
ฟังความเห็นเลิกแร่ใยหินรอบสุดท้าย
กรอ.จัดรับฟังความเห็นยกเลิกใช้แร่ใยหินครั้งสุดท้าย ก่อนสรุปสินค้าไหนเข้าข่าย
กรอ.จัดรับฟังความเห็นยกเลิกใช้แร่ใยหินครั้งสุดท้าย ก่อนสรุปสินค้าไหนเข้าข่าย
นายชุมพล ชีวะประภานันท์ รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) เปิดเผยว่า วันที่ 4 ก.ค. กรอ.จะเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนเพื่อสรุปกรอบแผนการยกเลิกการใช้แร่ใยหิน ที่จะคำนึงถึงผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน และเศรษฐกิจของประเทศควบคู่กัน เพื่อที่จะนำผลสรุปทั้งหมดเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ใช้เป็นกรอบไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมไม่เกินเดือน ก.ย.นี้
ข้อสรุปที่ได้จากการเปิดรับฟังความคิดเห็นทั้ง 3 ครั้งจะนำไปปรับใช้ให้เหมาะสมและเป็นธรรมกับทุกฝ่ายมากที่สุด โดยจะกำหนดอย่างชัดเจนว่าผลิตภัณฑ์ประเภทใดบ้างที่ต้องเลิกการใช้แร่ใยหิน และมีกำหนดเวลาเลิกอย่างชัดเจน รวมถึงผลิตภัณฑ์ใดยังคงจำเป็นต้องใช้ต่อในปริมาณที่กำหนด เพื่อให้ผู้ประกอบการได้ปรับตัว
“ที่ผ่านมาได้จัดรับฟังความเห็นไป 2 ครั้ง ครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายเพื่อรวบรวมความคิดเห็นและสรุปในการนำเสนอครม.เห็นชอบเพื่อสู่กรอบการปฏิบัติที่แท้จริง ซึ่งนายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมได้มอบนโยบายให้พิจารณาถึงผลกระทบหากยกเลิกจะมีสารใดทดแทนหรือไม่ และจะต้องให้เวลาเอกชนปรับตัวอย่างไร รวมถึงขีดความสามารถทางการแข่งขันของไทยเมื่อเข้าสู่ประชมคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือเออีซีปี 2558 ด้วย”นายชุมพล กล่าว
สำหรับแนวทางที่กรอ.ศึกษาจะเน้นถึงการลดและเลิกใช้แร่ใยหินประเภทไครโซไทล์ (Chrysotile) หรือ แอสเบสตอสสีขาว ที่ทางกลุ่มเครือข่ายผู้บริโภคต้องการให้ยกเลิกการใช้โดยอ้างถึงผลการศึกษาขององค์กรอนามัยโลกระบุว่ามีผลกระทบต่อสุขภาพก่อให้เกิดเป็นมะเร็ง โดยมุ่งศึกษาไปที่ 5 สินค้าได้แก่ 1.กระเบื้องลอนคู่ 2.กระเบื้องแผ่นเรียบ 3. กระเบื้องยางปูพื้น 4.ท่อซีเมนต์ และ 5.เบรกและคลัตช์ โดยมีกรอบเวลายกเลิก 1 ปี
ด้านนายอุฬาร เกรียวสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท กระเบื้องโอฬาร กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยที่ไทยจะยกเลิกการใช้แร่ใยหิน เพราะไม่มีสารใดมาทดแทนได้อย่างแท้จริง ขณะที่การผลิตกระเบื้องมุงหลังคาที่สามารถใช้เยื่อกระดาษผลิตแทนจะมีราคาสูงมาก กระทบความสามารถการแข่งขัน ผู้บริโภคก็เดือดร้อนต้องจ่ายแพง
“สมาชิกองค์การอนามัยโลก 194 ประเทศ เลิกใช้ไปแค่ 55 ประเทศ วันนี้ก็ยังพิสูจน์ไม่ได้เลยว่าแร่ใยหินทำให้คนตาย” นายอุฬาร กล่าว







