
กลต.เข้มโปรโมชันเล่นหุ้น
แข่งไม่เท่าเทียมมีกำไรเกินเพื่อนหนุนป้อนความรู้
แข่งไม่เท่าเทียมมีกำไรเกินเพื่อนหนุนป้อนความรู้
ก.ล.ต.เตรียมคุมเข้มส่งเสริมการขายบรรดาจับสลากแลกรางวัลในตลาดหุ้น เกรงสร้างความไม่เป็นธรรม
นายวรพล โสคติยานุรักษ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยถึงผลการประชุมระหว่าง ก.ล.ต.กับสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทยประจำไตรมาส 2 ปีนี้ ว่า ก.ล.ต.ได้แจ้งให้สมาคมทราบถึงแนวคิดจากการประชุมการขายสินค้าข้ามสถาบันการเงิน หรือ Cross Selling ของสามหน่วยงานกำกับดูแล ได้แก่ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมและกำกับการประกอบธุรกิจประกันภัย และ ก.ล.ต. ที่เห็นควรห้ามส่งเสริมการขายในลักษณะชิงโชค หรือจับสลาก เพราะอาจเป็นการไม่เท่าเทียมกัน โดยผู้ที่ได้รับรางวัลได้รับผลตอบแทนมากกว่าคนอื่น ซึ่ง ก.ล.ต.จะนำแนวคิดนี้มาพิจารณาปรับปรุงหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ และการส่งเสริมการขายตราสารในตลาดทุนให้เหมาะสมต่อไป
“ก.ล.ต.ไม่ถึงกับห้ามไม่ให้มีการจัดโปรโมชันเพียงแต่ให้เป็นข้อพิจารณา จัดให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เพราะไม่ต้องการให้โบรกเกอร์มุ่งเน้นเรื่องนี้เกินไป ควรให้ความสำคัญด้านการส่งเสริมให้ความรู้กับผู้ลงทุนเป็นหลักมากกว่า” นายวรพล กล่าว
นอกจากนี้ ในที่ประชุมมีความเห็นร่วมกันในการเพิ่มคุณภาพของนักวิเคราะห์และบทวิเคราะห์ โดยจะกำหนดให้ บล.จะต้องทำบทวิเคราะห์อย่างน้อย 30 หลักทรัพย์ นักวิเคราะห์หนึ่งคนจัดทำบทวิเคราะห์เฉลี่ยไม่เกิน 15 หลักทรัพย์ ต้องปรับปรุงบทวิเคราะห์ที่ออกไว้อย่างน้อยปีละ 4 ครั้ง
ที่ประชุมยังเป็นห่วงกรณีการขาดแคลนบทวิเคราะห์บริษัทจดทะเบียนขนาดกลางและขนาดเล็ก ทั้งที่มีบริษัทที่น่าสนใจจำนวนมาก สมาคมจึงรับที่จะนำไปศึกษา ในเบื้องต้นเห็นว่า การจะทำให้บทวิเคราะห์ครอบคลุมจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากบริษัทจดทะเบียนในการให้ข้อมูล
พร้อมกันนี้ ก.ล.ต.เห็นชอบกับสมาคมในการที่จะนำหลักการ “ตัวกลางแนะนำลูกค้า” หรือ Introducing Agent แบบใหม่มาใช้เพื่อขยายฐานผู้ลงทุน โดยมีเป้าหมายไม่จำกัดเฉพาะสถาบันการเงิน แต่จะรวมถึงนิติบุคคลประเภทอื่นและบุคคลทั่วไป โดยจะให้มีการอบรมความรู้ ทดสอบ และขึ้นทะเบียน
นางภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย กล่าวว่า การจัดโปรโมชันในส่วนของธุรกิจ บล.นั้น ทางสมาคมมีเกณฑ์การดูแลอยู่แล้ว โดยกำหนดไม่ให้เกิน 5% ของรายได้ และปัจจุบันการจัดโปรโมชันของโบรกเกอร์ไม่ได้มากจนน่าเป็นห่วงและไม่น่าจะเกินสัดส่วนที่กำหนด เพราะไม่ได้แจกรางวัลทันที แต่เป็นการให้ตามปริมาณการซื้อขายในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม ในความเห็นส่วนตัวมองว่าหน่วยงานกำกับให้ความสนใจถือเป็นเรื่องดี และเข้าใจที่มาของเรื่องดังกล่าวมาจากข้อกังวลของ ธปท. โดยเกรงว่าลูกค้าจะให้ความสนใจกับของรางวัลจนไม่ได้คำนึงว่า สินค้าด้านการเงินนั้นมีความเสี่ยงและอาจขาดทุนได้







