ควร และไม่ดีพอ จึงทำให้เป็น “ผู้รับ” ที่แย่ เพราะฉะนั้นเพื่อให้เราเดินบนเส้นทางเดียวกับเศรษฐี เราต้องฝึกการเป็น “ผู้รับที่ยอดเยี่ยม”
แบบฝึกหัดที่ 22
เวลาที่มีคนชม หรือให้สิ่งของ ฮาร์ฟบอกว่า ให้เราพูดแค่ว่า “ขอบคุณ” โดยไม่ต้องชมกลับไป เหมือนที่เราทำอยู่เป็นประจำ เพื่อให้เราได้เป็นฝ่ายรับอย่างเต็มที่
แบบฝึกหัดที่ 23
ไม่ว่าจะได้เงินมาเท่าไรก็ตาม (แม้ว่าจะเป็นแค่เหรียญสลึงที่ตกอยู่บนพื้น หรือกำไรจากธุรกิจ) เราต้องฉลองโดยการร้องออกมาดังๆ ว่า “ฉันเป็นแม่เหล็กดูดเงิน ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณ” เพราะฮาร์ฟบอกว่า ถ้าเราบอกว่า เราเป็นแม่เหล็กดูดเงินสวรรค์ก็จะส่งเงินมาให้เราอีก
แบบฝึกหัดที่ 24
ทำสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกรวยและมีคุณค่า อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง เพราะคลื่นพลังที่ได้จากการปรนเปรอตัวเองจะสะท้อนโอกาสความมั่งคั่งกลับมา ด้วยพลังแห่งการดึงดูด
llคนรวยเลือกที่จะได้รับเงินตามผลงาน
ฮาร์ฟบอกว่า คนจนเลือกที่จะได้รับเงินเดือน หรือค่าแรงตามชั่วโมงทำงาน เพราะพวกเขาต้องการ “ความมั่นคง” แต่ความมั่นคงที่พวกเขาได้จะต้องแลกมาด้วย “ความมั่งคั่ง” แต่ถ้าเป็นคนรวยพวกเขาเลือกที่รับเงินตามผลงานมากกว่า เพราะฉะนั้นคนรวยจึงเลือกที่จะทำธุรกิจ ถือหุ้น และรับส่วนแบ่งกำไรมากกว่าที่จะรับเงินเดือนสูงๆ
แบบฝึกหัดที่ 25
ถ้าเราเป็นมนุษย์เงินเดือน หรือรับค่าแรงเป็นรายวัน ให้ลองคิดแผนค่าตอบแทนและเจรจากับเจ้านาย เพื่อขอรับค่าตอบแทนจากผลงานและผลการดำเนินงานของบริษัท (บางส่วนก็ยังดี) หรือถ้าเป็นเจ้าของกิจการก็วางแผนที่จะจ่ายค่าตอบแทนลูกจ้างตามผลงาน... เมื่อคิดแล้วลงมือทำทันที
แบบฝึกหัดที่ 26
เริ่มมองหาลู่ทางทำธุรกิจของตัวเอง ซึ่งถ้ายังไม่กล้าจะตัดขาดจากชีวิตมนุษย์เงินเดือน ฮาร์ฟแนะนำว่า เริ่มจากธุรกิจแบบพาร์ตไทม์ไปก่อนก็ได้
llคนรวยเลือก “ทั้งสองทาง”
เราถูกสอนให้ต้องเลือกแบบที่อัศนีวสันต์บอกไว้ว่า “ได้อย่างก็ต้องเสียอย่าง” เพราะไม่มีใครที่ได้ดั่งใจไปทุกอย่าง ฉะนั้นถ้าเราอยากรวย เราจะไม่มีความสุข เพราะเราต้องเลือกระหว่างความรวยกับความสุข เราก็เลยเลือกที่จะมีความสุขโดยพยายามจะไม่รวย เราก็เลยไม่รวย ในขณะที่คนรวยจะคิดว่า ต้องทำอย่างไรถึงจะได้ทั้งสองอย่าง แบบ WinWin Solution
แบบฝึกหัดที่ 27
เวลาที่ต้องเลือก ให้ถามตัวเองว่า “ทำอย่างไรฉันถึงจะได้ทั้งสองอย่าง”
แบบฝึกหัดที่ 28
ฮาร์ฟบอกว่า คนที่คิดว่า ถ้าฉันรวย คนอื่นจะจน หรือ เมื่อฉันมีมากขึ้น คนอื่นจะมีน้อยลง เป็นความคิดที่อยู่บนพื้นฐานความกลัว เพราะนั่นไม่ใช่เรื่องจริงเลย เพราะฉะนั้นทุกครั้งที่ใช้เงินให้บอกกับตัวเองว่า “เงินนี้จะผ่านมือคนอีกหลายร้อยคน และสร้างคุณค่าให้พวกเขาทุกคน”
แบบฝึกหัดที่ 29
แสดงให้คนอื่นๆ เห็นว่า เราเป็นคนใจดี เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ น่ารัก และร่ำรวยได้ในเวลาเดียวกัน เพราะเงินไม่ใช่สิ่งชั่วร้าย ฮาร์ฟบอกว่า การคิดว่าเงินทำให้คนเป็นคนดี หรือเป็นคนเลว เป็นการคิดแบบเลือกทางใดทางหนึ่ง ที่ไม่ได้ช่วยให้เรามีความสุขหรือประสบความสำเร็จได้เลย
llคนรวยสนใจมูลค่าทรัพย์สิน
เวลาพูดถึงเรื่องเงินๆ ทองๆ คนจนมักจะถามว่า “ได้รายได้เท่าไร” แต่คนรวยมักจะถามกันว่า “มีทรัพย์สินมูลค่าเท่าไร” เพราะเครื่องวัดความมั่งคั่งที่แท้จริงไม่ใช่รายได้ แต่เป็นมูลค่าทรัพย์สิน ซึ่งหมายรวมตั้งแต่เงินสด หุ้น พันธบัตร กองทุน ทองคำ อสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจ หักลบด้วยหนี้สิน
แบบฝึกหัดที่ 30
อย่ามองแต่รายได้เพียงอย่างเดียว เพราะนั่นเป็นแค่ 1 ใน 4 ของปัจจัยความร่ำรวย เพราะฉะนั้นจากนี้ไปต้องให้ความสนใจกับการเพิ่มรายได้ เพิ่มเงินออม เพิ่มผลตอบแทนจากการลงทุน และลดค่าใช้จ่ายส่วนตัวด้วยการใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย
แบบฝึกหัดที่ 31
ประเมินมูลค่าทรัพย์สินของตัวเอง (ทุกอย่างที่ตีมูลค่าเป็นเงิน ลบด้วยหนี้สิน) และตรวจสอบทุกๆ 3 เดือน
แบบฝึกหัดที่ 32
ใช้บริการนักวางแผนทางการเงิน เพราะพวกเขาจะช่วยจัดการเงินให้เป็นระบบ และแนะนำวิธีการออมและการลงทุน ที่ช่วยเพิ่มเงินออม รวมทั้งผลตอบแทนจากการลงทุนอีกด้วย
llคนรวยเก่งเรื่องการบริหารเงิน
ฮาร์ฟบอกว่า คนรวยไม่ได้ฉลาดกว่าคนจน เพียงแต่พวกเขามีนิสัยทางการเงินที่แตกต่างและเอื้อต่อการสร้างความมั่งคั่งมากกว่า ซึ่งนิสัยทางการเงินมักจะเป็นผลจากการเลี้ยงดูในอดีต นอกจากนี้ คนจนยังมีข้ออ้างที่จะไม่บริหารเงินโดยบอกว่า จะบริหารเงิน ถ้ามีเงินมากพอ ทั้งๆ ที่มันต้องเริ่มจากการบริหารเงินเสียก่อนถึงจะมีเงินมากขึ้น
แบบฝึกหัดที่ 33
เปิด “บัญชีอิสรภาพทางการเงิน” โดยแบ่งเงิน 10% ของรายได้ทั้งหมดมาใส่ในบัญชีนี้ ซึ่งจะเป็นบัญชีสำหรับการลงทุนและเก็บไว้ใช้ในวัยเกษียณเท่านั้น
แบบฝึกหัดที่ 34
มี “กระปุกอิสรภาพทางการเงิน” วางไว้ที่บ้านสักใบ และให้หยอดเงินลงไปทุกวัน (กี่บาทหรือกี่สตางค์ก็ได้) เพื่อทำให้คิดถึงอิสรภาพทางการเงินทุกวัน
แบบฝึกหัดที่ 35
เปิดบัญชี หรือ เพิ่มกระปุกเงินอีก 5 กระปุก แล้วแบ่งเงินใส่ลงไปตามสัดส่วน โดยใส่ไปในบัญชีเพื่อการใช้จ่ายที่จำเป็น 50% และที่เหลือใส่ในบัญชีเงินใช้เล่น เงินออมระยะยาวเพื่อการใช้จ่าย บัญชีเพื่อการศึกษา และบัญชีเพื่อการให้อีกบัญชีละ 10%
แบบฝึกหัดที่ 36
เริ่มบริหารเงินตั้งแต่วันนี้ ไม่ว่าจะมีเงินมากหรือน้อยแค่ไหนก็ตาม
llคนรวยให้เงินทำงาน
อยากรวยก็ต้องทำงานและต้องทำงานหนักเสียด้วย แต่ฮาร์ฟบอกว่า ทำงานหนักอย่างเดียวไม่ได้ทำให้รวย เพราะถ้าอยากรวยต้องทำงานหนักเพื่อหาเงิน แล้วต้องให้เงินทำงานหนักให้เราด้วยเช่นกัน และยิ่งให้เงินทำงานหนักมากขึ้นเท่าไร ก็ยิ่งทำให้เราทำงานหนักน้อยลง
เป้าหมายของเรา คือ ไม่ต้องทำงานอีกเลย ถ้าไม่อยากทำ แต่เราจะทำงานที่เรารัก ทำเพราะอยากทำ ไม่ใช่ทำเพราะจำเป็นต้องทำ
งานที่จะให้เงินทำแทนเรา คือ เงินสร้างเงิน (การลงทุนสินทรัพย์ทางการเงิน) และธุรกิจสร้างเงิน โดยต้องเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้ต่อเนื่องที่เราไม่จำเป็นต้องไปลงไปทำด้วยตัวเอง เช่น การให้เช่า การขายแฟรนไชส์
แบบฝึกหัดที่ 37
หาความรู้เกี่ยวกับการลงทุน โดยอาจจะอ่านหนังสือ เข้าสัมมนา เพื่อให้คุ้ยเคยกับวิธีการสร้างรายได้ให้งอกเงย จากนั้นก็ฝึกการลงทุนด้านใดด้านหนึ่งจนเชี่ยวชาญ และเริ่มลงทุน
แบบฝึกหัดที่ 38
เบนความสนใจจากการทำงานมาเป็นการสร้างรายได้ให้งอกเงย โดยให้ระบุกลยุทธ์อย่างน้อย 3 ข้อ ที่จะทำให้เราสามารถสร้างรายได้ โดยไม่ต้องทำงาน จากนั้นให้หาความรู้และลงมือปฏิบัติ
แบบฝึกหัดที่ 39
อย่ารอเวลาเพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์ ให้ซื้อไว้ก่อนแล้วรอเวลาทีหลัง ซึ่งฮาร์ฟบอกว่า ของสะสมของคนรวยคือโฉนดที่ดิน (ซื้อทรัพย์สินที่มีแนวโน้มจะเพิ่มค่า) แต่คนจนสะสมใบแจ้งหนี้ (ซื้อสิ่งที่มูลค่าลดลง)
llคนรวยมุ่งไปข้างหน้าแม้จะหวาดกลัว
ฟันธงได้เลยว่า คนที่อ่านมาถึงตรงนี้เป็นคนที่ “อยากรวย” แต่จะมีสักกี่คนที่จะรวยได้จริง ถ้าไม่ลงมือทำ
ฮาร์ฟบอกว่า สิ่งที่ขัดขวางไม่ให้เราลงมือทำ คือ ความกลัว ความไม่แน่ใจ และความกังวล เพราะฉะนั้นสิ่งที่ทำให้คนรวยและคนจนต่างกัน คือ คนรวยจะลงมือทำแม้ว่าจะหวาดกลัว แต่คนจนจะปล่อยให้ความกลัวเป็นอุปสรรคขัดขวางความรวย
แบบฝึกหัดที่ 40
เขียนสิ่งที่กลัวที่สุดเกี่ยวกับเรื่องการเงินและความร่ำรวยออกมา 3 ข้อ แล้วลองหัดลบล้างความคิดเหล่านั้น โดยเขียนวิธีการรับมือแต่ละสถานการณ์ว่า ถ้ามันเกิดขึ้นจริง เราจะยังมีชีวิตอยู่ได้ไหม จะกลับมาตั้งตัวใหม่ได้ไหม ซึ่งฮาร์ฟเชื่อว่า มีโอกาสสูงมากที่เราจะตอบว่า “ใช่” เพราะฉะนั้นเลิกกลัวแล้วเริ่มต้นสร้างความรวยจะดีกว่า
แบบฝึกหัดที่ 41
ฝึกก้าวออกมาจาก “Comfort Zone” หรือเขตความสบายของเราเอง โดยให้ทำในสิ่งที่รู้สึกอึดอัด คุยกับคนที่ไม่อยากคุยด้วย ขึ้นราคาสินค้า ตื่นเช้าขึ้น 1 ชั่วโมง
แบบฝึกหัดที่ 42
หัดค้าน “เสียงเล็กๆ ในหัว” ที่จะคอยบอกว่า ฉันทำไม่ได้ หรือฉันไม่อยากทำ โดยเมื่อไรที่เสียงเล็กๆ นั่นพยายามจะหยุดเราไม่ให้เดินไปสู่ความสำเร็จ ก็ไม่ต้องไปสนใจมัน ให้เดินหน้าต่อไป ให้เสียงนั่นมันรู้ว่า เราต่างหากที่เป็นเจ้านาย และในที่สุดเสียงนั้นจะหายไป
llคนรวยเรียนรู้และเติบโตอยู่ตลอด
ฮาร์ฟบอกว่า 3 คำที่อันตรายมากที่สุดสำหรับคนอยากรวย คือ “ฉัน รู้ แล้ว” เพราะคนที่คิดว่ารู้ทุกเรื่องก็จะไม่มีวันเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ที่จะนำไปสู่ผลลัพธ์แบบใหม่ (เพราะชีวิตคงจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงถ้าเรายังทำอะไรแบบเดิมๆ)
แบบฝึกหัดที่ 43
จริงจังกับการพัฒนาตัวเอง โดยอ่านหนังสือ ฟังซีดี เข้าสัมมนาเกี่ยวกับการเงิน ธุรกิจ หรือการพัฒนาตัวเองเดือนละอย่างน้อย 1 ครั้ง เพราะนั่นจะทำให้มีความรู้ มีความมั่นใจ และความสำเร็จจะพุ่งขึ้น
ฮาร์ฟบอกว่า คนจนอ้างว่าไม่มีปัญญาไปศึกษาหาความรู้ เพราะไม่มีเวลาและไม่มีเงิน เพราะฉะนั้นถ้าอยากจะรวยให้ลบข้ออ้างที่ว่า ไม่มีเวลาและไม่มีเงินออกไปให้ได้
และในระหว่างที่เรากำลังทำแบบฝึกหัดนี้อยู่ มีคนอยากรวยจำนวนหนึ่งกำลังสนุกสนานอยู่กับการเข้าห้องเรียนวิชามหาเศรษฐีที่จัดขึ้นในประเทศไทยเป็นครั้งแรก
แบบฝึกหัดที่ 44
หา “ผู้ฝึกสอนส่วนตัว” เพื่อนำไปสู่เส้นทางความสำเร็จได้อย่างมั่นใจ ซึ่งฮาร์ฟแนะนำว่า คนที่จะมาเป็นผู้ฝึกสอนจะต้องเป็นคนที่ประสบความสำเร็จในเส้นทางนั้นมาแล้ว เพราะ “คนรวยจะรับฟังคำแนะนำจากคนที่รวยกว่า แต่คนจนจะรับคำแนะนำจากเพื่อนๆ ซึ่งแน่นอนว่า พวกเขาก็เป็นคนจนเหมือนกัน”
ก่อนจะปิดภาคเรียนอย่างเป็นทางการ ขอให้ประกาศเจตจำนงกับตัวเอง โดยวาง







