
แบงก์ปึ้กสำรองหนี้เน่าสูง
‘ธปท.’ไม่ต้องสั่งเพิ่มสำรองส่วนใหญ่ใส่เงินเกินเอ็นพีแอล
‘ธปท.’ไม่ต้องสั่งเพิ่มสำรองส่วนใหญ่ใส่เงินเกินเอ็นพีแอล
แบงก์ไทยแกร่งกันสำรองสูง โบรกแนะดูรายแบงก์กันสำรองน้อยกว่าเอ็นพีแอล แต่ภาพรวมดี
นายเชาว์ เก่งชน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยว่า ภาพรวมการกันสำรองของธนาคารพาณิชย์ ขณะนี้ถือว่าเกินเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำหนด ซึ่งไม่น่าเป็นห่วง เชื่อว่าธนาคารพาณิชย์ติดตามสถานการณ์ในสหภาพยุโรป (อียู) อย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้สิ่งที่ ธปท. แสดงความกังวลเรื่องอียูต่อการกันสำรองหนี้เสียของธนาคารพาณิชย์นั้น ธปท.อาจเป็นห่วงผลที่จะเกิดขึ้นในทางอ้อม เพราะปัจจุบันการส่งออกของไทยไปอียูมีปริมาณลดลงต่อเนื่อง โดยมีสัดส่วนประมาณ 8% ของการส่งออกทั้งประเทศ ลดลงจากเดิมที่เคยอยู่ในระดับ 10% ของการส่งออกทั้งประเทศ
อย่างไรก็ดี แม้การส่งออกของไทยไปอียูมีจำนวนไม่มาก แต่จีนและสหรัฐก็ส่งออกไปอียูประมาณ 13-14% ของการส่งออก ขณะที่รัสเซียส่งออกไปอียูสูงสุด 30% ของการส่งออกทั้งประเทศ ฉะนั้นหากจีนได้รับผลกระทบก็จะส่งผลมายังผู้ประกอบการของไทยด้วย เพราะต้องส่งออกสินค้าไปยังจีนเพื่อผลิตขายให้อียูอีกทอดหนึ่ง
“ตอนนี้เงินกันสำรองของธนาคารดำเนินตามเกณฑ์ปฏิบัติของแบงก์ชาติอยู่แล้ว จึงไม่มีประเด็นข้อกังวล” นายเชาว์ กล่าว
นายเชาว์ กล่าวว่า ภาพรวมการปล่อยสินเชื่อในช่วง 5 เดือนแรกยังไปได้ดี หลายธนาคารมีการปรับเป้าสินเชื่อเพิ่มขึ้น หากการส่งออกปีนี้ลดลงบ้าง ก็ไม่น่ามีผลต่อธุรกิจธนาคารพาณิชย์ แต่ต้นทุนของธนาคารในปีนี้จะอยู่ที่ดอกเบี้ยจ่าย เพราะมีการแข่งขันผลิตภัณฑ์ดอกเบี้ยเงินฝากสูง
ฉะนั้น การทำกำไรของธนาคารปีนี้ก็ยังอยู่ที่ปัจจัยทางเศรษฐกิจ หากเศรษฐกิจยังขับเคลื่อนได้ สินเชื่อก็ยังไปได้ ก็สามารถรักษาการทำกำไรไว้ได้เหมือนเดิม
ด้านนักวิเคราะห์หลักทรัพย์บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส เปิดเผยว่า มองว่า ธปท. อาจเห็นสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ในช่วงครึ่งปีแรกขยายตัวสูงมาก หากสินเชื่อเติบโตดี การกันสำรองก็ควรจะเพิ่มขึ้นด้วย แม้ขณะนี้ไม่มีสัญญาณหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ขยายตัวก็ตาม แต่เมื่อสินเชื่อเติบโตเร็ว ก็ต้องมองที่ประเด็นการกันสำรอง
อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาการกันสำรองต่อเอ็นพีแอลในแต่ละธนาคารที่ต่ำกว่า 100% ความหมายคือเอ็นพีแอลมากกว่ากันสำรอง แม้จะเกินเกณฑ์ที่ ธปท.กำหนด ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารทหารไทย ธนาคารธนชาต และธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์
ในขณะที่ธนาคารที่มีการกันสำรองต่อเอ็นพีแอลสูง มีความปลอดภัยต่อสภาวะที่ไม่คาดคิดในอนาคตมากที่สุดคือ ธนาคารกรุงเทพ ปริมาณกันสำรองต่อเอ็นพีแอลสูงถึง 193.9% คือ ธนาคารมีเอ็นพีแอล 4.1 หมื่นล้านบาท แต่กันสำรองถึง 8 หมื่นล้านบาท
ธนาคารทิสโก้ มีเอ็นพีแอล 2,820 ล้านบาท แต่กันสำรองถึง 4,526 ล้านบาท ส่วนธนาคารอื่นๆ ก็มีการกันสำรองลดหลั่นกันไป







