posttoday
เจ้าสัวซีพีเปิดโมเดลลงทุน ไทยจีนขับเคลื่อนโลก

เจ้าสัวซีพีเปิดโมเดลลงทุน ไทยจีนขับเคลื่อนโลก

06 กรกฎาคม 2555

ประเทศจีนใช้เวลาเพียง 10 กว่าปี ก้าวขึ้นมาเป็นชาติที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากสหรัฐ

ประเทศจีนใช้เวลาเพียง 10 กว่าปี ก้าวขึ้นมาเป็นชาติที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากสหรัฐ

แม้รายได้ต่อหัวจะยังคงห่างจากสหรัฐค่อนข้างมาก แต่ปัจจุบันได้แซงประเทศไทยขึ้นไปอยู่ในลำดับที่ 88 ขณะที่ไทยรายได้ต่อหัวอยู่ลำดับที่ 90

มูลค่านำเข้าสินค้าในประเทศไทยจีนปีก่อนอยู่ที่ 1.7 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ แม้จะตามหลังตลาดสหรัฐ แต่ในสายตา ธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือซีพี มองว่าอีกไม่นานขนาดเศรษฐกิจของจีนจะขึ้นเป็นที่ 1 ของโลกอย่างแน่นอน

ทั้งนี้ ในฐานะที่ซีพีเป็นบริษัทเอกชนรายใหญ่ที่ลงทุนในจีนมากที่สุด เจ้าสัวธนินท์ จึงสะท้อนมุมมองผ่านปาฐกถา “พลังจีน...ขับเคลื่อนโลก” ซึ่งจัดขึ้นเนื่องในโอกาสก้าวสู่ปีที่ 36 ของหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ โดยให้ความเห็นว่า ในช่วงเวลานี้ถือเป็นเวลาเหมาะที่นักธุรกิจไทยจะหันมามองการลงทุนในจีนอย่างจริงจังอีกครั้ง ด้วยนโยบายที่เอื้อต่อการลงทุนมากยิ่งขึ้นของผู้นำจีนในรุ่นที่ 5

“ผมเชื่อว่าจีนจะเกิดการเติบโตแบบก้าวกระโดด จากการเปลี่ยนแปลงในด้านนโยบายหลายเรื่องจากผู้นำรุ่นใหม่ที่กำลังจะก้าวขึ้นมา เพื่อให้เหมาะสมกับโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงในวันนี้ ถ้านโยบายเหล่านั้นถูกต้อง และจะเป็นโอกาสสำหรับนักธุรกิจไทย” ธนินท์ กล่าว

เจ้าสัวซีพีเปิดโมเดลลงทุน ไทยจีนขับเคลื่อนโลก

 

ขุมพลัง 3 ด้าน ที่จะผลักดันให้เศรษฐกิจจีนเติบโตอย่างรวดเร็ว มี 3 ด้านด้วยกัน ด้านแรกคือ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เป็นธุรกิจที่ผลักดันการเติบโตให้กับหลายอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ทั้งเหล็ก อิเล็กทรอนิกส์ ปิโตรเคมี เครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งในจีนที่อยู่อาศัยยังขาดแคลน รวมทั้งขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการจ้างงาน 2.ธุรกิจบริการ ทั้งโรงแรม โรงพยาบาล ร้านค้าต่างๆ ถือเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน และสุดท้ายคือ ภาคการเกษตร ซึ่งวันนี้ในจีนมีเกษตรกรมากกว่า 700 ล้านคน และภาคเกษตรถือเป็นน้ำมันบนดินที่หล่อเลี้ยงผู้คนทั่วโลก

ขุมทรัพย์ทั้ง 3 ด้าน จีนมีความต้องการการลงทุนเพิ่มอีกมาก วันนี้จีนมีความพร้อมด้านเงินทุน ด้วยเงินสำรองเหลือเฟือ แตกต่างจาก 32 ปีก่อน ที่ซีพีเข้าไปลงทุนช่วงแรก จีนยังไม่มีเงินตราต่างประเทศด้วยซ้ำ สิ่งที่ขาดคือ เทคโนโลยี ประสบการณ์ ซึ่งมองว่าประสบการณ์เป็นสิ่งที่ไทยมีเหนือกว่า เพราะฉะนั้นเมื่อรัฐบาลจีนเปิดการลงทุนสำหรับธุรกิจจิ๋ว เล็ก กลาง ก็ต้องไป

เจ้าสัวธนินท์ กล่าวว่า ยกตัวอย่าง ซีพีกำลังเข้าไปลงทุนทำธุรกิจเลี้ยงไก่ในประเทศจีน ซึ่งวันนี้การทำเกษตรแบบครบวงจรในจีนยังไม่มี เข้าไปให้ความรู้ในหมู่บ้าน ขายพันธุ์ อาหารสัตว์ รวมทั้งรับซื้อคือ การทำตลาด ซึ่งคนจีนถือว่าเรียนรู้ได้เร็ว ถือเป็นโอกาสที่จะได้จากเมืองจีน ด้วยจำนวนคนที่มีมากกว่า 1,300 ล้านคน สามารถใช้จีนเป็นฐานผลิตส่งออกสินค้าไปญี่ปุ่น ไปตลาดอาเซียน โดยไทยเป็นศูนย์กลาง

“ซีพีมีนโยบายว่าตลาดอยู่ที่ไหน เราก็ไปผลิตสินค้าที่นั่น ยิ่งสิทธิพิเศษด้านภาษีระหว่างไทย จีน ญี่ปุ่นและอาเซียน ดังนั้นไม่ว่าเราจะผลิตที่ไหน ส่งไปขายได้โดยไม่มีภาษี ผลิตที่ไทย ส่งไปขายญี่ปุ่นได้ หรือจีนมาผลิตที่ไทย ก็ส่งไปขายที่ญี่ปุ่นได้โดยไม่มีภาษี ซึ่งที่ผ่านมาภาษีสูงมาก” ธนินท์ กล่าว

สิ่งสำคัญที่สุดคือ ข้อมูล รู้เขา รู้เรา จะทำให้ประสบความสำเร็จ ซึ่งข้อมูลบางอย่างรัฐบาลต้องสนับสนุนภาคเอกชน นอกจากนี้ต้องเร่งช่วยเหลือนักธุรกิจจิ๋ว เล็ก กลาง ให้สามารถแข่งขันได้ โดยเฉพาะเงินทุน ซึ่งทุกวันนี้ธนาคารปล่อยกู้แต่ธุรกิจขนาดใหญ่ ต้องมีรูปแบบส่งเสริมการลงทุนในต่างประเทศ และสุดท้ายคือ การตลาด

ธนินท์ กล่าวทิ้งท้ายว่า หากรัฐบาลทำให้การเมืองนิ่ง เชื่อว่าจะช่วยผลักดันเศรษฐกิจและธุรกิจไทยให้เติบโตได้ รวมทั้งเร่งส่งเสริมและผลักดันมาตรการต่างๆ เพื่อช่วยให้นักธุรกิจจิ๋ว เล็ก กลาง ให้ขยายโอกาสทางธุรกิจทั้งจากเมืองจีนและอาเซียน ซึ่งวันนี้ถือเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจใหม่ของโลก

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท