
แบงก์นอกชี้เงินเฟ้อลด หนุนรับมือวิกฤตยุโรป
“เอชเอสบีซี” เชื่อไทยมีช่องว่างนโยบายทางการเงินรับมือวิกฤตยุโรป หลังแรงกดดันเงินเฟ้อลดลง
“เอชเอสบีซี” เชื่อไทยมีช่องว่างนโยบายทางการเงินรับมือวิกฤตยุโรป หลังแรงกดดันเงินเฟ้อลดลง
นายอองเดร เดอ ซิลวา ผู้อำนวย การบริหารระดับสูง ฝ่ายตลาดดอกเบี้ย ศูนย์วิจัยธนาคารเอชเอสบีซี ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า ขณะนี้เศรษฐกิจเอเชียเริ่มได้รับความเสี่ยงและได้รับผลกระทบจากวิกฤตการเงินในยุโรปเพิ่มมากขึ้น การส่งออกโดยรวมแม้ว่ายังเติบโตอยู่ แต่การส่งออกไปยังภูมิภาคยุโรปเริ่มติดลบแล้ว โดยในเดือน เม.ย. ติดลบถึง 5% และเอเชียจะต้องเผชิญความเสี่ยงจากเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัวลง ซึ่งเป็นผลกระทบทางอ้อมจากยุโรป
“ตัวเลขชี้วัดเศรษฐกิจยุโรปยังต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ขณะที่มาตรการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นที่ออกมา เช่น การออกบอนด์ร่วมกัน การตั้งสหภาพธนาคารก็คงต้องใช้เวลา อียูปีนี้คงจะโต – 0.6 % ดังนั้นธนาคารกลางในเอเชียจึงควรเตรียมพร้อมหากวิกฤตบานปลาย” นายอองเดร กล่าว
อย่างไรก็ตาม ประเมินว่านโยบายการเงินของไทยขณะนี้ยังมีช่องว่างในการปรับลดดอกเบี้ย หากวิกฤตการเงินในยุโรปมีความรุนแรงขึ้น เนื่องจากเศรษฐกิจไทยเริ่มมีแรงกดดันจากเงินเฟ้อลดลง จากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลดลงกว่า 30 เหรียญสหรัฐ ในรอบ 2 เดือนที่ผ่านมา โดยคาดว่าเงินเฟ้อไทยในปีนี้จะอยู่ในกรอบไม่เกิน 3.5%
นายอองเดร กล่าวว่า ความผันผวนที่เกิดขึ้นส่งผลให้ปีนี้มีเงินทุนไหลเข้ามาในตลาดพันธบัตรเอเชียเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะมาเลเซีย เกาหลีใต้และไทย ซึ่งคาดว่าในครึ่งปีหลังจะมีเงินทุนไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากตลาด คาดว่าวิกฤตที่เกิดขึ้นจะกินเวลาอีกหลายปี ทำให้นักลงทุนหันมาถือครองพันธบัตรที่มีความเสี่ยงต่ำ
“หากสหรัฐมีการทำคิวอี 3 จะยิ่งทำให้เงินไหลเข้าเอเชียมากขึ้น สำหรับไทยครึ่งปีแรกมีเงินทุนต่าง ชาติไหลเข้ามาแล้วเกือบ 6,000 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่เชื่อว่าจะไม่กระทบให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นมากนัก เพราะเป็นการทยอยเข้ามาของเงิน” นายอองเดร กล่าว
“นิด้า” ปรับลดคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจปีนี้ลงเหลือ 5.5% จาก 5.8% เหตุคาดวิกฤตยูโรกระทบส่งออกมากขึ้น แนะรัฐบาลลดที่ใช้ทำนโยบายประชานิยมที่ไม่จำเป็นลง เพื่อดูแลไม่ให้ระดับหนี้สูงเกินไปและควรเตรียมงบไว้ดูแลผลกระทบวิกฤตยูโรและเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่แน่นอน
นายยุทธนา เศรษฐปราโมทย์ ผู้อำนวยการหลักสูตรเศรษฐศาสตร์การเงิน คณะพัฒนาการเศรษฐกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) กล่าวในงานสสัมนา”เศรษฐกิจไทยโดยนิด้าโมเดล:เงินเฟ้อ VS วิกฤตยูโร ภัยคุมคามไทย!”ว่า จากการประเมินข้อมูลและภาวะเศรษฐกิจไทยครั้งล่าสุด ได้ปรับประมาณการเศรษฐกิจไทย(จีดีพี) ปีนี้ลงจาก 5.8% ที่เคยคาดไว้เมื่อเดือน มี.ค.ปีนี้ เหลือ 5.5%เนื่องจากให้น้ำหนักกับการส่งออกที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตยูโรสูงกว่าปัจจัยในประเทศ โดยปีนี้คาดว่าส่งออกจะโตได้เพียง 8.3% จากเป้าที่รัฐบาลคาดไว้ทั้งปีที่ 15% ส่วนปีหน้าคาดว่าจีดีพียังจะโตได้ 5.8% เพราะส่งออกน่าจะกลับมาฟื้นตัวได้ดีขึ้นจากการคลี่คลายของปัญหาในยูโรโซนจะเติบโตจากการบริโภคในประเทศ







