posttoday
ไฟเขียว‘แอกซ่า’ถือหุ้น86%

ไฟเขียว‘แอกซ่า’ถือหุ้น86%

05 กรกฎาคม 2555

บริษัทแม่เพิ่มทุนอีก1.5พันล. ไม่สนวิกฤตยูโรพุ่งเป้าสู่เอเชีย

บริษัทแม่เพิ่มทุนอีก1.5พันล. ไม่สนวิกฤตยูโรพุ่งเป้าสู่เอเชีย

“โต้ง” อนุมัติให้กลุ่มแอกซ่าจากฝรั่งเศสถือหุ้นใหญ่ 86% ยันไม่ถอนทุนกลับประเทศ เดินหน้าหารายได้จากเอเชีย

นายกี่เดช อนันต์ศิริประภา กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท แอกซ่าประกันภัย เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทได้รับการอนุมัติจากนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ให้บริษัทแม่จากฝรั่งเศสเข้ามาถือหุ้นในบริษัทได้เกินกว่า 49% เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตามแผนการเพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 352 ล้านบาท เป็น 1,852 ล้านบาท หรือเพิ่มทุนอีก 1,500 ล้านบาท

ทั้งนี้ บริษัทแม่ได้ส่งเงินก้อนแรกเข้ามาแล้ว 750 ล้านบาท ทำให้ขณะนี้กลุ่มแอกซ่ากลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่เกิน 50% จากเดิมถือหุ้นแค่ 25% ส่วนที่เหลือจะเรียกชำระจากผู้ถือหุ้นตามความจำเป็นต่อไป และหากกลุ่มแอกซ่าใส่เงินเพิ่มทุนเต็ม 1,500 ล้านบาท จะทำให้สัดส่วนหุ้นเพิ่มเป็น 86% แต่ตามเงื่อนไขกระทรวงการคลัง กำหนดให้ภายใน 10 ปี กลุ่มแอกซ่าต้องลดสัดส่วนหุ้นเหลือ 25% ตามเดิม

นายกี่เดช กล่าวว่า แม้กลุ่มแอกซ่าจะอยู่ในทวีปยุโรปที่มีปัญหาเรื่องวิกฤตเศรษฐกิจ แต่ก็ยืนยันว่ายังจะลงทุนในไทยต่อไป โดยไม่ถอนทุนกลับประเทศ และจะเดินหน้าตามกลยุทธ์หลักของกลุ่มแอกซ่าที่จะพุ่งเป้ามาเอเชียเพื่อหารายได้ให้มากขึ้น ตามแผนกลยุทธ์ 3-5 ปี

“เอเชียถือว่าเป็นภูมิภาคที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงสุด โดยในอนาคตคาดว่าเอเชียจะสร้างรายได้ให้กลุ่มแอกซ่าถึง 30-40% ซึ่งแอกซ่าในไทยทั้งประกันชีวิตและประกันวินาศภัย ก็ทำกำไรได้ปีละประมาณ 1,000 ล้านบาทแล้ว เมื่อเทียบกับปัจจุบันที่มีรายได้จากยุโรป 40% สหรัฐ 30% และเอเชีย 20% ซึ่งก่อนที่จะมาลงทุนในเอเชียจะมีรายได้จากยุโรป 70% และสหรัฐ 30%” นายกี่เดช กล่าว

อย่างไรก็ตาม การเพิ่มทุนดังกล่าวเพื่อเสริมฐานะการเงินให้บริษัทมีความแข็งแกร่งมากขึ้น หลังจากได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมใหญ่ เพราะหากไม่ทำอะไรเลย คงต้องใช้เวลาอีก 20 ปี บริษัทถึงจะกลับมาทำกำไรตามปกติได้ ซึ่งหากเป็นการดำเนินงานตามปกติ บริษัทจะมีอัตราความเสียหายต่อเบี้ยประกันอยู่ไม่เกิน 60% เท่านั้น ดังนั้นในแต่ละปีสามารถทำกำไรได้

นายจีรพันธ์ อัศวะธนกุล กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ กล่าวว่า ปัญหาวิกฤตยุโรปจะส่งผลกระทบต่อธุรกิจประกันในแง่ของการทำให้มูลค่าทรัพย์สินที่แต่ละบริษัทได้ไปลงทุนไว้ลดลง ทั้งในเรื่องของตลาดหุ้น หรืออัตราดอกเบี้ยเงินฝาก

อย่างไรก็ตาม บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ ได้ลงทุนในหุ้นอยู่ 200 ล้านบาท และเงินฝาก 800 ล้านบาท จึงต้องติดตามสถานการณ์และประเมินผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด ดังนั้นผลกระทบที่เกิดขึ้นจึงเป็นทางอ้อมมากกว่าผลกระทบทางตรงที่เกี่ยวกับยอดขายเบี้ยประกัน

 

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ